จัดอันดับความคุ้มค่าและความเสี่ยงของหุ้นควันตัม

Image
จัดอันดับความคุ้มค่าและความเสี่ยงของหุ้นควันตัม (QUANTUM STOCKS RISK TO REWARD TIER LIST) ⚠️ หมายเหตุ: นี่ไม่ใช่การจัดอันดับว่าบริษัทไหนดีที่สุด แต่เป็นการวัดว่าหุ้นตัวไหนให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ณ ระดับราคาปัจจุบัน เราจัดอันดับโดยพิจารณาจาก: ระยะห่างที่ราคาตกลงมาจากจุดสูงสุด, ปริมาณเงินสดที่มีเมื่อเทียบกับอัตราการใช้เงิน (Cash Burn), อัตราส่วนราคาต่อรายได้ (P/S) และปัจจัยที่อาจทำให้เกิดหุ้นใหม่ทะลักเข้าสู่ตลาด แปลจาก https://x.com/Qtumanalysis/status/2112250107051802658 ระดับ S TIER (ดีเยี่ยม / คุ้มค่าที่สุด): 1️⃣ $INFQ    * ราคาปรับตัวลงมาแล้วกว่า 58% จากจุดสูงสุด และเคลื่อนไหวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)    * มูลค่าหุ้นอยู่ที่ประมาณ 31 เท่าของรายได้ ซึ่งถือเป็นหุ้น pure-play ในสหรัฐฯ ที่ถูกที่สุด    * ธุรกิจแทบจะไม่เผาเงินสด (Burn Cash น้อยมาก)    * แรงกดดันจากการขายหุ้นต่อ (Resale overhang) เป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้และสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว  2️⃣ $QNT    * มี เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม โดยเมื่อเช...

ทำไมช่วง 6 ปีแรกของอาชีพนักเทรดของพี่ Mark Minervini จึงพอร์ตพัง-หมดตัว? และจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาเป็นผู้ชนะคืออะไร?

"เพื่อให้ทุกอย่างมันเคลียร์ 100% 

ผม(จะบอกความจริงให้คุณรู้ทั่วกันว่า)ได้ทำผิดพลาดนับพันครั้งตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีแรก(ผมพลาดเละเทะมาก)

... แต่กุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาวของผมคือ การหลีกเลี่ยงความเสียหายจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ และยอมให้หุ้นที่ดีที่สุดเป็นแนวทางในการลงทุนของผมเสมอ โดยผมจะไม่โต้เถียงกับคำตัดสินของตลาดเด็ดขาด"

- Mark Minervini


จากภาพบน ตรงที่เป็นกรอบสีแดงคือช่วงแรกที่พี่มาร์คเข้าสู่ตลาด

ทั้ง ๆ ที่ตลาดเป็นขาขึ้นแต่แกก็ยังทำเงินไม่ได้

๑) เหตุผลคือในตอนนั้น แกใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้น laggard หุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่แบบวีไอมือสมัครเล่นทำ หาหุ้นไม่เป็น ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของมาร์เก็ตติ้งให้เล่นหุ้นปั่นสตอรี่ ซ้ำร้ายคือ

- แกไม่ขายไม่ขาดทุน

- และ ถัวเฉลี่ยขาดทุน

จึงทำให้พอร์ตพัง หมดตัวไป

(ปัญหาไม่ใช่แนวทางวีไอ - แต่เป็นเพราะแกรู้ไม่จริง และไม่มีการบริหารความเสี่ยงเลย)


๒) แกกลับมาอีกครั้ง พร้อมเงินก้อนใหม่ และเปลี่ยนมาร์เก็ตติ้งใหม่ แต่ด้วยความที่คบกันแบบคู่คิดคู่แข่ง ทำให้ตอนที่ขาดทุนไม่กล้าบอกให้ตัดขาดทุน(ในอดีตนั้น จะซื้อขายหุ้นต้องให้มาร์เก็ตติ้งทำให้) จึงอมพะนำไว้ ทนเก็บหุ้นขาดทุนไว้ก่อน รอให้ราคากลับมาเท่าทุนก่อนจึงค่อยเกทับกัน แต่ปัญหากลับร้ายแรงหุ้นนั้นยังลงหนักต่อ ก็ยังหน้าบางไม่ให้มาร์เก็ตติ้งคู่ซี้ขาย จึงหมดตัวไปอีกรอบ (ปัญหาคือ -ไม่ขายไม่ขาดทุน)


๓) จุดเปลี่ยน คือแกได้เรียนวิชาจากปู่โอนีล กับ พี่เดวิด ไรอัน จึงได้แนวทางคัดหุ้นแบบ CAMSLIM ใช้พื้นฐาน+เทคนิคอล มาปรับใช้

- ตั้งปณิธานว่า อยากจะเก่งเหมือน เดวิด ไรอัน (ซึ่งเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน) ให้ได้

- โดยกุญแจสำคัญคือแกจริงจังกับ

-- การตัดขาดทุน 

-- การบริหาร Risk Reward ที่เป็นธุรกิจ 

-- รู้จักรอคอย-ตลาดแย่ไม่เทรด 

- - จะเทรดแบบจัดหนักเฉพาะตอนที่ตลาดเป็น Easy Money เท่านั้น

-- มุ่งเน้น ทบต้นกำไร แทนที่จะทบต้นความผิดพลาด


๔) จากนั้นผลงานก็ดีขึ้น และกลับมาปั้นพอร์ต เติบโตพุ่งทะยาน และแข่ง US Investing Championship ได้แชมป์อีกต่างหาก

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด (EMA Swing Trade)

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง