หุ้น BlackBerry ($BB) เพิ่งทำ 52 Week High มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

Image
https://finviz.com/quote.ashx?t=BB&ty=c&p=d&b=1 หุ้น BlackBerry ($BB) ในช่วงเดือนเมษายน 2026 นี้ มีการเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงอย่างมาก โดยปัจจัยหลักไม่ได้มาจากกระแส Meme Stock เหมือนในอดีต แต่เกิดจาก "จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างธุรกิจ" และข่าวความร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดังนี้ครับ: 1. ตัวเร่งระยะสั้น (Catalysts) การขยายความร่วมมือกับ Nvidia (20 เมษายน 2026): ราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 13% ในวันเดียวหลังจากประกาศผนึกกำลังกับ Nvidia เพื่อนำระบบปฏิบัติการ QNX ไปใช้ในคอมพิวเตอร์ Nvidia IGX Thor ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Edge AI และหุ่นยนต์ผ่าตัด (Surgical Robots) การที่ Nvidia เลือกใช้ QNX เป็นตัวยืนยันว่าระบบของ BB มีความปลอดภัยสูงสุดในระดับที่ AI อุตสาหกรรมต้องการ ดีลใหญ่กับผู้ผลิตรถ EV ในจีน: BB เพิ่งเซ็นสัญญาซอฟต์แวร์ฉบับใหม่กับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในจีน เพื่อใช้ระบบ QNX ในการควบคุมฟังก์ชันอัจฉริยะภายในรถ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล) ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Cybersecurity และเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้รับความสนใจ ซึ่ง B...

ทำไมช่วง 6 ปีแรกของอาชีพนักเทรดของพี่ Mark Minervini จึงพอร์ตพัง-หมดตัว? และจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาเป็นผู้ชนะคืออะไร?

"เพื่อให้ทุกอย่างมันเคลียร์ 100% 

ผม(จะบอกความจริงให้คุณรู้ทั่วกันว่า)ได้ทำผิดพลาดนับพันครั้งตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีแรก(ผมพลาดเละเทะมาก)

... แต่กุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาวของผมคือ การหลีกเลี่ยงความเสียหายจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ และยอมให้หุ้นที่ดีที่สุดเป็นแนวทางในการลงทุนของผมเสมอ โดยผมจะไม่โต้เถียงกับคำตัดสินของตลาดเด็ดขาด"

- Mark Minervini


จากภาพบน ตรงที่เป็นกรอบสีแดงคือช่วงแรกที่พี่มาร์คเข้าสู่ตลาด

ทั้ง ๆ ที่ตลาดเป็นขาขึ้นแต่แกก็ยังทำเงินไม่ได้

๑) เหตุผลคือในตอนนั้น แกใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้น laggard หุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่แบบวีไอมือสมัครเล่นทำ หาหุ้นไม่เป็น ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของมาร์เก็ตติ้งให้เล่นหุ้นปั่นสตอรี่ ซ้ำร้ายคือ

- แกไม่ขายไม่ขาดทุน

- และ ถัวเฉลี่ยขาดทุน

จึงทำให้พอร์ตพัง หมดตัวไป

(ปัญหาไม่ใช่แนวทางวีไอ - แต่เป็นเพราะแกรู้ไม่จริง และไม่มีการบริหารความเสี่ยงเลย)


๒) แกกลับมาอีกครั้ง พร้อมเงินก้อนใหม่ และเปลี่ยนมาร์เก็ตติ้งใหม่ แต่ด้วยความที่คบกันแบบคู่คิดคู่แข่ง ทำให้ตอนที่ขาดทุนไม่กล้าบอกให้ตัดขาดทุน(ในอดีตนั้น จะซื้อขายหุ้นต้องให้มาร์เก็ตติ้งทำให้) จึงอมพะนำไว้ ทนเก็บหุ้นขาดทุนไว้ก่อน รอให้ราคากลับมาเท่าทุนก่อนจึงค่อยเกทับกัน แต่ปัญหากลับร้ายแรงหุ้นนั้นยังลงหนักต่อ ก็ยังหน้าบางไม่ให้มาร์เก็ตติ้งคู่ซี้ขาย จึงหมดตัวไปอีกรอบ (ปัญหาคือ -ไม่ขายไม่ขาดทุน)


๓) จุดเปลี่ยน คือแกได้เรียนวิชาจากปู่โอนีล กับ พี่เดวิด ไรอัน จึงได้แนวทางคัดหุ้นแบบ CAMSLIM ใช้พื้นฐาน+เทคนิคอล มาปรับใช้

- ตั้งปณิธานว่า อยากจะเก่งเหมือน เดวิด ไรอัน (ซึ่งเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน) ให้ได้

- โดยกุญแจสำคัญคือแกจริงจังกับ

-- การตัดขาดทุน 

-- การบริหาร Risk Reward ที่เป็นธุรกิจ 

-- รู้จักรอคอย-ตลาดแย่ไม่เทรด 

- - จะเทรดแบบจัดหนักเฉพาะตอนที่ตลาดเป็น Easy Money เท่านั้น

-- มุ่งเน้น ทบต้นกำไร แทนที่จะทบต้นความผิดพลาด


๔) จากนั้นผลงานก็ดีขึ้น และกลับมาปั้นพอร์ต เติบโตพุ่งทะยาน และแข่ง US Investing Championship ได้แชมป์อีกต่างหาก

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

Photonics Panic : บริษัทที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง (และโอกาสลงทุน)

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave