How to build a 10× portfolio แนวทางปั้นพอร์ตโต 10× (5-10 ปี) มุ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี disruptive

Image
สรุปจากบทความ  https://x.com/futurist_lens/status/2012235416858939708?s=20 กรอบการลงทุนโดยรวมสำหรับทศวรรษหน้า : ผู้เขียน (@futurist_lens) แนะนำกรอบการลงทุนส่วนตัวที่มุ่งเน้นเทคโนโลยี disruptive เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยแบ่งพอร์ตโฟลิโอออกเป็นสองส่วนหลัก คือ Core Anchors (หุ้นมั่นคงสำหรับถือยาว) และ Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้นที่มี momentum สูงแต่ความเสี่ยงมากกว่า) เพื่อให้เกิดการ compounding และสร้างมรดก generational wealth โดยไม่ไล่ตาม FOMO (fear of missing out) แต่เน้น conviction จากการวิจัยลึก Core Anchors (หุ้นหลักมั่นคง) : ส่วนนี้คิดเป็นครึ่งหนึ่งของทุนลงทุน โดยเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดและมีศักยภาพเติบโตยั่งยืน เช่น $TSLA (Tesla สำหรับ EV และ robotics), $NVDA (NVIDIA สำหรับ chips และ AI), $GOOGL (Alphabet สำหรับ AI และ tech platforms) หุ้นเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นคง รับมือ volatility ได้ดี และใช้เป็นที่หมุนเวียนกำไรจากส่วนอื่น Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้น momentum) : อีกครึ่งของพอร์ตโฟลิโอลงทุนในหุ้นที่มี upside สูงแต่เสี่ยงสูง เช่น $RKLB (Rocket Lab สำหร...

Learning curve ของการเทรดที่ต้องยอมรับให้ได้

 Learning curve คือ gap ระยะเวลาที่คุณใช้ในการสร้างทักษะ หรือ สะสมความรู้ เพื่อให้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น สิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณมีความเชี่ยวชาญคือ สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องกัน equity curve เป็นขาขึ้น



Learning curve เป็นสิ่งที่นักเทรดผู้แพ้(ที่ล้มเลิก/ถอดใจไปก่อน)ไม่รู้จัก เพราะเขาคาดหวังการได้โฮมรัน(ผลลัพธ์ชั้นเลิศ-เหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง)ตั้งแต่การตีครั้งแรกเลย ทั้ง ๆ ไม่สำเหนียกว่าตนเองยังไม่รู้ไม่มีทักษะที่ควรคู่เลย


ขาดทุนซ้ำซาก - ปล่อยกำไรให้กลายเป็นขาดทุน - รักษากำไรก้อนโตเอาไว้ไม่ได้ - เปลี่ยนกลยุทธ์ไปมา - พอร์ตไม่โตเสียที ฯลฯ นี่คือลักษณะของการอยู่ในช่วง learning curve ผลงานจะเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่ความรู้สึกของคุณ  (ความซื่อสัตย์ต่อตนเองสำคัญมาก)

.

การรู้จัก Learning curve ช่วยให้นักเทรดมีมุมมองที่ถูกต้องกับระยะเวลามากขึ้น ไม่รีบร้อนกดดันตัวเองมากเกินไป ไม่คาดหวังผลเลิศตั้งแต่ครั้งแรก แต่เปิดใจอ้าแขนรับความผิดพลาดเอามาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเก่า โฟกัสไปที่การพัฒนาตนเองเป็นหลัก คนที่มี mindset เป็นน้ำไม่เต็มแก้วแบบนี้แหละที่มีศักยภาพต่อความสำเร็จในระยะยาว

.

ถึงกระนั้น อย่าเหนียมอายที่จะยอมรับว่าตนเองอยู่ในช่วง Learning curve 

เพราะการยอมรับโดยดุษฏี จะช่วยให้คุณเปิดใจสำหรับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ upside ของคุณเปิดกว้างอย่างไร้เพดาน

แต่ถ้าคุณยอมรับไม่ได้ คุณก็เป็นเหมือนน้ำเต็มแก้ว พัฒนาได้ยากแล้ว

.

อย่าเพิ่งถามว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่ แต่จงบอกตัวเองว่าฉันจะเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด ฉันจะลดจุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างไร โฟกัสไปที่การเรียนรู้ สะสมประสบการณ์ไปก่อน ค่อย ๆ ปรับทัศนคติ(จิตวิทยา)ให้สอดคล้อง ถ้าคุณดีพอ-เงินจะมาหาคุณเองครับ




7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)