ผลประกอบการไตรมาส 4 ของ SK Hynix ที่รายงานดีเกินคาด ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของ $SNDK กับ $MU มากแค่ไหน มาดูกัน

Image
ผลประกอบการไตรมาส 4 ของ SK Hynix (ที่รายงานดีเกินคาด โดยเฉพาะ HBM เติบโตแรง + ความต้องการ DRAM/NAND ยังสูง) มีผลกระทบเชิงบวกต่อราคาหุ้นในกลุ่ม memory chip โดยรวม โดยเฉพาะคู่แข่งอย่าง Micron ($MU) และ SanDisk ($SNDK) ในช่วงต้นปี 2026  สำหรับ$MU (Micron Technology) ผลกระทบ เชิงบวกชัดเจน เพราะ SK Hynix เป็นผู้นำ HBM (High Bandwidth Memory) สำหรับ AI แต่ตลาดโดยรวมเติบโตแรงมาก (demand เกิน supply) ทำให้ราคา HBM/DRAM/NAND พุ่งสูงขึ้น → Micron ได้ประโยชน์ตาม (ASP เพิ่ม, margin ดีขึ้น) จากข้อมูลตลาดช่วงมกราคม 2026: $MU มีโมเมนตัมขึ้นแรงอยู่แล้ว (ขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ปลาย 2025) และยังมีข่าวดีต่อเนื่อง เช่น HBM capacity จองเต็มถึง 2026-2027, analyst คาด earnings เติบโต triple-digit SK Hynix รายงานดี → ยิ่ง confirm ธีม AI memory boom ทำให้ $MU มักตามขึ้น (เช่น มีช่วงที่ $MU ขึ้นตาม SK Hynix และ Samsung) และนักวิเคราะห์มองว่า Micron ยัง undervalued เทียบกับ growth สำหรับ $SNDK (SanDisk) กระทบบวกมาก ในช่วงต้น 2026 มีข่าว SanDisk พุ่งแรง (บางวัน +20-28%) โดยตรงจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ S...

"ผมชอบระบบเทรดที่มีความแม่นยำ 25% มากกว่า 75%" - Mark Minervini

ผู้คนมักจะประหลาดใจเสมอ 

เมื่อได้ยินผมบอกว่า 

"ผมชอบระบบเทรดที่มีความแม่นยำ 25% มากกว่า 75%"

.

ผมมีเหตุผล ว่าทำไม

เพราว่า ระบบเทรดที่มีความแม่นยำ 25% นั้น มันอนุญาตให้ผมทำผิดพลาดได้หลายครั้ง(ผิด 7 ครั้ง จากทั้งหมด10 ครั้ง) แต่ผมก็ยังมีกำไรติดมือ

นี่แหละที่ผมเรียกว่า "การเอาความผิดพลาดมาใส่ในระบบ"

ผมพยายามที่จะสร้างระบบที่ "ความผิดพลาดไม่อาจทำลายผมได้"

ระบบที่แม้ผมจะคิดผิดได้หลายครั้ง แต่ผมก็ยังได้กำไร

.

ในการเทรดนั้น คุณไม่สามารถควบคุมความแม่นยำได้เลย

เพราะคุณไม่อาจควบคุมราคาหุ้นหลังจากที่คุณซื้อไปแล้วได้เลย

พูดง่าย ๆ คือ คุณมีโอกาสผิดพลาดได้เสมอ

ดังนั้นกลยุทธ์ของผมคือ ผมจะต้องไม่พึ่งพาความแม่นยำมากเกินไป

.

ผมจะหันไปจัดการกับสิ่งที่ผมสามารถควบคุมได้แทน

นั่นคือ "ความเสี่ยง"

แม้ผมจะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของราคาหลังจากที่ซื้อได้

แต่ผมสามารถแบ่งเงินซื้อให้เสี่ยงต่ำได้

ผมสามารถตัดขาดทุนให้เสียน้อยได้

ผมสามารถเลือกที่จะไม่เทรดได้ ฯลฯ

.

ถ้าผมควบคุมขนาดความผิดพลาดจากหุ้นผู้แพ้ได้

แล้วผมสามารถทนรวยในหุ้นผู้ชนะให้ได้กำไรมากกว่าขนาดโดยเฉลี่ยของความเสียหายจากการตัดขาดทุนได้หลาย ๆ เท่า

ด้วยกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับรางวัลที่เป็นธุรกิจที่ดีนี่เอง

ที่ช่วยให้ผมยังคงทำเงินได้สม่ำเสมอ...แม้จะผิดพลาดบ่อยก็ตาม

- Mark Minervini

(อาจแปลไม่ตรงกับคำพูดเป๊ะ ๆ นะครับ

แต่มันน่าจะขยายความให้ท่านเข้าใจประเด็นที่แกอยากจะสื่อได้ดีขึ้น"

จากหนังสือ Think and Trade Like a Champion

.

ปล. ขอเสริมข้อเท็จจริงของแกอีกนิด

๑) ความจริงแล้วระบบเทรดของพี่มาร์ค ไม่ได้แม่นยำ 25% หรอก

ความแม่นยำโดยเฉลี่ยประมาณ 50%

๒) ที่แกยก "ความแม่นยำ 25%" มาพูดนั้น เพื่อให้เห็นภาพแตกต่างชัดเจน

๓) แกตั้งใจจะบอกกับเราว่า อย่าไปจริงจังกับความแม่นยำมาก(โดยเฉพาะถ้าคุณเลือกสไตล์สวิงเทรดแบบแกนะ) เพราะไม่มีใครควบคุมความแม่นยำได้หรอก(ขนาดแกเองที่เป็น Market Wizards ผู้ซึ่งปั้นพอร์ตโต 30,000 ยังทำไม่ได้เลย) 

๔) แกต้องการจะสื่อว่า ที่แกทำกำไรจากการเทรดได้สม่ำเสมอนั้น มันมาจากระบบเทรดที่มี "การควบคุมความเสี่ยง + บริหารความเสี่ยงต่อรางวัลที่เป็นธุรกิจ + ทบต้นกำไร" ไม่ใช่ระบบเทรดที่มีความแม่ยำสูงแต่อย่างใด

๕) เหนืออื่นใด ผมตีความว่า แกอยากให้พวกเรา "อย่าได้รังเกียจความผิดพลาดและอย่าได้หนีมัน" แต่จง "เอาความผิดพลาดมาอยู่ในการควบคุม" ให้ได้ดีที่สุดต่างหาก ก็ในเมื่อคุณไม่อาจหนีความผิดพลาดได้ - ทำไมคุณไม่เอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบไปเลย! นี่ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ