ข่าว SpaceX ยื่นเอกสาร IPO และผลกระทบต่อหุ้นธีมอวกาศ

Image
ข่าว SpaceX ยื่นเอกสาร IPO และผลกระทบต่อหุ้นอวกาศ: 1️⃣ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ SpaceX ไปสู่ตลาดหุ้น = ทุกคนใน Wall Street ต้องเริ่มสนใจอวกาศ นักลงทุนสถาบัน ที่ก่อนหน้านี้มองข้าม จะต้องพิจารณาอุตสาหกรรมนี้ หุ้นอวกาศเล็กๆ อาจได้รับการประเมินใหม่โดยเทียบกับมูลค่า $1.75T ของ SpaceX ETF ด้านอวกาศ จะได้รับเงินลงทุนไหลเข้ามากขึ้น ในคำพูดของกองทุนหนึ่ง: “นักวิเคราะห์ที่ไม่เคยสนใจอวกาศ จะต้องมามองตอนนี้ ไม่งั้นตกงาน” 2️⃣ ปัจจัยเร่งตลาด (Catalysts) Artemis II: ภารกิจส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบ 50 ปี SpaceX IPO: สร้าง benchmark ขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศ การผสมกันของงบรัฐบาล + เงินทุนเอกชน = จุดระเบิดสำหรับเศรษฐกิจอวกาศทั้งหมด 3️⃣ หุ้นที่น่าจับตามอง $RKLB, $ASTS, $LUNR, $RDW, $PL, $SATL, $UFO ข้อสังเกต: “เงินใหญ่ไม่รอคนช้า มักจะเข้าก่อน” 4️⃣ สรุป การที่ SpaceX จะเข้าตลาดหุ้นไม่ใช่แค่โอกาสสำหรับบริษัทเดียว แต่เป็น ตัวจุดชนวนให้ทั้งอุตสาหกรรมอวกาศเติบโต เหมือนที่เคยเกิดกับ EV และ AI นักลงทุนที่อยากก้าวทันตลาดอวกาศจึงควรเริ่มพิจารณาหุ้นและ ETF ในสายอวกาศตั้งแต่ตอนนี้

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

Mindset ของนักเทรดที่มีกลยุทธ์เทรด 1:100 Risk-Reward

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ