ทำไมหุ้นควอนตัมพุ่งแรง เก็งกำไรรุนแรง?

Image
“สงครามควอนตัม” เริ่มจริงแล้ว สรุปจาก https://x.com/i/status/2044706241080070284 ปี 2026 คือจุดเปลี่ยน → จาก “งานวิจัยในแล็บ” → กลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ สหรัฐ vs จีน แข่งกันทั้ง เทคโนโลยี + นโยบาย + เงินทุน ⚙️ Insight สำคัญที่สุด (หัวใจของบทความ) 👉 ผู้ชนะ “ไม่ใช่คนสร้างคิวบิต (hardware)” 👉 แต่คือ “คนควบคุมระบบ” (control plane) NVIDIA เปิดตัว Ising แนวคิด: AI จะกลายเป็น “Operating System” ของคอมพิวเตอร์ควอนตัม 📌 ความหมาย: ใครคุม layer นี้ = คุม ecosystem ทั้งหมด คล้ายที่ NVIDIA คุม GPU ในยุค AI 🇺🇸 ฝั่งสหรัฐ: 3 เสาหลัก NQI (กฎหมาย) ขยายถึงปี 2034 จาก “วิจัย” → ไป “การผลิต + ใช้งานจริง” DARPA QBI คัดบริษัทที่ “สร้างควอนตัมใช้จริงได้” เป้าหมาย: ปี 2033 ต้องมีเครื่องที่ “คุ้มต้นทุน” White House (นโยบายกลาง) วางยุทธศาสตร์ชาติ + ความมั่นคง (เช่น post-quantum crypto) 📌 สรุป: → สหรัฐใช้โมเดล รัฐ + เอกชนร่วมกัน (ecosystem-driven) 🇨🇳 ฝั่งจีน: รัฐนำเต็มตัว ลงทุนระดับ ~ $140B (กองทุนรัฐ) ดัน 3 ด้านพร้อมกัน: Quantum Communication (นำโลก) ดาวเทียม Micius satellite Quantum Computin...

ตัวตนที่แท้จริงของนักวิจารณ์ภายใน คือ ตัวตนของเราในวัยเด็ก

ตัวตนที่แท้จริงของนักวิจารณ์ภายใน คือ ตัวตนของเราในวัยเด็ก เด็กที่น่าสงสาร ที่ตัวสั่นเทาเพราะ “กลัวว่าตนเองจะถูกตำหนิและปฏิเสธ” จิต(วิญญาณหลอนของ)เด็กคนนี้แหละที่คอยกดดันเราให้รับรู้ตลอดเวลาที่มีการเชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่แสนน่ากลัวมาก่อน โดยเฉพาะการถูกทิ้งขว้าง 

จากหนังสือ "ใช้สมองพลังบวก เอาชนะอารมณ์ลบ"


เราจึงต้องทำความเข้าใจและยอมรับให้ได้ว่า “เด็กคนนี้คืออดีต” อดีตได้ตายไปแล้ว มันเป็นเพียงแค่ชุดความทรงจำ ที่เป็นมโนคติเท่านั้น ตัวตนของนักวิจารณ์เด็กคนนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรหรอก เราไม่ควรโกรธเขาด้วยซ้ำ แต่ให้มองเขาด้วยความเอ็นดู พยายามนึกน้อนกลับไป(หรือศึกษาว่า)แท้จริงแล้ววิญญาณเด็กคนนี้เขายังคงกลัวอะไรอยู่ เพราะอะไรถึงกลัวมากขนาดนั้น

เบื้องหลังความกลัวของวิญญาณเด็ก มีประมาณนี้

ถ้าอยากได้รับความรัก ก็ต้องมีอะไรมาโชว์หน่อย

ถ้าไม่มีใครเข้าใจ แล้วจะมีประโยชน์อะไร

ถ้าไม่ทำให้เสร็จ จนใครว่าอะไรไม่ได้ เขาก็คงเห็นเป็นเรื่องตลก

คนอื่น ๆ ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง แล้วฉันจะอยู่อย่างสบายใจแบบนี้ได้หรือ

ชีวิตจะพัง ถ้าไม่ทำตามที่วางแผนไว้

ถ้าเป็นแบบนี้ คนอื่นก็คงผิดหวังในตัวฉัน

ไม่อยากสร้างความวุ่นวาย เลยต้องเลี่ยงความขัดแย้ง


ความเชื่อของนักวิจารณ์ภายใน มักจะได้รับอิทธิพลมาจากพ่อ แม่ กลุ่มเพื่อน หรือสื่อต่าง ๆ ได้ปลูกฝังลงในใจของเราทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว จนกลายเป็นกฎเหล็กที่เราต้องทำตามโดยไม่รู้ตัว

และความเชื่อเหล่านี้จะมีอทธิพลต่อทัศนคติ ที่เรามีต่อชีวิตอยู่ในโหมดเพื่อความอยู่รอด ทุกความเชื่อที่ว่า “ต้อง…ให้ได้นะ” หรือ “ห้าม…เด็ดขาดนะ” เป็นกรอบความคิดที่น่าจะเกิดขึ้นตอนที่เรารู้สึกถูกคุกคาม ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต เหมือน “ถ้าประมาท…แกตายแน่” 

ในโหมดของความอยู่รอดนั้น ความรู้สึก กังวล กลัว จะครอบงำประสาทสัมผัสทั้งหมดของเราไว้ จึงกลายเป็นปิดกั้นไม่ให้มองโลกแบบผจญภัย

อย่าได้ขับไล่ อย่าโกรธเคืองนักวิจารณ์ภายใน เพราะเขาเป็นแค่วิญญาณเด็กที่ตัวสั่นเทิ้มเพราะความกลัวเท่านั้นเอง สิ่งที่เราควรทำก็คือ “เฝ้ามอง” หรือ “รับรู้สิ่งที่เขาพยายามจะบอก” ยอมรับมัน แล้วหมั่นบอกเขาว่า “โลกนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่ากลัวเหมือนที่เธอคิดหรอกนะ” 

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน