จากงบ Nvidia สู่โอกาสของ Lumentum ($LITE)

Image
จากงบ Nvidia สู่โอกาสของ Lumentum ($LITE)… สรุปจาก  https://x.com/i/status/2026793833875530187 เมื่อก่อน Nvidia คือบริษัทชิปกราฟิก วันนี้ Nvidia คือ “โครงสร้างพื้นฐานของ AI โลก” 1) ตัวเลขที่บอกการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ รายได้ไตรมาสล่าสุด: $68.13B (สูงสุดเป็นประวัติการณ์) รายได้จาก Data Center: $62.3B คิดเป็น 91.4% ของรายได้ทั้งหมด ไตรมาสถัดไปคาดการณ์รายได้: $78B (สูงกว่าที่ตลาดคาด) นี่ไม่ใช่แค่โต… แต่มันคือ “การเปลี่ยนตัวตน” เมื่อ 91% ของรายได้มาจาก Data Center แปลว่า Nvidia ไม่ได้ขายแค่ GPU แต่กำลังขาย “โครงสร้างพื้นฐานของ AI ทั้งระบบ” 2) เมื่อ AI โตแบบก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาคือ “การเชื่อมต่อ ” GPU 1 ตัวเก่งแค่ไหน… ไม่สำคัญเท่า GPU นับหมื่นตัวทำงานพร้อมกันได้เร็วแค่ไหน ยุคใหม่ของ AI โดยเฉพาะสิ่งที่ Jensen Huang เรียกว่า Agentic AI ต้องการ: การประมวลผลแบบกระจาย การสื่อสารระหว่าง GPU ปริมาณมหาศาล Latency ต่ำมาก Bandwidth สูงมาก ตรงนี้เองที่ “คอขวด” ไม่ใช่ชิป แต่คือ “สายที่เชื่อมชิปเข้าหากัน” "Mini Course : เคล็ดลึกเทรดหุ้นอเมริกา สำหรับคนพอร์ตเล็ก ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย" มีจำหน่ายแล้...

ชนะเกมการเทรดด้วย Risk Reward ที่เหมาะกับสไตล์ของคุณ



There are multiple paths to positive expectancy.

Avg gain * win % - avg loss * loss %

Large profit factor, low accuracy:

($5 * .3) - ($1 * .7) = $.80

High accuracy, low profit factor:

($1.5 *. 7) - ($1 * .3) = $.75

Mid accuracy, mid profit factor:

($2.5 * .5) - ($1 * .5) = $.75

๑) แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงตัวอย่างสมมุติฐาน แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความจริงของการเทรด ระบบความแม่นยำต่ำคือระบบที่ถูกตัดขาดทุนออกไปเป็นจำนวนมาก 


๒) ในหลายกรณี ปัจจัยกำไรไม่เคยอยู่ที่ค่ากลาง มันเบ้ไปจากกึ่งกลางเสมอ เนื่องจากระบบเหล่านี้มักจะใช้การหยุดที่เข้มงวดมาก ดังนั้นการสูญเสียโดยเฉลี่ยจึงน้อยมาก แต่ 10-20% ของหุ้นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่จะให้กำไรช่วยให้พอร์ตโตได้ 


๓) ลองนึกถึง Qullamaggie หรือ Zanger (นักเทรดที่ร่ำรวย) ที่โดนตัดขาดทุนบ่อยมาก เขาจะมองหาการเทรด Reward : Risk ระดับ 5, 10 และ 20:1 หรือนักเทรดตามเทรนด์ระยะยาวที่พยายามขี่เทรนด์ใหญ่ๆ หลายเดือน/ปี


๔) Low profit factor systems (Reward : Risk ต่ำ) โดยที่กำไรเฉลี่ยเทียบกับการขาดทุนเฉลี่ยไม่แตกต่างกันมาก ทำเงินผ่าน Position Sizing สูงและล็อกกำไรได้ค่อนข้างเร็ว ฉันเคยเห็นระบบที่การสูญเสียเฉลี่ยมากกว่ากำไรเฉลี่ย แต่ความแม่นยำนั้นสูงมาก โดยรวมแล้วถือว่ามีกำไร นักเก็งกำไรและนักเทรดรายวันระยะสั้นมักจะจัดอยู่ในประเภทนี้


๕) Mid-profit factor systems มีแนวโน้มที่จะมีความสมดุลของทั้งสองอย่าง ลองนึกถึงลักษณะของนักเทรด Win rate 50% ที่ใช้ Reward : Risk 2:1 ของ Minervini ระบบเหล่านี้โฟกัสไปที่การจับจังหวะมากขึ้นเล็กน้อย และมีการแบ่งขายเก็บกำไรบางส่วน และมีแนวโน้มที่จะใช้การตัดขาดทุนแบบกว้างกว่าเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้ความแม่นยำสูงขึ้น นักสวิงเทรดมักจะอยู่ในข้อนี้

๖) โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่สามารถทนต่อระบบที่ความแม่นยำได้ มันยุ่งเหยิงกับหัวของฉันและฉันเริ่มก่อวินาศกรรมการซื้อขายของฉัน 
๗) ฉันพยายามบังคับตัวเองให้ทำมาหลายครั้งแล้ว และฉันก็ทำใจไม่ได้ 

๘) ดังนั้นฉันจึงขยายแก็บตัดขาดทุนของฉันให้กว้างขึ้น ซึ่งจะช่วยลดจุดตัดขาดทุนของฉันและเพิ่มค่าเฉลี่ยความแม่นยำของฉันเพื่อให้อยู่ในการเทรดมากขึ้น 

๙) สิ่งนี้เหมาะสมที่สุดหรือไม่? ฉันไม่สนใจจริงๆพูดตามตรง จะมีประโยชน์อะไรถ้าฉันไม่สามารถทำตามมันได้? ฉันอยากจะก้าวหน้าโดยทำน้อยให้ได้มาก แทนที่ที่จะบังคับสิ่งที่ฉันทำอย่างไม่สอดคล้องกันเพียงเพื่อผลประโยชน์ที่ดีที่สุด 

๑๐) บางทีสักวันหนึ่งฉันจะทำงานเพื่อจัดการกับการตัดขาดทุนที่เข้มงวดขึ้นและลดความแม่นยำลง แต่ฉันอยู่ในพื้นที่ที่สะดวกสบายที่ฉันอยู่ตอนนี้และคณิตศาสตร์ของฉันก็ใช้ได้ มีหลายวิธีในการทำเงินจากตลาดหุ้น


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์