Morgan Stanley ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 105 ดอลลาร์ จาก 67 ดอลลาร์

Image
 Morgan Stanley ปรับคำแนะนำหุ้น $RKLB เป็น “Overweight” จากเดิม “Equalweight” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 105 ดอลลาร์ จาก 67 ดอลลาร์ ความเห็นของนักวิเคราะห์: “เราเห็นว่าตลาดเริ่มยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทด้านอวกาศที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ มีความหลากหลายของธุรกิจ และมีศักยภาพการเติบโตระยะยาวที่น่าเชื่อถือ แม้ว่ามูลค่าหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาอย่างมากแล้ว แต่เรามองว่าการ re-rating ครั้งนี้มีเหตุผลรองรับมากขึ้น จากความสามารถในการปล่อยจรวดที่พิสูจน์แล้วและทำซ้ำได้จริง เส้นทางที่ชัดเจนในการเข้าสู่ตลาดจรวดขนาดกลางซึ่งมีกำลังการผลิตจำกัด ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาคพาณิชย์และภาครัฐ รวมถึงความชัดเจนที่ดีขึ้นของขนาดรายได้ในระยะยาว ในประเด็นนี้ เราขอเน้นถึงชัยชนะล่าสุดของบริษัทจากสัญญา Space Development Agency (SDA) มูลค่าประมาณ 816 ล้านดอลลาร์ ในโครงการ Tranche 3 Tracking Layer ซึ่งเรามองว่าเป็นชัยชนะเชิงกลยุทธ์ เราเห็นว่ารางวัลสัญญานี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ยืนยันว่าบริษัทสามารถแข่งขันและคว้าชัยเหนือผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ที่มีประสบการณ์ด้านอวกาศมาอย่างยาวนานได้อย่างมีป...

งานของนักเทรด : เฝ้าติดตาม และตัดขาดทุน

 การเฝ้าติดตาม และตัดขาดทุน

เมื่อเข้าซื้อได้แล้ว งานของเรายังไม่จบนะครับ

ต้องเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวนั้นต่อ ตรงนี้แหละที่เป็นเหตุผลว่าทำไมท่านต้องมีจำนวนหุ้นในการดูแลและติดตาม "ไม่เยอะเกินไป" 3-5 ตัวกำลังพอดี ถ้าเกิน 10 ตัว ผมว่ามากไป


ทำไมต้องติดตาม?

เพราะเราไม่มีทางแม่นได้ทุกตัว บางคน ใน 10 ตัว มีพลาดถึง 5 หรือมากกว่านั้น

ตลาดหุ้นมีหน้าที่ทำให้นักเทรดขาดทุน 


การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด และการทำธุรกิจก็เช่นกัน มันคือต้นทุน ที่ท่านต้องยอมรับ 

การขาดทุนจะไม่เป็นอันตรายสำหรับนักเทรดตราบใดที่คุณบริหารมันไม่ให้เสียหายมากเกินไป 3% - 10% คือลิมิตที่ถือว่าไม่ทำร้ายนักเทรด (แต่ต้องสัมพันธ์กับจำนวนเงินที่คุณยอมเสียได้ ที่คุณวางแผนในช่วง setup แล้วนะครับ ถ้าบริหารเงินเข้าซื้อที่ดี เป็นไปตามระบบ การตัดขาดทุนในระดับนี้จะไม่มีทางทำร้ายพอร์ตของคุณได้เลย)


ปัญหาในช่วงนี้ ใหญ่มาก มีผลกระทบมาก

เพราะนักเทรดส่วนใหญ่ ไม่สามารถทำตามระบบ หรือกฎการตัดขาดทุนได้ แม้จะวางแผน ให้สัญญากับตัวเองไว้แล้วก็ตาม


ตอนวางแผนนั้น เรายังไม่ได้เจอของจริงไง จึงพูดหรือเขียน ระบุล่วงหน้ายังไงก็ได้

แต่พอเจอของจริงเข้า เกินครึ่ง "แผนแตก" กันทั่ว

เพราะในตัวมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า "ความกลัวการสูญเสีย หรือ Loss Aversion" เราทำใจยากมากที่จะขายตัดขาดทุน เพราะความคาดหวัง ว่าอยากเป็นผู้ชนะ อยากได้กำไร ไม่อยากขาดทุนอีก ฯลฯ ส่งผลให้เกิดการบิดพลิ้ว เลี่ยงกฎ ขอต่อราคา เปลี่ยนโหมดไปเป็นภาวนาให้ราคากลับมาเท่าทุนก่อน


ตรงนี้แหละที่อารมณ์เข้ามามีส่วนร่วมอีกครั้ง

เมื่อไม่ยอมขายตัดขาดทุน ความเสียหายยิ่งใหญ่โต


วิธีแก้ ก็ต้องกลับไปปรับความเชื่อใหม่ อาทิ

- การขาดทุน เป็นต้นทุนของการทำธุรกิจ

- การขาดทุน เป็นส่วนหนึ่งของการเทรด

- เราควบคุมการเคลื่อนไหวของราคาไม่ได้ 

- เราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์การเทรดได้

- ตลาดมีหน้าที่ทำให้นักเทรดขาดทุน

- การขาดทุนจะไม่ทำร้ายเราได้ถ้าตัดตอนไว

- ตัดขาดทุนไว เสียหายน้อย เอาคืนง่าย

- หน้าที่อันดับแรกของนักเทรด คือรักษาเงินทุน

ฯลฯ ท่านต้องติดตั้งความเชื่อนี้ให้กับตัวเองให้ได้

ถ้ามีความเชื่อนี้ ท่านตัดขาดทุนได้ง่ายขึ้นแน่



แนะนำบทความรวมคลิป = คอร์สหุ้นออนไลน์ 

ชมฟรีครับ ที่ช่องยูทูปของ zyo


***********


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า