หรือว่า $LITE จะซื้อ(หรือควบรวม) $ALMU

Image
นักวิเคราะห์ได้เสนอสมมติฐานเกี่ยวกับหุ้น $LITE (Lumentum) และ $ALMU (Aeluma) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และอัปเดตเพิ่มเติมจากคำพูดของ Lumentum เมื่อวานนี้ โดยสรุปใจความสำคัญดังนี้ ที่มา https://x.com/i/status/2028885302782345658 Lumentum กำลังเจอปัญหา อุปสงค์-อุปทานไม่สมดุลหนักมาก และขายหมดทุกความจุของเลเซอร์อินเดียมฟอสไฟด์ไปแล้ว เนื่องจากความต้องการ CPO (Co-Packaged Optics) พุ่งสูง บริษัทจึงต้องย้ายโรงงาน flex fab ในสหราชอาณาจักร จากการผลิตโฟโตไดโอด (Photodiode) และเทคโนโลยีรับสัญญาณ ไปผลิตเลเซอร์แทน ทำให้ตอนนี้ผลิต PD ได้แค่ “นิดเดียว” แต่ Lumentum เองก็ยอมรับว่า ตลาด receive technology ยังมีมูลค่าทางการเงินและเชิงกลยุทธ์มหาศาลที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทางด้าน Aeluma กลับเลือกกลยุทธ์ตรงข้าม โดยหลีกเลี่ยงตลาดเลเซอร์ แล้วโฟกัสเต็มที่ที่ จุดคอขวดของอุตสาหกรรม คือ high-speed detectors โดยเฉพาะ commercial detector ความเร็ว 50-100 GHz ที่ Lumentum ผลิตไม่ได้ในปริมาณที่เพียงพอ จุดเด่นของ Aeluma คือเพิ่งจ้าง Bouch Nassar เป็น Senior VP of Business Development ซึ่งเคยเป็นคนดูแลสายผลิตภัณฑ์ high-speed ...

Mindset ความน่าจะเป็น คือกุญแจสำคัญของการเทรดที่ประสบความสำเร็จ กับระบบเทรดแบบ Breakout


Mindset ความน่าจะเป็น 

คือกุญแจสำคัญของการเทรดที่ประสบความสำเร็จ

กับระบบเทรดแบบ Breakout

๑) อะไรก็เกิดขึ้นได้ - ตลาดคือความคาดเดาไม่ได้ 

เช่น เมื่อวานราคา breakout สวยมาก 

แต่วันนี้มันอาจจะร่วง false breakout หน้าตาเฉยก็ได้

.

๒) คุณสามารถทำเงินจากการเทรดได้-โดยไม่รู้อนาคต 

แค่คุณมีระบบเทรดที่ได้เปรียบ (หรือ Edge) คุณก็สามารถทำกำไรได้

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าราคาจะไปถึงระดับไหน แค่ทนรวยตามแนวโน้มก็พอ

.

๓) Edge หรือ การเทรดที่ได้เปรียบนั้น ไม่ได้ชนะทุกครั้ง ไม้ได้มี Win rate 100% มันก็มีขาดทุนกำไรปะปนอยู่ในการเทรดจำนวนหลายครั้งนั้น 

เพราะ Edge คือ Positive Expectancy 

แม้คุณจะมี Win rate แค่ 30-35% (ระบบ trend following) แต่ถ้าผลการเทรดออกมาได้ Positive Expectancy ระบบนั้นก็มีความได้เปรียบระดับสุดยอดแล้ว

.

๔) Edge ไม่ได้หมายความว่ามันจะชัวร์ทุกครั้ง ก็แค่มันมีโอกาสเกิดเรื่องหนึ่งมากกว่าอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง

เช่น การเทรดแบบ breakout ฐานราคา 

โอกาสที่หนึ่ง: หลังจากที่มันทะลุขึ้นไปได้แล้ว มันวิ่งไปต่อ หากยังคงรักษาโมเมนตัมได้ มันก็จะวิ่งตามแนวโน้มให้กำไรก้อนโตแก่เรา

โอกาสที่สอง : หลังจากที่มันทะลุขึ้นไปได้แล้ว แต่ยืนไม่อยู่ ร่วงสวนกลับมาที่เดิม และอาจจบรอบไปเลย

อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

Edge ของการ breakout ไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่เป็นเรื่องของขนาด Reward ที่เรามีโอกาสได้ เมื่อราคาวิ่งตามแนวโน้มรอบใหญ่

ยกตัวอย่าง กรณีของหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

แม้คุณจะมี Win rate 30-35% 

แต่ถ้าหากคุณได้หุ้นผู้ชนะที่วิ่งรอบใหญ่ ขายได้กำไรระดับ 30-50%

แล้วคุณตัดขาดทุนหุ้นผู้แพ้ที่ 5-8% อย่างเคร่งครัด

ที่สำคัญคือคุณ Position size เท่ากันทุกครั้ง แบบกระจายความเสี่ยง

คุณก็มีโอกาสได้กำไรจากการเทรดแม้จะตัดขาดทุนหลายครั้งก็ตาม

Edge ของการ breakout จึงไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่เป็นการบริหาร Risk : Reward ที่เป็นธุรกิจ และ Position size ให้คุณอยู่รอดไว้ก่อน

.

๕) ทุกโมเมนต์ของตลาดนั้นมีความเฉพาะตัว

เช่น แม้หุ้น B จะมีการสร้างฐานราคาเหมือนกับที่หุ้น A เคยทำ(ซึ่งหุ้น A วิ่งได้กำไรเป็นเด้ง) 

แต่หุ้น B อาจจะล้มเหลวหลังจาก breakout ก็ได้

อะไรก็เกิดขึ้นได้

ฉะนั้น คุณอย่าได้คาดหวังว่าตลาดจะต้องทำตัวตามทฤษฎี

อย่าได้คาดหวังว่าตลาดจะต้องช่วยให้คุณได้กำไร

เพราะตลาดจะไม่ทำแบบนั้นแน่

คุณจึงต้อง "รับผิดชอบตัวเอง" ถ้าราคาล้มเหลว - คุณต้องจัดการมันด้วยตัวคุณเอง ตามแผนการตัดขาดทุนที่คุณวางแผนไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีปั้นพอร์ตเล็ก (ต่ำกว่า $10,000) ให้เติบโต