(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

Image
  https://www.amazon.com/Market-Wizards-Generation-worlds-traders-ebook/dp/B0GQWW8GLG 1. KRISTJAN KULLAMÄGI จากการใช้ชีวิตเพื่อเทรด สู่การเทรดเพื่อใช้ชีวิต งานของคริสเตียน คูลลามากี (Kristjan Kullamägi) ในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อาคาร Nasdaq Stockholm จุดประกายความสนใจของเขาต่อการเทรด ยิ่งเขาอ่านและศึกษาการเทรดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าการเป็นเทรดเดอร์คือสิ่งเดียวที่เขาอยากทำ ความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางนี้ ทำให้เขาตัดสินใจบางอย่างที่ดูเหมือนไม่สมเหตุสมผล (ซึ่งจะกล่าวถึงในบทสัมภาษณ์) แต่สุดท้ายก็กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อเริ่มต้นเทรด คูลลามากีแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรด และยิ่งไม่รู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงเลย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะล้างพอร์ตแรกของตัวเองจนหมด และต้องกลับไปทำงานเพื่อหาเงินทุนก้อนใหม่สำหรับการเทรด วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกสองครั้ง ในการพยายามครั้งที่สี่ เขาจึงเริ่มทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรก เขามุ่งเน้นการเทรดระยะสั้น (Day Trading) เป็นหลัก หลังจากประสบความสำเร็จมาหลายปี เขาเปลี่ยนมาสู่การเทรดแบบสวิง (S...

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

Disciplined Trader (1-2) : เล่นหุ้น ล้มละลาย ต้องแก้แบบนี้

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

สัญญาณการเปิดเกมส์ของเจ้ามือ Smart money

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน