ถ้าอยากรวยจากการเทรด ต้องสร้าง edge ที่ไม่ซ้ำใคร แทนการแข่งขัน ในพื้นที่เดียวกับคนส่วนใหญ่

Image
นักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่แข่งขันกันในพื้นที่แออัดด้วยการใช้รูปแบบทางเทคนิคอล แบบเดิม ๆ ทำให้พลาดโอกาสในชั้นตลาดอื่นที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ กลยุทธ์ที่ 1 คือการเทรดตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาด (เช่น preferred stock หรือ convertible debt) ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายพันธบัตร ราคาขึ้นกับ yield ความเสี่ยงเครดิต และโอกาสได้คืนมูลค่าพาร์ โดยตัวอย่างคือการขายพัทบน STRC หลังเกิดการขายทิ้งหนัก กลยุทธ์ที่ 2 คือพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านไบโอเทค เช่น การเข้าใจเฟสของการทดลองทางคลินิก จุดสิ้นสุดหลัก-รอง กระบวนการ FDA และการตีความข้อมูล เพื่อจับจังหวะที่ตลาดตอบสนองเกินจริงต่อข่าว กลยุทธ์ที่ 3 คือการเก็งกำไรจากการควบรวมและซื้อกิจการ (merger arbitrage) โดยวิเคราะห์ประเภทผู้ซื้อ สเปรด ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และการจัดหาเงินทุน แล้วผสมกับการเข้าออกที่แม่นยำ กลยุทธ์ที่ 4 คือการเล่นตามการปรับสมดุลดัชนีหุ้น ซึ่งกองทุน Passive ถูกบังคับซื้อหรือขายจำนวนมหาศาลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบดัชนี (เช่น กรณีที่กองทุนทำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์) กลยุทธ์ที่ 5 คือการเก็งกำไร ADR (American Depositary Receipts) โดยหาความต่างของราคาเทียบกั...

10 ปี กว่าจะประสบความสำเร็จในการเทรด

พัฒนาการนักเทรด 10 ปี กว่าจะเป็นเซียน

จากหนังสือ Mastering the trade โดย John F. Carter



ปี ๑-๖ นักเทรดฝึกงาน

เรียนรู้ทุกกลยุทธ์ที่สามารถหาได้ 

ทักษะที่ต้องมีคือ ความอดทน


ปี ๕-๑๐ นักเทรด

เริ่มรู้จักพัฒนากลยุทธ์การเทรดให้ตัวเอง ใช้ประสบการณ์แลกเปลี่ยนกับคนอื่นแล้วไดประโยชน์ แต่ยังคงมีความเป็นไบโพล่าร์กับชัยชนะและพ่ายแพ้ คือสับสนกับการบริหารอารมณ์

แต่ก็รู้จักบันทึกการเทรดและทำการบ้านหาหุ้นได้เองแล้ว ทักษะที่จำเป็น การยอมรับความจริง


ปี ๑๐-๑๕ มือโปร ประสบความสำเร็จ

เข้าใจธรรมชาติการเทรดกับธรรมชาติมนุษย์ ใช้ประโยชน์จากช่องว่างนี้ได้ พอร์ตโต

ทักษะที่จำเป็น บริหารความอิ่มเอมใจ





7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา