Take Profit ตรงไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ

Image
คำแนะนำเทรดเดอร์ระดับตำนาน: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน? นั่นคือคำตอบทั้งหมด”เมื่อไม่นานมานี้ Ashish Bhambhani (@AshishB108) ได้โพสต์คำถามตรง ๆ บน X (Twitter) ถึงสองเทรดเดอร์ชื่อดัง อย่าง Mark Minervini และ Mark Ritchie II เกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการกำไรในหุ้นที่พุ่งขึ้นแรงหลัง IPOคำถามของ Ashish คือ “ตามแนวคิดของ Mark Minervini ถูกต้องหรือไม่ที่ควรขายทำกำไร 60-70% ในหุ้นที่ขึ้นมาแล้วกว่า 40% จากฐาน IPO และควรเพิ่มตำแหน่ง (add position) เมื่อราคาผ่อนลง 10-15% หรือไม่?” โพสต์มาพร้อมกราฟราคาหุ้น Master Stock A. Inc. (หรือหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน) แสดงให้เห็นราคาที่วิ่งขึ้นต่อเนื่อง มีการพักฐานหลายครั้ง แต่โดยรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ อย่าง EPS Growth, Relative Strength และ Industry Group Rank อยู่ในระดับสูงมาก คำตอบจาก Mark Ritchie II (@MarkRitchie_II) ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ที่ได้รับการยกย่องในวงการและเคยร่วมงานกับ Mark Minervini มาโดยตรง ได้ตอบกลับด้วยข้อความที่ตรงประเด็นและลึกซึ้ง: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน และแผนการของคุณคืออะไร? คุณมีผู้ชนะ (w...

ความจริงพื้นฐาน 5 ข้อของตลาดเก็งกำไรและการเทรด ที่มือใหม่ต้องยอมรับ ถ้าอยากรอดและไม่ติดดอย

 ความจริงพื้นฐาน 5 ข้อของตลาดเก็งกำไรและการเทรด ที่มือใหม่ต้องยอมรับ ถ้าอยากรอดและไม่ติดดอย

จากหนังสือ Trading in the Zone : โซนแห่งเทรดเดอร์

1. อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาด

2. คุณไม่จำเป็นต้องรู้อนาคต ก็สามารถทำเงินจากการเทรดได้

3. ทุกกลยุทธ์จะไม่ชนะ(ได้กำไร)ทุกครั้ง แต่จะมีการขาดทุน-การได้กำไร แทรกปะปนกันไป

4. ความได้เปรียบ(แต้มต่อ)ในการเทรดนั้นไม่ได้วิเศษอะไร มันก็แค่บอกเราว่าความน่าจะเป็นที่จะเกิดสิ่งนี้(เช่น วิ่งขึ้น)มากกว่าสิ่งนั้น(เช่น วิ่งลง)

5. แต่ละการเคลื่อนไหวของตลาด จะมีความเป็นเฉพาะตัว(ไม่ซ้ำกับอดีต)


วิธีการประยุกต์ใช้

1. อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาด: ตลาดจะทำในสิ่งที่มันทำ ไม่มีความแน่นอนใด ๆ ทั้งสิ้นสำหรับตลาดเก็งกำไร

“Cut your losses short and let your profits run.” จึงเป็นกลวิธีที่ดีที่สุด

มันจะช่วยให้คุณอยู่รอดและทำเงินได้ในระยะยาว

การรอคอย จับจังหวะตลาด ว่าช่วงไหนได้เงินง่าย/เงินยาก จึงจำเป็น

ถ้าอยากรอด ก็อย่าเทรดตามใจตนเอง แต่จงเทรดตามใจตลาด


2. คุณไม่จำเป็นต้องรู้อนาคต ก็สามารถทำเงินจากการเทรดได้

ไม่มีใครรู้อนาคต ทุกคนล้วนเดากันทั้งสิ้น

ดังนั้นวิธีการที่ผู้อยู่รอดและรวยเขาทำกันก็คือ ถ้าเดาผิดจะหนีที่ไหนจะยอมเสียเท่าไหร่ให้น้อยที่สุด

Cut your losses short ไว้ก่อน

คิดผิดไม่ใช่ปัญหา การไม่ยอมรับผิดต่างหากคือตัวการทำลายนักเทรด


3. ทุกกลยุทธ์จะไม่ชนะ(ได้กำไร)ทุกครั้ง แต่จะมีการขาดทุน-การได้กำไร แทรกปะปนกันไป

ไม่มีกลยุทธ์ใดที่ชนะทุกครั้ง ความแม่นยำโดยเฉลี่ยคือ 30-60% เท่านั้น

ยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ แล้วบริหารความเสี่ยงให้ดีที่สุด

ถ้าคิดผิด(ขาดทุน)ก็เสียให้น้อย หากคิดถูกก็ทนรวยเอากำไรให้มากกว่า


4. ความได้เปรียบ(แต้มต่อ)ในการเทรดนั้นไม่ได้วิเศษอะไร มันก็แค่บอกเราว่าความน่าจะเป็นที่จะเกิดสิ่งนี้(เช่น วิ่งขึ้น)มากกว่าสิ่งนั้น(เช่น วิ่งลง)

การบริหารการเทรดจึงจำเป็น ถ้าคิดผิด(ขาดทุน)ก็เสียให้น้อย หากคิดถูกก็ทนรวยเอากำไรให้มากกว่า


5. แต่ละการเคลื่อนไหวของตลาด จะมีความเป็นเฉพาะตัว(ไม่ซ้ำกับอดีต)

อะไรก็เกิดขึ้นได้ History อาจจไม่ Repeat itself ก้ได้

ให้ความเสี่ยงมาก่อนเสมอ


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

VELO3D ($VELO) กับการ Turnaround ครั้งใหม่