“เทรดวันละประมาณ 1 ชั่วโมงก็พอ” คำพูดนี้ "ทำได้จริง หรือ แค่โม้"

Image
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQzNjg3NSI7fQ Qullamaggie บอก: “Exactly, swing trading, especially like focus on EPs. For those of you who are working, you really only need like one hour of your day. You start doing research 20-30 minutes before market opens... And then market opens and you see what's good... make your entries and then you're free. Takes one hour every day.” “ใช่เลย การเทรดแบบสวิง โดยเฉพาะการโฟกัสที่ EPs สำหรับพวกคุณที่ทำงาน(ประจำ)อยู่ จริง ๆ แล้วคุณต้องใช้เวลาแค่ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อวันเท่านั้น คุณเริ่มทำการรีเสิร์ชก่อนตลาดเปิดประมาณ 20–30 นาที… แล้วพอตลาดเปิด คุณก็ดูว่ามีตัวไหนน่าสนใจ … เข้าออเดอร์ของคุณ แล้วคุณก็เป็นอิสระ ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงต่อวัน” แนวคิดของ Qullamaggie ที่บอกว่า “เทรดวันละประมาณ 1 ชั่วโมงก็พอ” นั้น ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน — แต่ก็ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน เช่นกัน ลองมองให้ลึกลงไปว่า “เป็นไปได้ไหม?” คำตอบคือ: ✔️ เป็นไปได้…แต่มีเงื่อนไข การเท...

Learning curve ของการเทรดที่ต้องยอมรับให้ได้

 Learning curve คือ gap ระยะเวลาที่คุณใช้ในการสร้างทักษะ หรือ สะสมความรู้ เพื่อให้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น สิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณมีความเชี่ยวชาญคือ สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องกัน equity curve เป็นขาขึ้น



Learning curve เป็นสิ่งที่นักเทรดผู้แพ้(ที่ล้มเลิก/ถอดใจไปก่อน)ไม่รู้จัก เพราะเขาคาดหวังการได้โฮมรัน(ผลลัพธ์ชั้นเลิศ-เหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง)ตั้งแต่การตีครั้งแรกเลย ทั้ง ๆ ไม่สำเหนียกว่าตนเองยังไม่รู้ไม่มีทักษะที่ควรคู่เลย


ขาดทุนซ้ำซาก - ปล่อยกำไรให้กลายเป็นขาดทุน - รักษากำไรก้อนโตเอาไว้ไม่ได้ - เปลี่ยนกลยุทธ์ไปมา - พอร์ตไม่โตเสียที ฯลฯ นี่คือลักษณะของการอยู่ในช่วง learning curve ผลงานจะเป็นตัวชี้วัด ไม่ใช่ความรู้สึกของคุณ  (ความซื่อสัตย์ต่อตนเองสำคัญมาก)

.

การรู้จัก Learning curve ช่วยให้นักเทรดมีมุมมองที่ถูกต้องกับระยะเวลามากขึ้น ไม่รีบร้อนกดดันตัวเองมากเกินไป ไม่คาดหวังผลเลิศตั้งแต่ครั้งแรก แต่เปิดใจอ้าแขนรับความผิดพลาดเอามาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเก่า โฟกัสไปที่การพัฒนาตนเองเป็นหลัก คนที่มี mindset เป็นน้ำไม่เต็มแก้วแบบนี้แหละที่มีศักยภาพต่อความสำเร็จในระยะยาว

.

ถึงกระนั้น อย่าเหนียมอายที่จะยอมรับว่าตนเองอยู่ในช่วง Learning curve 

เพราะการยอมรับโดยดุษฏี จะช่วยให้คุณเปิดใจสำหรับการเรียนรู้อย่างเต็มที่ upside ของคุณเปิดกว้างอย่างไร้เพดาน

แต่ถ้าคุณยอมรับไม่ได้ คุณก็เป็นเหมือนน้ำเต็มแก้ว พัฒนาได้ยากแล้ว

.

อย่าเพิ่งถามว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่ แต่จงบอกตัวเองว่าฉันจะเรียนรู้จากมันให้มากที่สุด ฉันจะลดจุดอ่อนเหล่านี้ได้อย่างไร โฟกัสไปที่การเรียนรู้ สะสมประสบการณ์ไปก่อน ค่อย ๆ ปรับทัศนคติ(จิตวิทยา)ให้สอดคล้อง ถ้าคุณดีพอ-เงินจะมาหาคุณเองครับ




7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ