“คูเมืองทางเทคโนโลยี” (technology moat) ที่ทำให้ $LITE (Lumentum) ได้เปรียบคู่แข่ง

Image
สืบเนื่องจากการรีทวีตคำพูด (quote tweet) จากบัญชี @PhotonCap ซึ่งเป็นบัญชีที่เน้นเรื่องโฟโตนิกส์และเทคโนโลยีควอนตัม โดยในโพสต์นั้นมีการแท็ก “$LITE” ซึ่งเป็นตัวย่อหุ้นของ Lumentum Holdings บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ออปติคอลและโฟโตนิกส์ เช่น เลเซอร์ โพสต์นี้อ้างอิงมาจาก @insane_analyst ที่กำลังเน้นประเด็นทางเทคนิคสำคัญ เพื่อโต้แย้งนักลงทุนสายมองลบ (ที่มองว่าหุ้นแพงเกินไป) ต่อหุ้น $LITE ใจความสำคัญของโพสต์ สารหลักคือ “การปกป้องมูลค่าของ Lumentum” ประเด็นที่ยกขึ้นมาคือ การผลิตเลเซอร์ที่มี linewidth แคบมาก (extremely narrow linewidth) เป็นเรื่องที่ยากมากในเชิงวิศวกรรม แต่กลับเป็นสเปกที่ “จำเป็นแบบเลี่ยงไม่ได้” สำหรับงานประสิทธิภาพสูง เช่น ✅ระบบโทรคมนาคม ✅ดาต้าเซ็นเตอร์ ✅ควอนตัมคอมพิวติ้ง ✅coherent optics ทำไม linewidth แคบถึงสำคัญ? เพราะมันช่วยให้: ✅สัญญาณคมชัด (signal integrity ดีขึ้น) ✅สัญญาณรบกวนน้อยลง ✅ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบสูงขึ้น พูดง่าย ๆ คือ นี่คือ “คูเมืองทางเทคโนโลยี” (technology moat) ที่ทำให้บริษัทแบบ Lumentum ไม่ได้ถูกคู่แข่งรายใหม่เข้ามาแย่งตลาดได้ง่าย ๆ กราฟที่แนบมาบอก...

Learning curve ของการเทรดที่ต้องยอมรับให้ได้

 Learning curve คือ gap ระยะเวลาที่คุณใช้ในการสร้างทักษะ หรือ สะสมความรู้ เพื่อให้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น สิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณมีความเชี่ยวชาญคือ สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องกัน equity curve เป็นขาขึ้น



Learning curve เป็นสิ่งที่นักเทรดผู้แพ้(ที่ล้มเลิก/ถอดใจไปก่อน)ไม่รู้จัก เพราะเขาคาดหวังการได้โฮมรัน(ผลลัพธ์ชั้นเลิศ-เหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง)ตั้งแต่การตีครั้งแรกเลย ทั้ง ๆ ไม่สำเหนียกว่าตนเองยังไม่รู้ไม่มีทักษะที่ควรคู่เลย


ขาดทุนซ้ำซาก - ปล่อยกำไรให้กลายเป็นขาดทุน - รักษากำไรก้อนโตเอาไว้ไม่ได้ - เปลี่ยนกลยุทธ์ไปมา - พอร์ตไม่โตเสียที ฯลฯ นี่คือลักษณะของการอยู่ในช่วง learning curve ผลงานจะเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่ความรู้สึกของคุณ  (ความซื่อสัตย์ต่อตนเองสำคัญมาก)

.

การรู้จัก Learning curve ช่วยให้นักเทรดมีมุมมองที่ถูกต้องกับระยะเวลามากขึ้น ไม่รีบร้อนกดดันตัวเองมากเกินไป ไม่คาดหวังผลเลิศตั้งแต่ครั้งแรก แต่เปิดใจอ้าแขนรับความผิดพลาดเอามาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเก่า โฟกัสไปที่การพัฒนาตนเองเป็นหลัก คนที่มี mindset เป็นน้ำไม่เต็มแก้วแบบนี้แหละที่มีศักยภาพต่อความสำเร็จในระยะยาว

.

ถึงกระนั้น อย่าเหนียมอายที่จะยอมรับว่าตนเองอยู่ในช่วง Learning curve 

เพราะการยอมรับโดยดุษฏี จะช่วยให้คุณเปิดใจสำหรับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ upside ของคุณเปิดกว้างอย่างไร้เพดาน

แต่ถ้าคุณยอมรับไม่ได้ คุณก็เป็นเหมือนน้ำเต็มแก้ว พัฒนาได้ยากแล้ว

.

อย่าเพิ่งถามว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่ แต่จงบอกตัวเองว่าฉันจะเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด ฉันจะลดจุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างไร โฟกัสไปที่การเรียนรู้ สะสมประสบการณ์ไปก่อน ค่อย ๆ ปรับทัศนคติ(จิตวิทยา)ให้สอดคล้อง ถ้าคุณดีพอ-เงินจะมาหาคุณเองครับ




7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น