ทัศนคติผู้ชนะ : Sir Alex Ferguson

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit

แม้ผมจะไม่ได้เป็น แฟนบอลทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ก็มีความชื่นชอบและศรัทธาแนวทางการทำทีมของท่านเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน อย่างมาก ชื่นชมในทัศนคติของความเป็นผู้ชนะของแก

ถ้าเปรียบป๋าเฟอร์กี้ กับการเป็นเทรดเดอร์ ก็น่าจะเป็นโมเมนตัมเทรดเดอร์ที่เก่งกาจสุดๆ คือแกมีความกล้าที่จะทุ่มเพื่อให้ได้เป็นผู้ชนะ นักเตะแพงแค่ไหน ถ้าอยากได้ และช่วยทำให้ทีมได้เป็นแชมป์ ท่านเซอร์ไม่เคยเกี่ยง ตั้งแต่ที่จำความได้ เอริค คันโตน่า, ดไวท์ ยอร์ค, ฟาน นิสเตลรอย, ฟาน เพอร์ซี กระทั่ง เวย์น รูนีย์ ซื้อมาเพื่อถ้วยแชมป์ล้วนๆ

ทำไมการเป็นแชมป์จึงมีความสำคัญในสายตาป๋า?
แม้แกไม่ได้บอกไว้ แต่ผมก็คิดว่าการได้เป็นแชมป์ไม่ได้หยุดแค่การชูถ้วยหรอกนะครับ มันได้ส่งผลกระทบจากนั้นไปอีกมหาศาล
๑) เมื่อทีมคุณเป็นแชมป์ คุณจะได้ฐานแฟนบอลที่มากขึ้น mass ชอบผู้ชนะอยู่แล้ว สโมสรก็สามารถขายเสื้อได้มากขึ้น ของที่ระลึกด้วย ตั๋วเข้าชมก็ขายได้มากตาม
๒) เมื่อมี mass ติดตามมากขึ้น บริษัทห้างร้านก็จะขอเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ เพื่อโฆษณา ไม่ว่าจะติดโลโก้ บนเสื้อแข่ง เสื้อซ้อม เสื้อออกข่าว แม้แต่สูท ไหนจะโลโก้ติดฝาผนังเบื้องหลังการแถลงข่าว เครื่องดื่ม ฯลฯ รายได้ในส่วนนี้ก็มากตาม
๓) มาตรฐานของสโมสรดีขึ้น โดยเฉพาะชื่อเสียง นักเตะเก่งๆก็รับพิจารณาง่ายขึ้นเพราะการได้ร่วมทีมที่เก่งที่สุดในประเทศนั้น อย่างน้อยก็น่าจะมีโอกาสได้แชมป์สูงกว่าทีมระดับรอง

แน่นอนเมื่อฐานะการเงินคุณดีขึ้น คุณก็กล้าซื้อตัว นักเตะระดับท็อปของโลกมาร่วมงานได้
นี่คือคุณูปการของแชมป์ ที่ป๋าทำไว้ให้สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่อันดับต้นๆของโลก

คือคนที่มีทัศนคติของผู้ชนะ มักจะไม่ได้มองโลกแค่ช็อตเดียวหรอก ยิ่งคุณเห็นเหตุผลของการเป็นผู้ชนะมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งกล้าเสียสละตัวเอง เพื่อให้ได้ชัยนั้นมา

ซึ่งถ้าหากเปรียบท่านเป็นเทรดเดอร์ก็เป็นประเภทที่เชี่ยวชาญในด้าน "ซื้อแพง ขายได้แพงโคตร" แบบหาตัวจับยากคนหนึ่ง

พอมีโอกาสได้อ่านหนังสือเรื่อง "นำให้ชนะ" บางส่วนจาก google books ก็ยิ่งเห็นรายละเอียดที่น่าชื่นชมและบอกต่อของแก ในเรื่อง  "ทัศนคติของผู้ชนะ" ที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างสำหรับทุกอาชีพ ไม่เฉพาะแค่โค้ชเท่านั้น


คุณสมบัติของผู้ชนะ
พื้นเพทางครอบครัวของป๋าเฟอร์กี้ในวัยเด็ก ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร พ่อทำงานอู่ต่อเรือ แต่โชคดีหน่อยที่ท่านมีวินัยสูง จึงฝึกสูกให้มีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้ตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งมันก็ได้กลายนิสัยติดตัวท่านมาจนถึงตอนที่เป็นผู้จัดการทีม

นอกจากมีวินัยแล้ว ท่านยังมีนิสัยของผู้ชนะอยู่ถึง ๓ อย่าง คือ
๑) ชอบฟัง ฟังแล้วได้รับโอกาส ฟังลูกทีม ได้เอริค คันโตน่า ฟัง+ถามหัวหน้า ได้ซึมซับความรู้
๒) ชอบสังเกต : เพื่อประเมินคนอื่นและประเมินสถานการณ์ เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของการเตรียมความพร้อม ผมจะไปอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ถ้าต้องการ และถอยออกมาเมื่อต้องการมองภาพใหญ่ ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง และไม่ให้คำตัดสินของคนอื่นมาเบี่ยงเบนสิ่งที่ตัวเองเห็น
๓) ชอบอ่านหนังสือ : ได้อะไรจากการอ่านเยอะมาก ออกจากโรงเรียน อายุ 16 ปี เพราะหลงไหลฟุตบอล แต่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ อ่านประวัติโค้ชและนักเตะชื่อดัง วิธีการรบ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ

ทุกคนล้วนมีเครื่องมืออันทรงพลังสองอย่าง ที่เราควบคุมได้อย่างเต็มที่ นั่นคือ นัยน์ตาและหูของเราเอง การมองดูคนอื่น การฟังคำแนะนำของคนอื่น และการอ่านเรื่องราวของคนอื่น ถือเป็นสามสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ทำในชีวิตนี้

รู้จักความกระหาย
วินัย : ผมรู้สึกอยู่เสมอว่าชัยชนะของเราเป็นผลสะท้อนจากวินัยที่เราทำแต่ละวัน หลายคนอาจประหลาดใจหากได้รู้ว่าความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากการที่เราไม่ปล่อยตัวให้เตลิดไป ไม่พยายามทำสิ่งเป็นไปไม่ได้ ไม่ทำเรื่องที่เสี่ยงเกินไป
เรื่องวินัย, ป๋าเฟอร์กี้ ถือว่ามีชื่อทางด้านนี้มาก ความจัดทางด้านนี้มันเริ่มตั้งแต่เด็กเพราะพ่อปลูกฝังมา จากนั้นพอได้เป็นผู้จัดการทีม ก็คอยจัดการนักเตะให้อยู่กับร่องกับรอยได้เป็นอย่างดี อะไรขวางหูขวางตา แกเล่นหมดแหละไม่ว่านักเตะคนนั้นจะใหญ่แค่ไหน เบ็คแฮมยังโดนเลย
ผมว่าวินัย เป็นส่วนประหลักที่ทำให้แกเป็นผู้ชนะ ไม่จำเป็นต้องทำงานเป็นทีมหรอกครับ ตัวคนเดียว ถ้าไร้วินัย ชีวิตก็ไม้หลักปักขี้เลนดีๆนี่เอง

การทำงานหนัก : ผมทำอะไรเฉื่อยแฉะไม่เป็นเอาเลย แล้วจะหงุดหงิดด้วยถ้าหากเห็นใครปล่อยความสามารถให้สูญเปล่าด้วยความขี้เกียจ ผมรู้แค่ว่าตัวเองจะสบายใจเมื่อทำเต็มที่สุดความสามารถ
ทัศนคตินี้ก็ถูกส่งต่อจากพ่อแม่เช่นกันครับ ด้วยความที่เขาเห็นพ่อแม่ทำงานหนักมากตั้งแต่เด็ก จึงมีความฝังใจ อยู่ในสายเลือดเลย แกจึงชอบคนที่มีความพยายามอย่างไม่ลดละ

แกบอกว่า ใครก็ตามทีมีความพยายามอย่างไม่ลดละ เป็นคนที่มีทัศนคติที่นำไปสู้ชัยชนะ

เมื่อการชนะคือสิ่งที่เรามุ่งมั่นในชีวิต ผู้ชนะที่แท้จริงก็จะต้องพยายามอย่างไม่ลดละ แม้จะฟังดูเฝือ แต่นักฟุตบอลระดับสุดยอดล้วนแข่งขันกับตัวเอง เพื่อจะพัฒนาให้เก่งเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยที่นักเตะอย่าง โรนัลโด้, เบ็คแฮม, พี่น้องเนวิลล์, คันโตนา, สโคลส์, กิ๊กส์ และรูนี่ย์ แทบจะต้องให้คนมาลากออกจากสนามซ้อม ในหัวใจของคนพวกนี้มีความปรารถนาอยากพัฒนาตัวเองให้ถึงจุดสุดยอด และปรับปรุงขึ้นไปเรื่อยๆ

โรนัลโด เขาปรารถนาอยากเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและมุ่งมั่นจะทำแบบนั้นให้ได้ ทั้งยังใส่ใจเรื่องโภชนาการอย่างมากตั้งแต่ก่อนย้ายมาอังกฤษ ทุกวันนี้เขายังเคร่งครัดกับการนอนแช่น้ำแข็งทุกครั้งหลังแข่งเสร็จ เพื่อจะสามารถเล่นฟุตบอลได้ในระดับที่ตัวเขาต้องการ โรนัลโดไม่เคยแตะแอลกอฮอล์ และรักษาน้ำหนักตัวให้ต่ำกว่าน้ำหนักปกติ 3 กิโลกรัมเสมอ

ถ้าหากต้องเลือกระหว่างนักเตะฝีเท้าฉกาจแต่ขาดความมุ่งมั่นและอดทน กับนักเตะอีกคนที่เล่นเก่งพอสมควร แต่มีความมุ่งมั่นและแรงกระตุ้นเต็มหัวใจละก็ ผมจะเลือกคนหลังเสมอ นักเตะแบบแรกอาจเล่นได้ดีในช่วงแรกๆ แต่จะไม่มีความอดทนไปได้ยาวนาน ซึ่งสโมสรที่ยิ่งใหญ่จำเป็นต้องมีเพื่อจะรักษาไว้ให้ได้ตลอดไป

Passion : แรงผลักดันให้อยากเป็นผู้ชนะ
ทั้งโค้ชและนักเตะของทีมนี้ ล้วนมีแรงผลักดันเพื่อให้ตัวเองก้าวข้ามไปอยู่ฝั่งของผู้ชนะ
สิ่งนั้นคือ พื้นฐานทางครอบครัวที่เป็นชนชั้นแรงงาน-รายได้น้อย ฟุตบอลคือตั๋วเบิกทางไปสู่อนาคตที่สดใส ออกไปจากชีวิตที่แร้นแค้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องมีความฝั่นและทำงานหนัก
ไรอัน กิ๊กส์ - พ่อทิ้ง อยู่กับแม่ที่มีรายได้กระเบียดกระเสียร
เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์, นิกกี้ บัตต์ ก็ไม่ได้มาจากครอบครัวร่ำรวย เวย์น รูนี่ ครอบครัวยากจน, แดนนี่ เวลแบ็ค, เวส บราวน์ ก็เกิดในถิ่นอันธพาล โรนัลโด บ้านก็ขัดสนเงินทอง

ความแร้นแค้นเหล่านี้แหละที่เป็นเชื้อเพลิง เป็นหอกแหลมทิ่มแทงให้พวกเขาต้องสู้ มุ่งมั่น ทำงานหนัก เพื่อชีวิตจะได้ดีขึ้น ดังนั้นเวลาที่ทีมกำลังเป็นรอง ท่านเซอร์ก็จะใช้คำพูดปลุกเร้าใจให้เด็กๆของเขาระลึกว่าตัวมาจากความแร้นแค้น เพื่อให้ทุกคนฮึกเหิม โดยบอกพวกเขาในทำนองว่า ผมแทบจะมั่นใจว่าคนรุ่นปู่หรือใครสักคนในครอบครัวของพวกเขาต้องเป็นคนใช้แรงงาน ซึ่งทำงานหนักทุกวันเพียงแค่จะประทังชีวอต ขณะที่พวกเขาต้องทำงานแค่ 90 นาที แล้วยังได้ค่าแรงอันแสนจะคุ้มค่า
"ถ้าคุณทุ่มเทน้อยกว่าทีมอื่น เมื่อนั้นเราก็ไม่ใช่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด"

ความมุ่งมั่น :  สำหรับผม ความมุ่งมั่นเป็นส่วนผสมระหว่างความยินดีจะทำงานหนัก ความมั่นคงทางอารมณ์ สมาธิจดจ่อ และการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
อีกหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมอันดับหนึ่งได้อย่างยาวนาน ก็คือมีนักเตะที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ไม่ว่าจะเป็น ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน, สตีฟ บรูซ, มาร์ก ฮิวส์, ไบรอัน แมคแคลร์, ปาทริช เอฟรา, เดวิด เบ็คแฮม, นิกกี้ บัตต์, เดนิส เออร์วิน ฯลฯ พวกเขามีบุคลิกคล้ายกันคือ มุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ทุ่มเทให้สโมสรแบบเต็มร้อย ความทุ่มเทไม่ต้องการพ่ายแพ้ของพวกเขาสามารถเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นเกิดความฮึกเหิมตามด้วย

สรุป
นี่เป็นบางส่วนที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้ครับ ก็เป็นส่วนประกอบของคนที่จะเป็นผู้ชนะ ว่ามีอะไรบ้าง
๑) วินัย
๒) รักการเรียนรู้ ฟัง-สังเกต-อ่าน
๓) ทำงานหนัก
๔) มีความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ
๕) มีความมุ่งมั่น ต้องไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้
ลองเอาไปปรับใช้ดูครับ ผมว่าเวิร์คเลยล่ะ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

1-2-3 Price Pattern เบสิคของการ breakout

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO