OVEREXTENSION REVERSAL - หนึ่งในท่าที่คมที่สุดสำหรับเล่นฝั่ง Long ในวันที่ตลาดตระหนกสุดขีด

Image
นี่คือ Setup OVEREXTENSION REVERSAL - หนึ่งในท่าที่คมที่สุดสำหรับเล่นฝั่ง Long ในวันที่ตลาดพัง สรุปจาก https://x.com/SRxTrades/status/2110829313964519502 ทำไมหุ้นที่ลงหนักๆ ถึงเด้งแรง? หลังจากลงมา 3-4 วันแดงติดกัน จิตวิทยาตลาดจะถึงจุดสุดขีด: Long ยอมแพ้ (Capitulation) - คนถือมานานขายทิ้ง คนไล่ชอต - เห็นลงก็โดดชอตตามน้ำใกล้โลว์ ราคา ยืด ห่างจาก 8 EMA มากเกินไป - บางตัวห่างไป 3x ADR วอลุ่มขายเร่งขึ้น แต่ราคาไม่ลงต่อ - แปลว่าแรงขายถูกซับหมดแล้ว พอแรงขายหมด แค่มีแรงซื้อกลับเข้ามานิดเดียว = Short ต้องรีบ Cover คนชอตช้าโดนขัง = เด้งแรงมาก 4 ข้อที่ต้องเช็คก่อนเข้า 1. EXTREME OVEREXTENSION (ยืดสุดๆ) ลงติดกัน 3 วัน+ หรือ Gap down ต่อเนื่อง ราคาทิ้งห่างจาก 8 EMA แบบสุดๆ ยิ่งห่าง ยิ่งน่าสนใจ 2. SELLING EXHAUSTION (แรงขายหมดแรง) ดูวอลุ่ม: วอลุ่มเพิ่มขึ้นตอนลงไปทำโลว์ แต่ราคาไม่ทำโลว์ใหม่แล้ว = มีคนรับของอยู่ 3. UNDERCUT AND RECLAIM (จังหวะเด็ดสุด) ราคาหลุดโลว์วันก่อนหน้าไปเล็กน้อยเพื่อหลอกให้ Short เพิ่ม แล้วดีดกลับมายืนเหนือโลว์เดิมได้แรงๆ ถ้าได้แท่ง Hammer หรือ Bullish Engulfing ในกราฟ 5/15 ...

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า