ถ้าอยากรวยจากการเทรด ต้องสร้าง edge ที่ไม่ซ้ำใคร แทนการแข่งขัน ในพื้นที่เดียวกับคนส่วนใหญ่

Image
นักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่แข่งขันกันในพื้นที่แออัดด้วยการใช้รูปแบบทางเทคนิคอล แบบเดิม ๆ ทำให้พลาดโอกาสในชั้นตลาดอื่นที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ กลยุทธ์ที่ 1 คือการเทรดตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาด (เช่น preferred stock หรือ convertible debt) ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายพันธบัตร ราคาขึ้นกับ yield ความเสี่ยงเครดิต และโอกาสได้คืนมูลค่าพาร์ โดยตัวอย่างคือการขายพัทบน STRC หลังเกิดการขายทิ้งหนัก กลยุทธ์ที่ 2 คือพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านไบโอเทค เช่น การเข้าใจเฟสของการทดลองทางคลินิก จุดสิ้นสุดหลัก-รอง กระบวนการ FDA และการตีความข้อมูล เพื่อจับจังหวะที่ตลาดตอบสนองเกินจริงต่อข่าว กลยุทธ์ที่ 3 คือการเก็งกำไรจากการควบรวมและซื้อกิจการ (merger arbitrage) โดยวิเคราะห์ประเภทผู้ซื้อ สเปรด ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และการจัดหาเงินทุน แล้วผสมกับการเข้าออกที่แม่นยำ กลยุทธ์ที่ 4 คือการเล่นตามการปรับสมดุลดัชนีหุ้น ซึ่งกองทุน Passive ถูกบังคับซื้อหรือขายจำนวนมหาศาลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบดัชนี (เช่น กรณีที่กองทุนทำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์) กลยุทธ์ที่ 5 คือการเก็งกำไร ADR (American Depositary Receipts) โดยหาความต่างของราคาเทียบกั...

คนรวยเจอกันย่อมมีข้อมูลสำหรับคนรวย

คนรวยเจอกันย่อมมีข้อมูลสำหรับคนรวย

ประเด็นนี้น่าสนใจ 

จะแยกหัวข้อย่อยออกได้ไง

ที่สำคัญคือ นี่เป็นข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับคนที่แสวงหาความก้าวหน้า

เพราะคุณคือสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมสะท้อนความเป็นตัวคุณ

ถ้าเราอยากมีความคิดที่จะส่งเสริมให้เกิดความมั่งคั่งมากขึ้น

ก็ต้องพาและหาโอกาสตัวเองไปพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จทางการเงิน นั่นก็คือคนรวย

คนรวยเจอกันย่อมมีข้อมูลสำหรับคนรวย

ตรงนี้มันเลยชวนให้นึกถึงประเภทของการสื่อสาร ที่ มี 4 ระดับ

1. แลกเปลี่ยน ในส่วนนี้คนส่วนใหญ่มักใช้กัน พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบ บ่น ด่า นินทา ชื่นชม ซึ่งไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้ชีวิต นอกจากระบายหรือแลกเปลี่ยน เป็นการสื่อสารระดับล่างสุด

เกิดผลกระทบหนึ่งต่อหนึ่งเป็นส่วนมาก นึกถึงภาพการคุยกันของแม่บ้านที่บังเอิญเจอกันในตลาด พูดคุยเม้ามอยกันระยะสั้นๆ

2. ติดต่อกันเพื่อความเป็นทางการ ขั้นนี้จะเป็นการเป็นงาน เพื่อความชัดเจน หวังผล ให้ได้งาน เพื่อสร้างความหมายและคุณค่าในสายสัมพันธ์ที่เขามี ชั้นนี้นักทำงานที่ดีจะสื่อสารกัน

เกิดผลกระทบหนึ่งต่อหนึ่งเป็นส่วนมาก นึกถึงภาพพนักงานแผนกหนึ่งไปขอความร่วมมือกับอีกแผนก

3. กระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ ชั้นนี้จะมีสำนวนประโยคที่ปลุกเร้า มีแนวคิดทางจิตวิทยาเข้ามาอยู่ในประโยค วัตถุประสงเพื่อให้นักทำงานทำตามที่ต้องการ 

ระดับนี้เริ่มเกิด เกิดผลกระทบหนึ่งต่อหนึ่ง-ต่อสอง-ต่อสิบ ที่กว้างกว่าเดิม นึกภาพหัวหน้าแผนกคุยกับลูกน้องในควบคุม

4. สร้างแรงบันดาลใจ ผู้นำของผู้นำอีกทีสื่อสาร นอกจากจะมีโวหาร แผงคำคม จิตวิทยาแล้ว ต้องมีท่วงท่าการพูดที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นผู้พูดเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ และระบบความคิดที่รัดกุม

.

ถ้าเราเลือกใช้ระดับการสื่อสารให้เป็น ก็สามารถมีความมั่งคั่งได้

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ