แนวทางค้นหา “หุ้น IPO เพชรในตม” ในตลาดหุ้นอเมริกา

Image
คุณกำลังมองหา “หุ้น IPO เพชรในตม” อยู่หรือเปล่า? นี่คือวิธีหาพวกมัน แปลจาก https://www.investors.com/news/finding-profitable-ipo-stocks-and-how-to-handle-them/ การล่าหาหุ้น IPO ที่เป็น “เพชรในตม” คุ้มค่ากับความพยายามอย่างมาก “คุณเคยถามฉันว่าทำไมต้องศึกษาหุ้น IPO” ดอนเนลลี (Kathy Donnelly) กล่าวในพอดแคสต์ Investing with IBD ของ Investor’s Business Daily “พอเราเจอคำตอบ เราก็รู้เลยว่า การตามหา ‘เพชรในตม’ นั้นคุ้มค่าที่จะทำ” ดอนเนลลีเริ่มต้นด้วยการรวบรวมหุ้นเด่น ๆ แล้วบันทึกไว้ในสมุดชาร์ต จากนั้นจัดเรียงตามสัญญาณซื้อหรือขาย โดยดูทั้งกราฟรายวันและรายสัปดาห์ --- จุดยาก: จะ “จับไว้” หรือ “ปล่อยไป” หลัง IPO ความท้าทายสำคัญคือการตัดสินใจว่า จะถือหุ้นต่อหรือขายทำกำไรหลัง IPO เธอยกตัวอย่าง 2 หุ้น “เพชรในตม” ให้ศึกษา เมื่อไหร่ควรขายทำกำไร ดอนเนลลีมองสัญญาณและรูปแบบกราฟ โดยให้ความสำคัญกับกราฟรายสัปดาห์ เพราะกราฟรายวันบางครั้งทำให้นักลงทุนตื่นตกใจและขายเร็วเกินไป ตัวอย่างเช่น CoreWeave (CRWV) หลัง IPO เดือนมีนาคมปีนี้ ดอนเนลลีเริ่มทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาปิดของหุ้นขึ้นถึง 50% จากราคาวันเปิด IPO เมื่อว...

Mindset ความน่าจะเป็น คือกุญแจสำคัญของการเทรดที่ประสบความสำเร็จ กับระบบเทรดแบบ Breakout


Mindset ความน่าจะเป็น 

คือกุญแจสำคัญของการเทรดที่ประสบความสำเร็จ

กับระบบเทรดแบบ Breakout

๑) อะไรก็เกิดขึ้นได้ - ตลาดคือความคาดเดาไม่ได้ 

เช่น เมื่อวานราคา breakout สวยมาก 

แต่วันนี้มันอาจจะร่วง false breakout หน้าตาเฉยก็ได้

.

๒) คุณสามารถทำเงินจากการเทรดได้-โดยไม่รู้อนาคต 

แค่คุณมีระบบเทรดที่ได้เปรียบ (หรือ Edge) คุณก็สามารถทำกำไรได้

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าราคาจะไปถึงระดับไหน แค่ทนรวยตามแนวโน้มก็พอ

.

๓) Edge หรือ การเทรดที่ได้เปรียบนั้น ไม่ได้ชนะทุกครั้ง ไม้ได้มี Win rate 100% มันก็มีขาดทุนกำไรปะปนอยู่ในการเทรดจำนวนหลายครั้งนั้น 

เพราะ Edge คือ Positive Expectancy 

แม้คุณจะมี Win rate แค่ 30-35% (ระบบ trend following) แต่ถ้าผลการเทรดออกมาได้ Positive Expectancy ระบบนั้นก็มีความได้เปรียบระดับสุดยอดแล้ว

.

๔) Edge ไม่ได้หมายความว่ามันจะชัวร์ทุกครั้ง ก็แค่มันมีโอกาสเกิดเรื่องหนึ่งมากกว่าอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง

เช่น การเทรดแบบ breakout ฐานราคา 

โอกาสที่หนึ่ง: หลังจากที่มันทะลุขึ้นไปได้แล้ว มันวิ่งไปต่อ หากยังคงรักษาโมเมนตัมได้ มันก็จะวิ่งตามแนวโน้มให้กำไรก้อนโตแก่เรา

โอกาสที่สอง : หลังจากที่มันทะลุขึ้นไปได้แล้ว แต่ยืนไม่อยู่ ร่วงสวนกลับมาที่เดิม และอาจจบรอบไปเลย

อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

Edge ของการ breakout ไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่เป็นเรื่องของขนาด Reward ที่เรามีโอกาสได้ เมื่อราคาวิ่งตามแนวโน้มรอบใหญ่

ยกตัวอย่าง กรณีของหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

แม้คุณจะมี Win rate 30-35% 

แต่ถ้าหากคุณได้หุ้นผู้ชนะที่วิ่งรอบใหญ่ ขายได้กำไรระดับ 30-50%

แล้วคุณตัดขาดทุนหุ้นผู้แพ้ที่ 5-8% อย่างเคร่งครัด

ที่สำคัญคือคุณ Position size เท่ากันทุกครั้ง แบบกระจายความเสี่ยง

คุณก็มีโอกาสได้กำไรจากการเทรดแม้จะตัดขาดทุนหลายครั้งก็ตาม

Edge ของการ breakout จึงไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่เป็นการบริหาร Risk : Reward ที่เป็นธุรกิจ และ Position size ให้คุณอยู่รอดไว้ก่อน

.

๕) ทุกโมเมนต์ของตลาดนั้นมีความเฉพาะตัว

เช่น แม้หุ้น B จะมีการสร้างฐานราคาเหมือนกับที่หุ้น A เคยทำ(ซึ่งหุ้น A วิ่งได้กำไรเป็นเด้ง) 

แต่หุ้น B อาจจะล้มเหลวหลังจาก breakout ก็ได้

อะไรก็เกิดขึ้นได้

ฉะนั้น คุณอย่าได้คาดหวังว่าตลาดจะต้องทำตัวตามทฤษฎี

อย่าได้คาดหวังว่าตลาดจะต้องช่วยให้คุณได้กำไร

เพราะตลาดจะไม่ทำแบบนั้นแน่

คุณจึงต้อง "รับผิดชอบตัวเอง" ถ้าราคาล้มเหลว - คุณต้องจัดการมันด้วยตัวคุณเอง ตามแผนการตัดขาดทุนที่คุณวางแผนไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

สรุปรายบทในหนังสือหุ้นซิ่ง สวิงเทรด

สรุปหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่"

ทำไมคุณเทรดมานาน…แต่ผลลัพธ์ยังไม่ต่างจากวันแรก?

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ