The Space Economy คืออะไร? ทำไมจึงเป็นธีมเด่นของปี 2026

Image
  The Space Economy คืออะไร (สั้น ๆ ก่อน) ถ้าเปรียบโลกการลงทุนเป็นเมืองหนึ่ง Space Economy คือ “ย่านใหม่ของเมือง” ที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่คนที่เข้าไปก่อน มีโอกาสได้ที่ดินราคาถูก และโตไปพร้อมเมือง ธุรกิจอวกาศไม่ได้มีแค่ “ยิงจรวด” แต่มันคือระบบเศรษฐกิจทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ส่งของขึ้นฟ้า → ใช้งาน → เอาข้อมูลกลับมาหาเงินบนโลก ต่อไปมาดูทีละกลุ่ม แบบเข้าใจง่าย ๆ 1) Launch Services Providers คนเปิดประตูสู่อวกาศ ตัวอย่าง: $RKLB Rocket Lab นี่คือบริษัทที่ทำหน้าที่เหมือน “สายการบินของอวกาศ” ใครอยากเอาดาวเทียมขึ้นฟ้า ต้องใช้บริการกลุ่มนี้ก่อนเสมอ 🔹 จุดเด่น ยิ่งดาวเทียมเยอะ → ความต้องการยิงจรวดยิ่งสูง เป็นด่านแรกของทั้งระบบ 🔹 มุมมองนักเทรด ถ้า Space Economy โตจริง กลุ่มนี้คือคนเก็บค่าผ่านทาง 2) Space Infrastructure and Services ช่างก่อสร้างและผู้ดูแลเมืองบนวงโคจร ตัวอย่าง: $RDW, $LUNR, $MNTS, $LLAP, $SIDU บริษัทกลุ่มนี้ไม่ใช่ยิงจรวด แต่คือ สร้างโครงสร้าง ดูแลดาวเทียม ระบบพลังงาน / การเคลื่อนย้ายในอวกาศ 🔹 เปรียบง่าย ๆ เหมือนบริษัทรับเหมาก่อสร้าง + ซ่อมบำรุง ถ้าไม่มีพวกเขา เมืองอวกาศอยู่ไม่ได้ 🔹...

หากคุณต้องการลาออกจากงานประจำเพื่อเทรดเต็มเวลา นี่คือคำแนะนำจากคุณปู่ Peter Brandt : Full time trader วัยเก๋า

หากคุณต้องการลาออกจากงานประจำเพื่อเทรดเต็มเวลา

นี่คือคำแนะนำจากคุณปู่ Peter Brandt : Full time trader วัยเก๋า
1) เงินทุนทั้งก้อนควรมาจากกำไรที่คุณเทรดได้เท่านั้น (เพราะมันเป็น
ตัวการันตีว่าคุณมีพื้นฐานการทำเงินที่สม่ำเสมอมาแล้ว)
2) อย่าได้คาดหวังกำไรต่อปีเกินกว่า 50%
3) อย่าได้เสี่ยงเกินกว่า 2% ของพอร์ต ต่อการเทรดแต่ละครั้ง
4) คุณต้องมีเงินสดสำรองใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพากำไรจากการเทรด
นาน 18 เดือน (คุณจะได้ไม่กดดันตัวเองให้ต้องเทรดโดยไม่จำเป็น)
5) คาดหมายไว้ก่อนเลยว่า ปีแรก คุณจะเป็นผู้แพ้ ทำเงินไม่ได้เลย

Wanting to ditch day job to trade full time? My advice
1. Entire account capitalization should be from trading profits
2. Don't expect >50% annual RORs
3. Don' risk >2% of capital per trade
4. Have 18 months of living expenses saved separately
5. Expect Yr #1 to be a loser.
@Peter Brandt - Unknown Market Wizards

(การเทรดไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทางการเงินของคุณ แต่มันจะขยายให้คุณเสียเงินมากขึ้นต่างหาก)
ความหมายที่ปู่ไม่ได้บอกตรง ๆ ผมอยากเสริมให้เข้าใจมากขึ้น
1) คุณต้องอยู่รอดให้ได้ก่อน รอดได้ถึงมีโอกาสรวย
2) Psychology จิตใจคุณต้องไม่ถูกกดดันจากความคาดหวังผลลัพธ์
3) คุณจะเทรดได้ดีขึ้น เมื่อทำตามกระบวนการ ด้วยใจเป็นกลาง
4) คุณต้องไม่ปล่อยให้ "เงิน" เป็นนายควบคุมการเทรดของคุณ
เพราะถ้าคุณเทรดเพราะต้องการเงิน Psychology คุณจะไม่เป็นกลาง
5) นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Psychology จึงสำคัญมากที่สุด รองลงมา
คือ การบริหารเงินทุน สุดท้ายเป็นกลยุทธ์การเทรด
6) ถ้า psychology คุณรีบเร่ง ต้องชนะเท่านั้น แพ้ไม่ได้ คุณก็จะใช้กลยุทธ์ไปรับใช้อารมณ์แย่ นั้น เมื่อคุณหลงเทรดตามอารมณ์ เอาแต่ใจ แก้แค้น ก็ส่งผลให้พอร์ตพัง แล้วคุณก็จะต้องกลับไปของานคนอื่นทำ/เป็นลูกจ้างประจำที่คุณเกลียดอีกครั้งจนได้


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)