ถ้าอยากรวยจากการเทรด ต้องสร้าง edge ที่ไม่ซ้ำใคร แทนการแข่งขัน ในพื้นที่เดียวกับคนส่วนใหญ่

Image
นักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่แข่งขันกันในพื้นที่แออัดด้วยการใช้รูปแบบทางเทคนิคอล แบบเดิม ๆ ทำให้พลาดโอกาสในชั้นตลาดอื่นที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ กลยุทธ์ที่ 1 คือการเทรดตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาด (เช่น preferred stock หรือ convertible debt) ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายพันธบัตร ราคาขึ้นกับ yield ความเสี่ยงเครดิต และโอกาสได้คืนมูลค่าพาร์ โดยตัวอย่างคือการขายพัทบน STRC หลังเกิดการขายทิ้งหนัก กลยุทธ์ที่ 2 คือพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านไบโอเทค เช่น การเข้าใจเฟสของการทดลองทางคลินิก จุดสิ้นสุดหลัก-รอง กระบวนการ FDA และการตีความข้อมูล เพื่อจับจังหวะที่ตลาดตอบสนองเกินจริงต่อข่าว กลยุทธ์ที่ 3 คือการเก็งกำไรจากการควบรวมและซื้อกิจการ (merger arbitrage) โดยวิเคราะห์ประเภทผู้ซื้อ สเปรด ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และการจัดหาเงินทุน แล้วผสมกับการเข้าออกที่แม่นยำ กลยุทธ์ที่ 4 คือการเล่นตามการปรับสมดุลดัชนีหุ้น ซึ่งกองทุน Passive ถูกบังคับซื้อหรือขายจำนวนมหาศาลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบดัชนี (เช่น กรณีที่กองทุนทำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์) กลยุทธ์ที่ 5 คือการเก็งกำไร ADR (American Depositary Receipts) โดยหาความต่างของราคาเทียบกั...

ความจริงเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ที่นักเปิดคอร์สเก็บเงิน(อาจ)ไม่เคยบอกคุณ

ความจริงเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ที่นักเปิดคอร์ส(อาจ)ไม่เคยบอกคุณ(หรือคุณไม่สนใจฟัง)

มือใหม่ต้องฟังหูไว้หู จะได้เอาตัวรอดในตลาดหุ้นได้



แนะนำบทความรวมคลิป = คอร์สหุ้นออนไลน์ 

ชมฟรีครับ ที่ช่องยูทูปของ zyo


***********


๑. เทคนิคอลมีอยู่ ๒ แบบ

แบบแรก ทำนายอนาคต โดยการใช้ pattern ณ ตอนนั้น เป็นเกณฑ์

แบบที่สอง ใช้การเคลื่อนไหวราคา/price action ณ ตอนนั้น เพื่อตัดสินใจซื้อ/ขาย โดยยึดหลักของ risk/reward ration และเกาะแนวโน้ม

๒. การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ หรือ แม่นยำ 100% เลย มันเป็นเพียงแค่แนวทางในการดู price action / pattern ณ ตอนนั้น เพื่อมองหาความน่าจะเป็นในอนาคต

๓. แนวรับ แนวต้าน จะมีนัยสำคัญใน trading range เท่านั้น เมื่อมันทะลุได้แล้ว มันก็ไม่มีนัยอีก เมื่อเป็นขาขึ้นจะไม่มีแนวต้านไหนแข็งแกร่งยืนยง เมื่อเป็นขาลงก็ไม่มีแนวรับไหนที่แข็งแกร่งยืนนาน

๔. แนวรับ/แนวต้านสามารถเปลี่ยนจากแนวนอนเป็นแนวตั้งได้ ถ้ามีการใช้ร่วมกับ เส้นค่าเฉลี่ย หรือ trend line

๕. เส้นค่าเฉลี่ยสามารถใช้ดี(เป็นแนวรับ/แนวต้าน)ในตอนที่ตลาดมีแนวโน้ม แต่จะไม่ได้ผลในยามที่ตลาดไร้แนวโน้ม หรือ ตลาดแกว่งรุนแรง high volatility

๖. หากคุณเป็นคนที่หลงเชื่อสตอรี่ของหุ้นมากเกินไป หรือ กลัว/กล้ามากเกินไป ความเชื่อนี้จะเป็นเชื้อให้คุณมองกราฟหุ้นด้วยอคติ คือ มองในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็น/สนับสนุนความเชื่อของตนเอง

๗. Overbought กับ oversold indicators จะใช้ไม่ได้ในยามที่ตลาดเกิดการ panic buy / sell เพราะมันจะเป็น super Overbought กับ oversold แทน

๘. การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่เหมือนกัน ในต่าง timeframe เพราะคุณจะเห็น pattern ที่แตกต่างกันจาก intra-day, daily, weekly, and monthly charts มันจึงเป็นเรื่องจำเป็นมากที่คุณจะต้องโฟกัสไปเทรดใน timeframe ที่คุณถนัดเท่านั้น

๙. ต้องมีความยืดหยุ่น ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถ้า price pattern หรือ แนวโน้มเปลี่ยน คุณต้องเปลี่ยนมุมมองในการตีความ/อ่านกราฟตาม

๑๐. 90% ของการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการมองหาว่าราคาจะวิ่งไปในทิศทางไหน เมื่อมัน breakout อีก 10% เป็นเรื่องของ narrative (การบรรยาย/หาเหตุผลมาสนับสนุน)

๑๑. หนังสือการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นการเอาอดีตมาชี้ย้อนหลัง โดยการคัดกราฟที่สนับสนุนทฤษฎีนั้นมาให้ดู ใคร ๆ ก็เขียนได้ เม่าที่ยังไม่สำเร็จก็เขียนได้(แกะดำหนึ่งเดียวนั้นคือผมเอง)




ลิงค์นี้นะครับ https://www.zyo71.com/p/index.html

แนะนผลงานเขียนของผมที่เป็นรูปเล่มครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ