$AAOI

Image
  สรุปจากบทความ https://x.com/i/status/2016883454324199896 (ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ผู้อ่านควรพิจารณาและหาข้อมูลเพิ่มเติม และพิจารณาความเสี่ยงก่อนลงทุนเสมอ) ลองนึกภาพบริษัทหนึ่งที่ ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เป็น AI โดยตรง แต่ยืนอยู่ “จุดคอขวด” ของโลก AI แบบเงียบ ๆ นั่นคือ AAOI 1️⃣ ธุรกิจหลักเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องลุ้นอย่างเดียว AAOI มี 2 เครื่องยนต์รายได้ เครื่องยนต์ที่ 1: CATV / Broadband เป็นธุรกิจเดิม สร้างกระแสเงินสด ทำให้โรงงานเดินต่อได้ ช่วย “ประคองบริษัท” ในรอบนี้ 👉 นี่คือฐานที่มั่นคง ไม่ใช่สตาร์ทอัพเผาเงิน เครื่องยนต์ที่ 2: Data Center Optics (ตัวลุ้น) อุปกรณ์ส่งข้อมูลในดาต้าเซ็นเตอร์ ความเร็วตั้งแต่ 100G → 400G → 800G → 1.6T เป็นหัวใจของ AI Data Center 👉 ตรงนี้แหละคือ “อัพไซด์” 2️⃣ ทำไม AI ถึงดัน AAOI AI ไม่ได้ต้องการแค่ชิป แต่ต้องการ การเชื่อมต่อข้อมูลที่เร็ว เสถียร และประหยัดพลังงาน AAOI อยู่ในจุดที่ “เห็นผลลัพธ์ได้จริง” เช่น ของเริ่มส่งมอบ Yield การผลิต การทดสอบผ่าน ลูกค้าสั่งซ้ำ นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนรายนี้เรียกว่า เป็นหุ้นที่วัดกันด้วยการลงมือทำ (Execution-led) 3️⃣ จุดแข...

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น