แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ "ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่"

Image
  แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ " ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่ " เชิญชวนให้นักเทรดมือใหม่ ทำความรู้จักปรัชญาสโตอิก และนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรด แบบเข้าใจง่ายๆ ครับ หลังจากที่ผมเขียนหนังสือ Stoic Kickoff ไปแล้ว พบว่า ชอบการนำเสนอ แบบนั้น เข้าใจง่ายดี เลยขอต่อยอด เขียนสโตอิก สำหรับนักเทรดมือใหม่ ให้มือใหม่เข้าใจปรัชญานี้แบบง่ายๆ จึงกลายเป็นเล่มนี้ขึ้นมา ถ้าคุณชอบแนวทางการนำเสนอแบบ Stoic Kickoff ผมคิดว่า คุณน่าจะชอบเล่มนี้เหมือนกันแน่นอน " การเทรด คือ สนามฝึกสโตอิก ที่ง่ายและดีที่สุด " ผมเชื่อแบบนี้ครับ ดังนั้น จึงอยากนำเสนอ เพื่อให้คุณเปิดใจเรียนรู้  และนำเอา ปรัชญาสโตอิก ไปใช้ร่วมกับการเทรดดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน! ซื้ออ่านได้แล้วที่ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjQ2NTcyOTt9

ทำไมช่วง 6 ปีแรกของอาชีพนักเทรดของพี่ Mark Minervini จึงพอร์ตพัง-หมดตัว? และจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาเป็นผู้ชนะคืออะไร?

"เพื่อให้ทุกอย่างมันเคลียร์ 100% 

ผม(จะบอกความจริงให้คุณรู้ทั่วกันว่า)ได้ทำผิดพลาดนับพันครั้งตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีแรก(ผมพลาดเละเทะมาก)

... แต่กุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาวของผมคือ การหลีกเลี่ยงความเสียหายจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ และยอมให้หุ้นที่ดีที่สุดเป็นแนวทางในการลงทุนของผมเสมอ โดยผมจะไม่โต้เถียงกับคำตัดสินของตลาดเด็ดขาด"

- Mark Minervini


จากภาพบน ตรงที่เป็นกรอบสีแดงคือช่วงแรกที่พี่มาร์คเข้าสู่ตลาด

ทั้ง ๆ ที่ตลาดเป็นขาขึ้นแต่แกก็ยังทำเงินไม่ได้

๑) เหตุผลคือในตอนนั้น แกใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้น laggard หุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่แบบวีไอมือสมัครเล่นทำ หาหุ้นไม่เป็น ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของมาร์เก็ตติ้งให้เล่นหุ้นปั่นสตอรี่ ซ้ำร้ายคือ

- แกไม่ขายไม่ขาดทุน

- และ ถัวเฉลี่ยขาดทุน

จึงทำให้พอร์ตพัง หมดตัวไป

(ปัญหาไม่ใช่แนวทางวีไอ - แต่เป็นเพราะแกรู้ไม่จริง และไม่มีการบริหารความเสี่ยงเลย)


๒) แกกลับมาอีกครั้ง พร้อมเงินก้อนใหม่ และเปลี่ยนมาร์เก็ตติ้งใหม่ แต่ด้วยความที่คบกันแบบคู่คิดคู่แข่ง ทำให้ตอนที่ขาดทุนไม่กล้าบอกให้ตัดขาดทุน(ในอดีตนั้น จะซื้อขายหุ้นต้องให้มาร์เก็ตติ้งทำให้) จึงอมพะนำไว้ ทนเก็บหุ้นขาดทุนไว้ก่อน รอให้ราคากลับมาเท่าทุนก่อนจึงค่อยเกทับกัน แต่ปัญหากลับร้ายแรงหุ้นนั้นยังลงหนักต่อ ก็ยังหน้าบางไม่ให้มาร์เก็ตติ้งคู่ซี้ขาย จึงหมดตัวไปอีกรอบ (ปัญหาคือ -ไม่ขายไม่ขาดทุน)


๓) จุดเปลี่ยน คือแกได้เรียนวิชาจากปู่โอนีล กับ พี่เดวิด ไรอัน จึงได้แนวทางคัดหุ้นแบบ CAMSLIM ใช้พื้นฐาน+เทคนิคอล มาปรับใช้

- ตั้งปณิธานว่า อยากจะเก่งเหมือน เดวิด ไรอัน (ซึ่งเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน) ให้ได้

- โดยกุญแจสำคัญคือแกจริงจังกับ

-- การตัดขาดทุน 

-- การบริหาร Risk Reward ที่เป็นธุรกิจ 

-- รู้จักรอคอย-ตลาดแย่ไม่เทรด 

- - จะเทรดแบบจัดหนักเฉพาะตอนที่ตลาดเป็น Easy Money เท่านั้น

-- มุ่งเน้น ทบต้นกำไร แทนที่จะทบต้นความผิดพลาด


๔) จากนั้นผลงานก็ดีขึ้น และกลับมาปั้นพอร์ต เติบโตพุ่งทะยาน และแข่ง US Investing Championship ได้แชมป์อีกต่างหาก

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

ขั้นตอนการทำราคาของ Market Maker

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave