ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

การเทรดมี สองส่วนหลัก: ช่วงเวลานอกเวลาซื้อขาย (วางแผน/คิดกลยุทธ์) + ช่วงเวลาขณะเทรดจริง (ปฏิบัติตามแผน)

สนับสนุนโดย อีบุ๊ค "เคล็ดลึก สวิงเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"  https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNjYyMjt9 


สวัสดีนักเทรดทุกคน ผมคือ Cororey Mitch จากเว็บไซต์ tradethatswing.com

แปลจาก https://www.youtube.com/watch?v=TC-KYcTjXRc

ในวิดีโอนี้ ผมอยากจะพูดถึงการ “แบ่งหน้าที่ในใจ” ของคุณเวลาเทรด ให้ออกเป็น 2 บทบาท หรือ 2 กรอบความคิดหลักๆ จะเรียกว่าวิธีคิดแบบสองโหมดก็ได้


เพราะผมเห็นคนจำนวนมากพยายาม “ทำทุกอย่างพร้อมกัน” ขณะเทรด และนั่นทำให้เกิดปัญหา เช่น คิดทบทวนกลยุทธ์กลางสนามรบ หรือปรับเปลี่ยนวิธีเล่นไปเรื่อยโดยไม่มีทิศทาง


สิ่งที่ผมอยากให้คุณลองคิดก็คือ...การเทรดมี สองส่วนหลัก:

1) ช่วงเวลานอกเวลาซื้อขาย (วางแผน/คิดกลยุทธ์)

2) ช่วงเวลาขณะเทรดจริง (ปฏิบัติตามแผน)


1. ช่วง “นอกเวลาซื้อขาย” – คิดเหมือนผู้บริหาร

ให้คุณคิดว่าตัวเองคือ “ผู้จัดการ” หรือ “ฝ่ายบริหารของบริษัทเทรด” ในช่วงนี้

หน้าที่ของคุณคือ วางระบบให้รัดกุม หาวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณจะต้อง:


ตั้งกฎ

ศึกษากลยุทธ์

ดูกราฟย้อนหลัง

วิเคราะห์ข้อมูล

ปรับปรุงระบบเทรด

คิดเรื่องความเสี่ยง การจัดพอร์ต และวิธีเทรดให้ดีขึ้น


ลองนึกถึง McDonald’s บริษัทระดับโลก เขาไม่ปล่อยให้พนักงานทำเบอร์เกอร์ตามใจตัวเองใช่ไหม?

เขามีสูตรชัดเจน มีขั้นตอนชัดเจน ทุกอย่างออกแบบไว้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ

และทั้งหมดนี้เกิดขึ้น "เบื้องหลัง" ก่อนจะส่งมาถึงมือพนักงาน


เทรดเดอร์เองก็เหมือนกัน — ช่วงเวลานอกตลาดคือเวลาที่คุณต้อง “คิดหนัก” เพื่อวางระบบให้ดีที่สุด


2. ช่วง “ขณะเทรดจริง” – คิดเหมือนพนักงาน

พอถึงเวลาตลาดเปิด…คุณจะเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้บริหาร” ไปเป็น “พนักงานระดับปฏิบัติการ”


หน้าที่ของคุณมีเพียงอย่างเดียว: ปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด


ผมเองยังเคยเขียนไว้บนชาร์ตเลยว่า “Be dumb.”

ไม่ต้องอัจฉริยะตอนเทรด ไม่ต้องวิเคราะห์ใหม่ ไม่ต้องคิดเยอะ

เพราะ "คุณได้คิดไว้หมดแล้วก่อนตลาดเปิด"


การคิดใหม่ตอนเทรด = ทำลายสิ่งที่คุณอุตส่าห์วางแผนมา

เหมือนพนักงานแมคโดนัลด์ที่ไม่พอใจสูตรบริษัท แล้วดัดแปลงเบอร์เกอร์ตามใจตัวเอง

ลูกค้าจะผิดหวัง และบริษัทต้องลงโทษแน่นอน


คุณคือทั้งผู้บริหารและพนักงานในธุรกิจของคุณเอง

และถ้าพนักงานไม่ทำตามแผน ผู้บริหารควร "ไล่ออก" ด้วยตัวเองเลยครับ (แบบสัญลักษณ์นะ)


ต้องมีทั้งสองบทบาท เพื่อให้ธุรกิจเทรด “ได้กำไร”

การคิดเยอะตอนเทรดจริงคือ “ผู้บริหารแทรกงานพนักงาน”

แต่ถ้าคุณไม่ทำงานเบื้องหลังเลย วันๆ แค่กดซื้อขายอย่างเดียว ก็เหมือนบริษัทที่ไม่มีฝ่ายวางแผน — ธุรกิจก็ไม่มีทางเติบโต


คุณต้องมีทั้งสองบทบาทให้สมดุล

เวลาตลาดปิด = คิดหนัก ทำรีเสิร์ช

เวลาตลาดเปิด = ทำตามแผนอย่างซื่อสัตย์ ไม่คิดนอกบท


อยากเห็นผลลัพธ์ดีขึ้น ต้องเริ่มที่วินัย

ถ้าคุณมีปัญหากับผลลัพธ์ของตัวเอง

ไม่ต้องไปเปลี่ยนระบบทุกวัน

แต่ให้กลับไปทำงาน “ในฐานะผู้บริหาร” — ทบทวน ดูประสิทธิภาพ หาจุดปรับปรุง

เช่น

จุดเข้าอาจต้องคมขึ้น

จุดออกอาจช้าไป

หรือกฎบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ผล

แล้วพอถึงวันถัดไป...คุณกลับมาเป็น “พนักงาน” ที่ทำตามแผนใหม่


นี่แหละคือเคล็ดลับของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ


คิดให้หนัก...ตอนตลาดปิด

ทำให้เคร่ง...ตอนตลาดเปิด


แล้วคุณจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่มั่นคงมากขึ้น ทั้งทางจิตใจและทางผลกำไร

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่