เราอยู่ในช่วง AI Memory Supercycle

Image
ลองจินตนาการตามเรื่องนี้ก่อนนะครับ เมื่อก่อน… ตลาด “หน่วยความจำ” (Memory) เป็นเหมือนธุรกิจหลังบ้าน ไม่หวือหวา ไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป เพราะคำว่า AI ภาพนี้กำลังเล่า “เรื่องใหญ่” เรื่องหนึ่งให้เราเห็น นั่นคือ เราอยู่ในช่วง AI Memory Supercycle  หรือแปลแบบเข้าใจง่ายๆ คือ วงจรการเติบโตครั้งใหญ่ของธุรกิจหน่วยความจำ ที่ขับเคลื่อนโดย AI ภาพนี้กำลังบอกอะไรเรา? ให้ดูภาพนี้เหมือน “แผนที่ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)” ของโลก AI ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ทุกส่วนเชื่อมโยงกันหมด ผมจะพาไล่ดูทีละขั้น เหมือนเล่าเรื่องให้นักเทรดมือใหม่ฟังครับ ขั้นที่ 1 : หัวใจของ AI คือ “Memory” AI ไม่ได้ต้องการแค่ CPU หรือ GPU แต่ต้องการ หน่วยความจำจำนวนมหาศาล เพื่อประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูง ที่ AI ขาดไม่ได้ ในภาพนี้ กลุ่ม DRAM / HBM คือพระเอกของเรื่อง SK hynix Samsung Micron (MU) บริษัทเหล่านี้คือผู้ผลิตหน่วยความจำระดับโลก ยิ่ง AI โต ความต้องการ HBM ยิ่งพุ่ง รายได้ก็มีโอกาสโตเป็นรอบใหญ่ นี่คือ “ต้นน้ำ” ของ Superc...

วิธีเล่นหุ้นด้วยการให้ความเสี่ยงมาก่อน สไตล์พี่ Mark Minervini

จากหนังสือ Think & Trade Like a Champion: The Secrets, Rules & Blunt Truths of a Stock Market Wizard

ให้ความเสี่ยงมาก่อน ด้วยการวางแผนไว้ก่อน

๑) ระดับเริ่มขายเพื่อหยุดการขาดทุน
เมื่อราคาลงไปหลุดระดับนี้ต้องขายออกอย่างไม่มีข้อยกเว้น ขายออกไปให้หมด

เมื่อไม่มีหุ้น หัวของคุณจะโล่ง

โดยระดับที่ว่านี้ ไม่จำเป็นต้องขาดทุนตลอดนะ คือตอนที่ราคาวิ่งขึ้น ถ้าคุณมี trailing stop ยกตามไป ก็สามารถขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อนได้ โดยที่ไม่ต้องรอวัดใจตอนขาดทุน(อันนี้ทำยาก เพราะเราอยากต่อราคา ต่อไปต่อมาโน่นได้ขายตัดขาดทุนทุกที)

๒) เกณฑ์การซื้อคืน
หุ้นบางตัวย่อแรงเพราะตลาดตกใจ แต่หลังจากนั้นมันก็พักตัวได้สวย น่าดึงดูดให้ซื้อคืน ซึ่งการสร้างฐานครั้งที่สองมักจะน่าเชื่อถือและแข็งกว่าครั้งแรก(ถ้ายืนได้ เวลาดีดจะไปแรง) เพราะมันได้เขย่าคนใจฝ่อออกไปอีกจำนวนมากนั่นเอง

พี่มาร์คแนะนำว่า หลังจากขายอกแล้วก็อย่าทิ้งไปเลย รอดูการสร้างฐานของมัน ถ้ามันทำดีก็ต้องเข้าใหม่อีกครั้ง บางทีแกต้องเข้าๆออกสองสามรอบกว่าจะได้กำไร แต่ต้องทำ (ถ้าหุ้นตัวนั้นมีพื้นฐานดีจริงๆนะ) เพราะนี่คือความเป็นมืออาชีพ

๓) ขายเมื่อมีกำไร (Take Profit)
เมื่อหุ้นที่คุณซื้อมันวิ่งทำกำไรให้คุณอย่างน่าพอใจ อาทิ วิ่งไปได้เท่าตัวจากเปอร์เซ็นต์ stop loss

สมมติว่า คุณตั้งไว้ที่ 7%หากคุณมีกำไรถึง 20% แล้วไม่ควรปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน อย่างน้อยก็ต้องยกระดับตัดขาดทุนมาอยู่ที่จุดคุ้มทุนไว้ก่อน หรือไม่ก็ใช้ trailing stop เป็นตัวช่วยล็อกกำไร คุณอาจรู้สึกโง่เมากที่ต้องขายทำกำไรเล็กน้อยที่ trailing stop เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด หรือต้องขายที่ระดับคุ้มทุน

แต่ผมบอกเลยว่าคุณจะรู้สึกแย่กว่านั้นถ้าคุณปล่อยให้ผลกำไรที่ดีกลายเป็นต้องขายตัดขาดทุน


๔) แผนพิบัติภัย ที่อาจกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคุณ
การวางแผนฉุกเฉิน เกี่ยวข้องกับปัญหาเช่นว่าจะทำอย่างไรถ้า...
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตล่มหรือไฟฟ้าขัดข้อง คุณมีแผนสำรองบ้างหรือเปล่า?
- หรือการตอบสนองของคุณจะเป็นอย่างไรถ้าคุณตื่นขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเช้าและรู้ว่าสต็อกที่คุณซื้อเมื่อวานนี้มันเปิด gap ลง เนื่องจาก บริษัทนั้นกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยบริษัทหลักทรัพย์ว่ามีปัญหาทุจริต คุณจะทำยังไงกับมันบ้าง?


รายละเอียดราคา + สั่งซื้อได้ที่ www.facebook.com/pg/zyobooks/shop/ 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา