การเคลื่อนไหวหลังจาก breakout มีอยู่ 2 แบบ

การเคลื่อนไหวหลังจาก breakout มีอยู่สองแบบใหญ่ๆ คือ วิ่งต่อไปอย่างราบรื่น กับ ขึ้นแบบเขย่าตัว


ลักษณะแรกจะทำเงินให้เราแบบสบายๆ แต่อย่างหลังทำร้ายจิตใจและพอร์ตเราครับ

ทีนี้จะดูยังไงว่าอย่างไหนจะดีจะเลว?

ให้ดูลักษณะแท่งเทียนที่ต่อเนื่องจากนั้นครับ 

๑) ส่วนใหญ่ถ้าจะไปต่อได้เรื่อยๆ แท่งเทียนจะมีขนาดไม่ยาวมาก เพราะไม่ใช่การเก็งกำไร แต่เป็นการสะสมไปเรื่อยๆ

๒) ช่วงกลางๆของการขึ้นนั้น ราคามักจะขึ้นแบบนิ่งๆ ไปได้เรื่อยๆ เหมือนว่าวติดลมบน แตกต่างจากโซนยอด ที่เป็นตอนที่มีการแจกจ่ายหุ้น เพราะราคาวิ่งขึ้นไปสูงแล้ว ช่วงนี้ท่านจะเห็นราคาแกว่งแรง ขึ้นแรง บวกดี แต่อีกไม่กี่วันมันกลับมาที่เดิม แบบนี้เป็นช่วง distribution แล้วครับ ซื้อ breakout ไม่ได้ตังค์

๓) สภาพตลาดหรือ SET ก็มีส่วนมากครับ ถ้าเป็นตอนที่ดัชนีผันผวน ลงแรง การซื้อแบบ breakout มักจะมีโอกาสล้มเหลวสูง บ่อยครั้งที่ทะลุขึ้นไปได้ แต่ก็เจอขายให้เกิด false breakout

ดังนั้น นอกจากจะดูสภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว เราต้องดูพอร์ตเราด้วย คือระวังอย่าปล่อยให้กำไรเป็นขาดทุน ถ้ามองว่าราคาอยู่ในโซนบนแล้ว การปรับกลยุทธ์ไปใช้แบบ swing trade จะเหมาะสมกว่า คือเอากำไรไว้ก่อน เล็กๆน้อยๆก็ต้องเก็บ อย่าเผลอ เพราะกำไรอาจจะหายกลับกลายเป็นขาดทุนได้




(แนะนำหนังสือหุ้นของ Zyo ที่ไม่มีขายตามท้องตลาด)

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ