แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

Image
  ebook "เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า" มีจำหน่ายแล้วที่ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjQ3MTAwNjt9 ทำไมเทคนิค Pyramiding จึงช่วย อัพแพตช์ ให้กลยุทธ์การเทรดของคุณ? -มันเพิ่มโอกาสให้คุณได้กำไรจากหุ้นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่เป็นกอบเป็นกำมากขึ้น -มันไม่สำคัญว่าคุณจะคิดถูกกี่ครั้ง คิดผิดกี่ครั้ง  แต่มันสำคัญที่ ตอนคุณคิดถูกคุณได้มากแค่ไหน คิดผิดเสียน้อยแค่ไหน ต่างหาก -Market wizards (นักเทรด 0.01%) ส่วนใหญ่ใช้หลักการนี้ -เพิ่มศักยภาพการคิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่าสิบเท่า -เคล็ดลับสำคัญที่มือใหม่มักพลาด(ร่วง) ถ้ารู้และแก้ได้ คุณรุ่งแน่นอน เหมาะกับใคร? - คนที่มีระบบเทรดที่ค่อนข้างเสถียรบ้างแล้ว (มีความได้เปรียบที่ทำซ้ำได้) - คนที่รู้จัก cut loss short & let's profit run - คนที่มีพื้นฐาน Position sizing แบบเบสิคมาแล้ว การอัพแพตช์ใหม่ (New Patch Update) คือการดาวน์โหลดชุดข้อมูลหรือไฟล์ขนาดเล็กที่ผู้พัฒนาปล่อยออกมาเพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มฟังก์ชันใหม่ให...

ประสบการณ์ ปั้นพอร์ตโต 200% แล้วคืนกำไรจนหมดตัว และการแก้ตัวใหม่ ของ David Ryan

 


อีบุ๊ก "พ่อลูก Ryan สวิงเทรดปั้นพอร์ต ปีละ 100% อย่างไร"

ลดราคาพิเศษ 20% ภายใน 8-10 กุมภาพันธ์ นี้เท่านั้น

ที่แอพ Meb : https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM0OTAxNDt9

เดวิด ไรอัน ได้เล่าประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมมาจากการศึกษาความผิดพลาดของตัวเองว่า

.....ในปี 1982 ผมมีพอร์ตการลงทุนอยู่แค่บัญชีเดียว ซึ่งตอนนั้นผมมีเงินอยู่ประมาณ 30,000 ดอลลาร์ แล้วตลาดหุ้นก็พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนสิงหาคมปีนั้น ผมเลยทำกำไรได้ดีมากจนสามารถเพิ่มพอร์ตเป็นสองเท่า

แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้มาจากฝีมือของผมทั้งหมดเลย ผมแค่โชคดีที่อยู่ในตลาดกระทิงรอบใหญ่ ผมยังไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่เลยด้วยซ้ำ

หลังจากนั้น ผมอยู่ในตลาดมาได้ปีหนึ่ง แล้วตลาดก็เริ่มแย่ลง ไม่มีหุ้นตัวไหนที่ทำกำไรได้อีกแล้ว การเติบโตหยุดชะงัก และผมเริ่มขาดทุนหนักมาก พอร์ตที่เคยขึ้นไปถึง 60,000 ดอลลาร์ ลดลงเหลือเพียง 16,000 ดอลลาร์ นี่มันแทบจะเป็นการล้างพอร์ตเลยก็ว่าได้

สุดท้าย ผมตัดสินใจใช้เวลาทั้งสุดสัปดาห์นั่งวิเคราะห์หุ้นทุกตัวที่ผมซื้อในปีที่ผ่านมา และผมก็พบข้อผิดพลาดที่เกิดซ้ำ ๆ นั่นคือ ผมซื้อหุ้นที่ "แพงเกินไป" หรืออยู่ในระดับราคาที่สูงเกินจุดเหมาะสม

เมื่อรู้แบบนี้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการซื้อขายใหม่ ผมจะซื้อหุ้นเฉพาะเมื่อถึง "จุดซื้อที่เหมาะสม" เท่านั้น คือซื้อตอนที่ราคาหุ้นกำลังทะลุแนวต้านขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ หรือซื้อเหนือฐานราคาที่แข็งแกร่ง ผมจะเลือกเฉพาะหุ้นที่มีคุณสมบัติที่ใช่

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เจอหุ้นตัวแรกที่ทำกำไรก้อนใหญ่ให้ผม นั่นคือบริษัท Wards ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Circuit City และนี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ตั้งแต่นั้นมา ผมมีสมาธิกับกลยุทธ์ของตัวเองมากขึ้น ผมไม่ซื้อหุ้นที่กำลังปรับฐาน ผมไม่ซื้อหุ้นที่ราคาสูงเกินไป ผมซื้อเฉพาะเมื่อถึงจุดซื้อที่ถูกต้อง ผมไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตลาดจะเป็นอย่างไร

ผมโฟกัสแค่ "รูปแบบเดียว" เท่านั้น และพยายามเชี่ยวชาญมันให้ได้ เพราะเวลาที่คุณพยายามทำหลายอย่างเกินไป เช่น ซื้อทั้งหุ้นที่กำลังเบรกเอาท์และหุ้นที่กำลังดึงตัวกลับ (Pullback) หรือใช้หลายกลยุทธ์ปะปนกัน มันจะทำให้คุณสับสนและเกิดปัญหา

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย โฟกัสที่จุดแข็งของตัวเอง และพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบ!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

น้ำไหลนิ่ง: หลักธรรมะเพื่อเทรดเดอร์

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ "ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่"

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ