“เทรดวันละประมาณ 1 ชั่วโมงก็พอ” คำพูดนี้ "ทำได้จริง หรือ แค่โม้"

Image
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQzNjg3NSI7fQ Qullamaggie บอก: “Exactly, swing trading, especially like focus on EPs. For those of you who are working, you really only need like one hour of your day. You start doing research 20-30 minutes before market opens... And then market opens and you see what's good... make your entries and then you're free. Takes one hour every day.” “ใช่เลย การเทรดแบบสวิง โดยเฉพาะการโฟกัสที่ EPs สำหรับพวกคุณที่ทำงาน(ประจำ)อยู่ จริง ๆ แล้วคุณต้องใช้เวลาแค่ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อวันเท่านั้น คุณเริ่มทำการรีเสิร์ชก่อนตลาดเปิดประมาณ 20–30 นาที… แล้วพอตลาดเปิด คุณก็ดูว่ามีตัวไหนน่าสนใจ … เข้าออเดอร์ของคุณ แล้วคุณก็เป็นอิสระ ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงต่อวัน” แนวคิดของ Qullamaggie ที่บอกว่า “เทรดวันละประมาณ 1 ชั่วโมงก็พอ” นั้น ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน — แต่ก็ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เช่นกัน ลองมองให้ลึกลงไปว่า “เป็นไปได้ไหม?” คำตอบคือ: ✔️ เป็นไปได้…แต่มีเงื่อนไข การเท...

พัฒนาการ 10 ขั้น จากเม่า สู่ เซียนหุ้น ของพี่ Mark Minervini


1. passion

๑. มีแต่ใจอยากรวย 

๒. ศึกษาเรื่องการลงทุนพื้นฐาน

๓. ไม่มีความมั่นใจในระบบ ตัดสินใจตามคำแนะนำของโบรกเกอร์ ขาดทุนหนักจนหมดตัว

(นักเทรดส่วนใหญ่ เลิกล้ม พับเสื่อกลับบ้าน ตรงนี้)

Perseverance พากเพียร ไม่ย่อท้อ

๓.๑ ใจยังอยู่ ไม่ยอมแพ้ ยังเชื่อมั่นในตนเอง ว่าทำได้

เรายังเรียนรู้ไม่พอ

๔. ศึกษาเพิ่ม แต่ยังคงตัดสินใจไม่เด็ดขาด ยังไม่ชอบขาดทุน จึงไม่ยอมขายตัดขาดทุน หมดตัวอีกรอบ

๔.๑ ใจยังอยู่ ไม่ยอมแพ้ ยังเชื่อมั่นในตนเอง

เรายังเรียนรู้ไม่พอ


2. Adaptation ปรับปรุง เลือกสไตล์ที่เหมาะกับตนเอง

๕. เปลี่ยนสไตล์ จากพื้นฐาน เป็นเทคนิค แทนที่จะซื้อหุ้นที่ราคาต่ำ ๆ (bottom fishing) เปลี่ยนเป็นซื้อหุ้นที่ราคาสูง(breakout) ให้ความสำคัญกับการตัดขาดทุน มีวินัย

Trial and error

๖. ยังคงล้มลุกคลุกคลาน เพราะใช้หลายสไตล์ เพื่อเลือกเอาสไตล์และแนวทางที่ดีที่สุด และยังไม่ตกผลึก 

เข้าโหมดทดลอง ลงทุนในตนเอง


3. ตกผลึก

๗. เลือกสไตล์ที่ใช่ได้แล้ว แต่ว่ายังมีปัญหาเรื่องการ take profit อยากได้กำไรเป็นเด้ง มักจะปล่อยกำไรเป็นขาดทุน

๘. ปรับมุมมองให้หมุนรอบ positive expectancy 

คือ reward : risk ที่เป็นการทำธุรกิจ

Reward : risk 3:1 ยืนพื้น 2:1

ทำให้ตนเองเชื่อมั่นในการทบต้น มากกว่าได้เด้ง


4. ปั้นพอร์ตให้โตระเบิด

๙. ให้ความสำคัญกับการรักษา equity curve ให้เติบโต ด้วยการ selling into strength

๑๐. ลงทุนแบบโฟกัส ไม่กระจายความเสี่ยงมากเกิน (25%) มีความสามารถในการถือเงินสด หยุดเทรดในสภาวะตลาดเป็นอันตรายต่อระบบ

win rate 50% reward 2.6 : risk








7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ