ภูมิทัศน์ของโฟโทนิกส์: คู่มือสำหรับนักลงทุน $POET $LITE $COHR $AXTI $AAOI

Image
ภูมิทัศน์ของโฟโทนิกส์: คู่มือสำหรับนักลงทุน $POET $LITE $COHR $AXTI $AAOIค แปลจาก https://x.com/i/status/2023571489392595448 ความสนใจในโฟโทนิกส์กำลังพุ่งสูง นี่คือภาคส่วนที่มีแรงหนุนมหาศาลสำหรับปี 2026 มาดูกันว่าโฟโทนิกส์คืออะไร แก้ปัญหาอะไร และทำไมปี 2026 จึงเป็นปีที่สำคัญ เราจะเจาะลึกด้วยว่าใครคือผู้เล่นหลัก ภาพรวมโฟโทนิกส์ ลองนึกถึงการประยุกต์ใช้โฟโทนิกส์ในดาต้าเซ็นเตอร์ว่าเป็นการใช้พัลส์ของแสง แทนสัญญาณไฟฟ้า เพื่อส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ เมื่อระบบ AI เติบโตขึ้น มันสร้างข้อมูลมากกว่าที่ทองแดงจะส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อด้วยไฟฟ้ามีข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับระยะทาง ความเสถียร ความร้อน และแบนด์วิดท์ ข้อจำกัดเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างรวดเร็วภายในคลัสเตอร์สมัยใหม่ ทองแดงทำงานได้ดีในระยะสั้นและความเร็วต่ำกว่า แต่เมื่อไกลกว่านั้น งบพลังงานจะพุ่งสูงและเส้นทางเครือข่ายจะแออัด แสงจัดการกับข้อจำกัดเหล่านี้ได้ดีกว่า เพราะโฟตอนเดินทางได้ไกลกว่า โดยมีการสูญเสียน้อยกว่าและใช้พลังงานต่ำกว่า นี่คือเหตุผลที่โฟโทนิกส์กำลังถูกนำเข้าไปลึกขึ้นในแร็ค AI ในแต่ละปี (ใช่ ฉันรู้ว่าภาพนี้ดูตลก) ทำไมป...

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ