Gain-to-Pain Ratio คือสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ต้องรู้ มันคืออะไร? คำนวณยังไง มาดูกัน

Image
Gain-to-Pain Ratio (GPR) คืออัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุน โดยการเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่ได้รับกับความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุน GPR เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในวงการการเงินเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกองทุนหรือพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนที่มีความผันผวนสูง แนวทางการคำนวณ สมมุติว่าเรามีผลตอบแทนรายเดือนสำหรับกองทุนหนึ่งในช่วง 12 เดือนดังนี้: - มกราคม: 2% - กุมภาพันธ์: -1% - มีนาคม: 3% - เมษายน: -2% - พฤษภาคม: 4% - มิถุนายน: -1% - กรกฎาคม: 2% - สิงหาคม: -3% - กันยายน: 1% - ตุลาคม: -1% - พฤศจิกายน: 2% - ธันวาคม: -1% 1. ผลรวมของผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นบวก: [ 2% + 3% + 4% + 2% + 1% + 2% = 14% ] 2. ผลรวมของค่าผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นลบ: [  -1%  -2% -1% -3%  -1% -1% = 9%] 3. คำนวณ Gain-to-Pain Ratio: ค่า GPR ที่สูงกว่า 1 บ่งบอกว่าผลตอบแทนที่ได้รับสูงกว่าความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีในการลงทุน โดยสรุป Gain-to-Pain Ratio เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประเมินผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ช่วยให้นักลงทุน

เคส SR กับการอ่านสัญญาณของแท่งเทียน

โดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyo77 
ถ้าชอบงานและต้องการสนับสนุนเซียว ก็ไปที่ https://www.patreon.com/zyo นะครับ

 พอดีมีคำถามจากสมาชิกว่า "หุ้น SR หลังจากในโพสต์   มันลงแรงมาก   ลงแบบที gap และลงต่อเนื่อง   เราจะสังเกตยังไงครับว่ามันจะลง   และตอนนี้ถือเป็นขาลงแล้วใช่ไหมครับ?"

ต้นตอก็คือโพสที่แล้ว (วอลุ่มและการยืนยันขาขึ้น (Volume &  Up Trend Confirmation) ผมได้อธิบายการขึ้นของหุ้นตัวนี้หลังจากเปิด gap แต่ว่าต่อจากนั้นมันลงหนักซึ่งผมไม่ได้แสดง เพราะเป็นการทำกราฟเอาไว้ในตอนอดีตโน้น
รูปที่ว่า คือ....

แต่หลังจากนั้น ก็เป็นแบบนี้

ถ้าถามว่าตอนนี้มันเป็นขาลงแล้วใช่หรือไม่
ในระยะสั้นมันก็เป็นขาลงนะ เพราะเปิด gap ลงวอลุ่มออกแบบนี้ ก็ดูไม่น่าเล่นสักเท่าไหร่
กระนั้น, 2 วันที่่ผ่านมามันมีอะไรน่าสนใจคั่นรายการนิดนึงก็คือ
มันดันหยุดลงตรงเส้น EMA200 พอดีนี่น่ะสิ
ซึ่งอาจจะเป็นจุดหยุดลงชั่วคราวหรือถาวรก็ได้
เพราะเส้นนี้มันก็มีนัยยะพอสมควร

แต่นั่นแหละครับ ดูให้รู้เท่านั้น อย่าไปตีความ Bias เข้าข้างตัวเอง

อนาคตเท่านั้นที่จะให้คำตอบครับ

ผมฟันธงไม่ได้จริงๆ

ถ้าเด้งขึ้นยกไฮยกโลว์ ปีนไปได้เรื่อยๆ ก็หมายว่ามันหยุดลงแล้ว

แต่ถ้าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันนี้น่ะ เอาไม่อยู่   ก็ได้ลงต่อแน่นอน



ต่อประเด็นที่ว่า เราจะสังเกตุได้ยังไงว่ามันจะลง
โชคดีที่ช่วงนี้ ผมมีโอกาสลองเล่นหุ้นระยะสั้น
ก็เลยได้ไอเดียเกี่ยวกับการดูนิสัยและการสื่อสารของแท่งเทียน

ผมชอบตีความในมุมของความพยายามขึ้นและการโต้ตอบของแท่งเทียน

แท่งเขียว คือมันมีความพยายามขึ้น ลงทุนลงแรงซื้อหุ้น เพื่อดันราคาใหสูง

แท่งแดง เป็นสัญลักษณ์ปฏิเสธไม่ให้ขึ้น ประมาณว่าไม่ยอมให้ความร่วมมือ มึงซื้อ กูขายใส่

โดจิ คือ อาการไม่แน่ใจ ตัดสินไม่ได้ กูเป็นกลาง

ต่อมาคือความรุนแรงของการสื่อสาร
แท่งยาว คือเอาจริง พูดจริงทำจริง มักจะเป็นการตัดสินยืนยันแนวโน้มระยะสั้น
แท่งสั้นคือ แหย่ๆ กล้าแบบขาสั่น มักจะเกิดในช่วงออกข้าง ยังตัดสินใจไม่ได้

ดังนั้นหน้าที่เราจึงเฝ้าดูผลการยืนยันว่าใครชนะในที่สุด
การยืนยันที่ว่าคือหลุดแนวรับ หรือข้ามแนวต้าน
สิ่งที่นักเก็งกำไรอย่างเราจะลงมือก็คือ ถ้าขึ้นต่อ ก็ซื้อ ลงต่อก็ขาย

ดูรูป

คือตอนที่มันทำนิวไฮได้น่ะ มีย่อ หลังจากนั้นมันเด้งแต่ไปได้ไม่ถึงนั้น เพราะเจอขายใส่มา 2 วัน แบบนี้แสดงว่ามันมีคนไม่เห็นด้วยกับการขึ้นต่อ แล้ววันถัดมาก็เป็นแท่งแดงยาวทำนิวโลว์ลงมานี่ เป็นการสรุปว่าไม่ไปต่อ ถ้าเราได้ดูกราฟระหว่างวันก็ต้องรู้ตัวแล้วว่ามันผิดปกติ มีโอาสลงต่อได้อีก

อีกภาพ ผมจะจินตนาการ ว่าแท่งเทียนมันคุยกันยังไง
(1) ไอ้แท่งเขียว(ที่ผมชี้ว่า พยายามขึ้น)มันลงทุนซื้อดันราคาไปแทบตาย วอลุ่มก็สูง
แต่วันต่อมา (2) เพื่อนไม่ยอมช่วยซื้อเลย มีแต่ขาย ขาย ขาย
แม้จะทำแท่งสั้นแต่วอลุ่มก็สูงครึ่งของแท่งเขียวเลย
(3) ก็ทำแท่งแดงอีกวอลุ่มเท่าๆกับแดงวันก่อน ก็สื่อว่ายังมีคนปฏิเสธการขึ้นอยู่อีกเยอะ
(4) นี่ชัดแล้วว่า มีอีกคนมาสรุปว่า ไม่ไปต่อแล้ว ขายลงมาดีกว่า เลือกทางได้แล้ว ดูจุดต่ำสุดของราคาสิ มันลงไปทำนิวโลว์แล้วนะ ตรงนี้แหละที่ผมตีความว่าสรุปไม่ขึ้น

เมื่อถอยออกไปมองภาพใหญ่ของแท่งเทียน จะเห็นเลยว่าราคาไม่สามารถทำนิวไฮได้ = Double Top
เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับคนเล่นรอบระยะสั้นด้วย คนที่ทุนต่ำก็จ้องจะขายแล้วล่ะเมื่อเจอทรงนี้

(5) แท่งยืนยันอีกว่าลงต่อ ทำแท่งยาว วอลุ่มเพิ่ม เป็นการสรุปที่ชัดเจนมากๆ ว่าลงแน่ๆ ล้านเปอร์เซ็นต์
(6) ก็ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าจะเห็นแท่งนี้ เพราะมันมีแนวโน้มมาก่อน 2 แท่งแล้วว่าอยากลงมากๆ คนที่เล่นรอบสั้นก็ผสมโรงขายเก็บกำไรไว้กันหมด

(7) เมื่อ ลงหนักๆ ก็ต้องมีคนใจถึงรับซื้อ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะดู RSI ที่มัน oversold มากๆ แถมแท่งที่แล้วก็ทิ้งไส้ล่างด้วยอันหมายถึงมีคนรับซื้อกันพอสมควรตอนท้ายตลาด
แท่งเขียว(7) นี้ก็อาจจะเป็นการดันราคาขึ้นเพื่อปล้อยของที่เก็บเมื่อวาน
เชื่อเถอะคนที่รับซื้อก็คือ พวกที่ดอยนั่นแหละ ถัวกันใหญ่

(8) เปิดมาราคาเดิมแต่ก็ไม่สามารถดันขึ้นไปได้เพราะมีคนอยากขายกดกันใหญ่
ไอ้ครั้นจะลงก็ไม่ได้อีก คนดอยพากันถัวมากมาย
นี่เป็นจังหวะสงบ รอการยืนยัน

(9) ในที่สุดก็ต้องได้ข้อสรุป ด้วยการทำแท่งแดงยาวหลุดโลว์ของแท่ง (7) ที่พยายามขึ้นได้ในสิ้นวัน
(10) เมื่อคนอื่นๆเห็นสัญญาณการสรุปจากแท่งที่แล้ว ก็เฮไปทางขายสิ ราคาจึงร่วงต่อ
(11) เกิดแท่งแดงขายยาวตามน้ำ และก็มีการซื้อท้ายตลาด เหมือนแท่ง (6) เลยนะ สังเกตุมั้ย
(12) เมื่อซื้อท้ายตลาด เปิดวันถัดมาก็ต้องเขียว เพื่อปล่อยของออก นี่ก็คล้ายแท่ง (7)
(13) อีกแล้ว จะขึ้นก็ไม่ได้จะลงก็ไม่ยอม เหมือนแท่ง (8) เด๊ะๆ

เรื่องราวต่อไปก็ไม่รู้แล้ว เพราะอนาคตเรามองไม่ออก ดูกันเป็นวันๆไป

Update
ผมเพิ่งพบกราฟลักษณะเดียวกันคือ APCS คล้ายกันมาก

แถมอีกตัว MEGA

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน