10 เหตุผลที่ทำให้หุ้นกลุ่ม Photonics วิ่งร้อนแรงมาก

ปรากฏการณ์ที่หุ้นกลุ่ม Photonics (เทคโนโลยีที่ใช้แสงหรือโฟตอนแทนไฟฟ้า) พุ่งแรงในช่วงเดือนเมษายน 2026 นี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการบรรจบกันของข้อจำกัดทางกายภาพของระบบไฟฟ้าเดิม และความต้องการประมวลผลมหาศาลจาก AI นี่คือ 10 เหตุผลสำคัญที่ขับเคลื่อนกลุ่มนี้ครับ: 1. วิกฤตคอขวดของสายทองแดง (Copper Bottleneck) ในศูนย์ข้อมูล AI (Data Centers) ปัจจุบัน สายทองแดงแบบเดิมไม่สามารถส่งข้อมูลได้เร็วพอที่จะรองรับความแรงของ GPU รุ่นใหม่ๆ แสง (Optics) จึงกลายเป็นทางออกเดียวที่สามารถส่งข้อมูลในระดับ 800G และ 1.6T ได้โดยไม่เกิดความร้อนสะสมเกินไป 2. การเปลี่ยนผ่านสู่ Co-Packaged Optics (CPO) บริษัทไอทีระดับโลกกำลังเปลี่ยนจากการใช้โมดูลรับส่งสัญญาณแบบเสียบ (Pluggables) มาเป็นการรวมระบบแสงเข้ากับชิปประมวลผลโดยตรง (CPO) ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้มหาศาลและเพิ่มความเร็วในการสื่อสารระหว่างชิปต่อชิป (Chip-to-Chip) 3. การก้าวกระโดดของ Photonic AI Chips เริ่มมีการนำชิปที่ประมวลผลด้วยแสงโดยตรงมาใช้ (เช่น Linear Algebra แบบใช้แสง) ซึ่งประมวลผลได้เร็วกว่า GPU แบบเดิมถึง 3-5 เท่า และประหยัดพลังงานได้มากกว่า 70% ...

ความจริงเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ที่นักเปิดคอร์สเก็บเงิน(อาจ)ไม่เคยบอกคุณ

ความจริงเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ที่นักเปิดคอร์ส(อาจ)ไม่เคยบอกคุณ(หรือคุณไม่สนใจฟัง)

มือใหม่ต้องฟังหูไว้หู จะได้เอาตัวรอดในตลาดหุ้นได้



แนะนำบทความรวมคลิป = คอร์สหุ้นออนไลน์ 

ชมฟรีครับ ที่ช่องยูทูปของ zyo


***********


๑. เทคนิคอลมีอยู่ ๒ แบบ

แบบแรก ทำนายอนาคต โดยการใช้ pattern ณ ตอนนั้น เป็นเกณฑ์

แบบที่สอง ใช้การเคลื่อนไหวราคา/price action ณ ตอนนั้น เพื่อตัดสินใจซื้อ/ขาย โดยยึดหลักของ risk/reward ration และเกาะแนวโน้ม

๒. การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ หรือ แม่นยำ 100% เลย มันเป็นเพียงแค่แนวทางในการดู price action / pattern ณ ตอนนั้น เพื่อมองหาความน่าจะเป็นในอนาคต

๓. แนวรับ แนวต้าน จะมีนัยสำคัญใน trading range เท่านั้น เมื่อมันทะลุได้แล้ว มันก็ไม่มีนัยอีก เมื่อเป็นขาขึ้นจะไม่มีแนวต้านไหนแข็งแกร่งยืนยง เมื่อเป็นขาลงก็ไม่มีแนวรับไหนที่แข็งแกร่งยืนนาน

๔. แนวรับ/แนวต้านสามารถเปลี่ยนจากแนวนอนเป็นแนวตั้งได้ ถ้ามีการใช้ร่วมกับ เส้นค่าเฉลี่ย หรือ trend line

๕. เส้นค่าเฉลี่ยสามารถใช้ดี(เป็นแนวรับ/แนวต้าน)ในตอนที่ตลาดมีแนวโน้ม แต่จะไม่ได้ผลในยามที่ตลาดไร้แนวโน้ม หรือ ตลาดแกว่งรุนแรง high volatility

๖. หากคุณเป็นคนที่หลงเชื่อสตอรี่ของหุ้นมากเกินไป หรือ กลัว/กล้ามากเกินไป ความเชื่อนี้จะเป็นเชื้อให้คุณมองกราฟหุ้นด้วยอคติ คือ มองในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็น/สนับสนุนความเชื่อของตนเอง

๗. Overbought กับ oversold indicators จะใช้ไม่ได้ในยามที่ตลาดเกิดการ panic buy / sell เพราะมันจะเป็น super Overbought กับ oversold แทน

๘. การวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่เหมือนกัน ในต่าง timeframe เพราะคุณจะเห็น pattern ที่แตกต่างกันจาก intra-day, daily, weekly, and monthly charts มันจึงเป็นเรื่องจำเป็นมากที่คุณจะต้องโฟกัสไปเทรดใน timeframe ที่คุณถนัดเท่านั้น

๙. ต้องมีความยืดหยุ่น ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถ้า price pattern หรือ แนวโน้มเปลี่ยน คุณต้องเปลี่ยนมุมมองในการตีความ/อ่านกราฟตาม

๑๐. 90% ของการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการมองหาว่าราคาจะวิ่งไปในทิศทางไหน เมื่อมัน breakout อีก 10% เป็นเรื่องของ narrative (การบรรยาย/หาเหตุผลมาสนับสนุน)

๑๑. หนังสือการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นการเอาอดีตมาชี้ย้อนหลัง โดยการคัดกราฟที่สนับสนุนทฤษฎีนั้นมาให้ดู ใคร ๆ ก็เขียนได้ เม่าที่ยังไม่สำเร็จก็เขียนได้(แกะดำหนึ่งเดียวนั้นคือผมเอง)




ลิงค์นี้นะครับ https://www.zyo71.com/p/index.html

แนะนผลงานเขียนของผมที่เป็นรูปเล่มครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

กลยุทธ์การเทรดหุ้น ของ Dan Zanger

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

VELO3D ($VELO) กับการ Turnaround ครั้งใหม่