Gain-to-Pain Ratio คือสิ่งที่นักเทรดมือใหม่ต้องรู้ มันคืออะไร? คำนวณยังไง มาดูกัน

Image
Gain-to-Pain Ratio (GPR) คืออัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุน โดยการเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่ได้รับกับความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุน GPR เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในวงการการเงินเพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกองทุนหรือพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลงทุนที่มีความผันผวนสูง แนวทางการคำนวณ สมมุติว่าเรามีผลตอบแทนรายเดือนสำหรับกองทุนหนึ่งในช่วง 12 เดือนดังนี้: - มกราคม: 2% - กุมภาพันธ์: -1% - มีนาคม: 3% - เมษายน: -2% - พฤษภาคม: 4% - มิถุนายน: -1% - กรกฎาคม: 2% - สิงหาคม: -3% - กันยายน: 1% - ตุลาคม: -1% - พฤศจิกายน: 2% - ธันวาคม: -1% 1. ผลรวมของผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นบวก: [ 2% + 3% + 4% + 2% + 1% + 2% = 14% ] 2. ผลรวมของค่าผลตอบแทนรายเดือนที่เป็นลบ: [  -1%  -2% -1% -3%  -1% -1% = 9%] 3. คำนวณ Gain-to-Pain Ratio: ค่า GPR ที่สูงกว่า 1 บ่งบอกว่าผลตอบแทนที่ได้รับสูงกว่าความเสี่ยงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีในการลงทุน โดยสรุป Gain-to-Pain Ratio เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการประเมินผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ช่วยให้นักลงทุน

Mindset ที่แตกต่างของนักเทรดที่โฟกัสที่ผลลัพธ์ กับ โฟกัสที่กระบวนการ

ความต่างของการโฟกัสที่ผลลัพธ์ กับ โฟกัสที่กระบวนการ


นักเทรด/นักเล่นหุ้นที่โฟกัสผลลัพธ์

1/เขาจะโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ และวัดความคืบหน้าเมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงเท่านั้น

2/ มือใหม่ ยังไร้ประสบการณ์ จะโฟกัสไปที่ผลลัพธ์

3/ มือใหม่ จะให้รางวัลมาก่อน

4/ มือใหม่จะคาดหวังผลลัพธ์ต้องแม่นยำ 100%

5/ ปัญหาก็คือ เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ผิดหวัง ก็เจ็บปวด รับไม่ได้(เพราะคาดหวังสูง) จึงไม่สามารถยอมรับ/ตัดขาดทุนได้ หลังจากนั้นก็จะพยายามหาเหตุผลจากใครก็ได้ว่าตนเองยังคิดถูกอยู่ จะได้ทนถือ หรือ ซื้อเพิ่มถัวเฉลี่ย

6/ คนที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ไม่สนใจกระบวนการ? ไม่จริง

 พวกเขาสนใจกระบวนการอยู่ แต่มักต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เคลื่อนไหวอันเป็นผลมาจากการกระทำเป็นจริง จากนั้นจึงกลับมาให้ความสนใจกระบวนการ


นักเทรด/นักเล่นหุ้นที่โฟกัสกระบวนการ

1/ เขาจะให้ความสำคัญกับกระบวนการและกังวลเกี่ยวกับการตั้งค่าเพื่อความสำเร็จ ก่อนที่พวกเขาจะกังวลเกี่ยวกับการดูผลลัพธ์

2/ มือโปร ผู้อยู่รอด จะให้กระบวนการมาก่อน

3/ มือโปร ผู้อยู่รอด จะให้ความเสี่ยงมาก่อน

4/ มือโปร ผู้อยู่รอด จะมองผลลัพธ์ 50-50

5/ คนที่มุ่งเน้นกระบวนการไม่สนใจผลลัพธ์? ไม่จริง. พวกเขาใส่ใจในผลลัพธ์แต่เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ดีนั้นมาจากผลลัพธ์ของกระบวนการที่ดีเป็นหลัก

6/ หากไม่มีการระบุทิศทางที่ชัดเจน ก็เละเทะได้

ถ้าไม่มีเป้าหมาย ไม่ได้ให้คำแนะนำใดๆ ไม่มีการเน้นงาน จึงไม่ชัดเจนว่างานไหนจำเป็น งานไหนไม่จำเป็น ไม่มีอะไรสำเร็จได้โดยไม่มีกำหนดเวลา


เทรดเดอร์ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการ

มีความเชื่อหลัก 5 ประการ:

๑ ความได้เปรียบที่พวกเขามีในระบบ จะส่งผลให้เกิดการทำกำไรในระยะยาว

๒. พวกเขาไม่ปล่อยให้อารมณ์หรืออัตตาของตนจมอยู่กับผลลัพธ์ในระยะสั้น พวกเขาเข้าใจการสุ่มผลลัพธ์ในกรอบเวลาที่สั้นลง

๓. พวกเขาเข้าใจว่าพวกเขาสามารถควบคุมการดำเนินการซื้อขายอย่างเป็นระบบเท่านั้นไม่ใช่ผลการซื้อขาย

๔. พวกเขาไม่ได้พยายามทำนายว่าตลาดจะทำอะไรในอนาคต พวกเขาทำได้แค่ควบคุมสิ่งที่พวกเขาจะทำในช่วงเวลาปัจจุบันเท่านั้น

๕. พวกเขาจะไม่อวดโอ้ในการเทรดที่ชนะ และผิดหวัง/ทนทุกข์กับการเทรดที่ขาดทุน

๖. งานของเทรดเดอร์ที่เน้นกระบวนการไม่ใช่การทำนาย แสดงความคิดเห็น หรือพิสูจน์สิ่งใด งานเดียวของพวกเขาคือปฏิบัติตามกฎ ใช้สัญญาณ และปฏิบัติตามกระบวนการของพวกเขา




แนะนำบทความรวมคลิป = คอร์สหุ้นออนไลน์ 

ชมฟรีครับ ที่ช่องยูทูปของ zyo


***********

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน