$ASTS กับ เหตุการณ์ "White Swan" (ความเห็น)

Image
https://x.com/i/status/2007539893178712269 โพสต์นี้บน X (เดิมคือ Twitter) จากผู้ใช้ @c_MANANA_ เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับหุ้น $ASTS (AST SpaceMobile) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีดาวเทียมที่พัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์เซลลูลาร์จากอวกาศ เพื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือโดยตรงโดยไม่ต้องใช้เสาสัญญาณพื้นดิน โพสต์นี้เรียกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นว่า "White Swan" ซึ่งตรงข้ามกับ "Black Swan" (เหตุการณ์ไม่คาดคิดเชิงลบ) แต่ White Swan หมายถึงเหตุการณ์เชิงบวกที่คาดการณ์ได้และมีโครงสร้างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดวิกฤตสภาพคล่อง (liquidity crisis) ฝั่งอุปทาน (supply-side) นำไปสู่การ "short squeeze" หรือการบีบตำแหน่ง short (การขายชอร์ต) อย่างรุนแรง ทำให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นมาก โพสต์นี้เขียนในรูปแบบรายละเอียดยาว โดยแบ่งเป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ (anatomy) ของเหตุการณ์นี้ ผมจะอธิบายทีละส่วนให้เข้าใจง่าย โดยใช้ภาษาที่ไม่ซับซ้อนเกินไป และอธิบายศัพท์เฉพาะทางการเงินด้วย: 1. Float Illusion: ภาพลวงตาของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ (Float) Float คือจำนวนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริงในตลาด (ไม่รวมหุ้นท...

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)