ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

ประสบการณ์ ปั้นพอร์ตโต 200% แล้วคืนกำไรจนหมดตัว และการแก้ตัวใหม่ ของ David Ryan

 


อีบุ๊ก "พ่อลูก Ryan สวิงเทรดปั้นพอร์ต ปีละ 100% อย่างไร"

ลดราคาพิเศษ 20% ภายใน 8-10 กุมภาพันธ์ นี้เท่านั้น

ที่แอพ Meb : https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM0OTAxNDt9

เดวิด ไรอัน ได้เล่าประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมมาจากการศึกษาความผิดพลาดของตัวเองว่า

.....ในปี 1982 ผมมีพอร์ตการลงทุนอยู่แค่บัญชีเดียว ซึ่งตอนนั้นผมมีเงินอยู่ประมาณ 30,000 ดอลลาร์ แล้วตลาดหุ้นก็พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนสิงหาคมปีนั้น ผมเลยทำกำไรได้ดีมากจนสามารถเพิ่มพอร์ตเป็นสองเท่า

แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้มาจากฝีมือของผมทั้งหมดเลย ผมแค่โชคดีที่อยู่ในตลาดกระทิงรอบใหญ่ ผมยังไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่เลยด้วยซ้ำ

หลังจากนั้น ผมอยู่ในตลาดมาได้ปีหนึ่ง แล้วตลาดก็เริ่มแย่ลง ไม่มีหุ้นตัวไหนที่ทำกำไรได้อีกแล้ว การเติบโตหยุดชะงัก และผมเริ่มขาดทุนหนักมาก พอร์ตที่เคยขึ้นไปถึง 60,000 ดอลลาร์ ลดลงเหลือเพียง 16,000 ดอลลาร์ นี่มันแทบจะเป็นการล้างพอร์ตเลยก็ว่าได้

สุดท้าย ผมตัดสินใจใช้เวลาทั้งสุดสัปดาห์นั่งวิเคราะห์หุ้นทุกตัวที่ผมซื้อในปีที่ผ่านมา และผมก็พบข้อผิดพลาดที่เกิดซ้ำ ๆ นั่นคือ ผมซื้อหุ้นที่ "แพงเกินไป" หรืออยู่ในระดับราคาที่สูงเกินจุดเหมาะสม

เมื่อรู้แบบนี้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการซื้อขายใหม่ ผมจะซื้อหุ้นเฉพาะเมื่อถึง "จุดซื้อที่เหมาะสม" เท่านั้น คือซื้อตอนที่ราคาหุ้นกำลังทะลุแนวต้านขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ หรือซื้อเหนือฐานราคาที่แข็งแกร่ง ผมจะเลือกเฉพาะหุ้นที่มีคุณสมบัติที่ใช่

หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เจอหุ้นตัวแรกที่ทำกำไรก้อนใหญ่ให้ผม นั่นคือบริษัท Wards ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Circuit City และนี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ตั้งแต่นั้นมา ผมมีสมาธิกับกลยุทธ์ของตัวเองมากขึ้น ผมไม่ซื้อหุ้นที่กำลังปรับฐาน ผมไม่ซื้อหุ้นที่ราคาสูงเกินไป ผมซื้อเฉพาะเมื่อถึงจุดซื้อที่ถูกต้อง ผมไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตลาดจะเป็นอย่างไร

ผมโฟกัสแค่ "รูปแบบเดียว" เท่านั้น และพยายามเชี่ยวชาญมันให้ได้ เพราะเวลาที่คุณพยายามทำหลายอย่างเกินไป เช่น ซื้อทั้งหุ้นที่กำลังเบรกเอาท์และหุ้นที่กำลังดึงตัวกลับ (Pullback) หรือใช้หลายกลยุทธ์ปะปนกัน มันจะทำให้คุณสับสนและเกิดปัญหา

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย โฟกัสที่จุดแข็งของตัวเอง และพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบ!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)