(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

Image
  https://www.amazon.com/Market-Wizards-Generation-worlds-traders-ebook/dp/B0GQWW8GLG 1. KRISTJAN KULLAMÄGI จากการใช้ชีวิตเพื่อเทรด สู่การเทรดเพื่อใช้ชีวิต งานของคริสเตียน คูลลามากี (Kristjan Kullamägi) ในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อาคาร Nasdaq Stockholm จุดประกายความสนใจของเขาต่อการเทรด ยิ่งเขาอ่านและศึกษาการเทรดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าการเป็นเทรดเดอร์คือสิ่งเดียวที่เขาอยากทำ ความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางนี้ ทำให้เขาตัดสินใจบางอย่างที่ดูเหมือนไม่สมเหตุสมผล (ซึ่งจะกล่าวถึงในบทสัมภาษณ์) แต่สุดท้ายก็กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อเริ่มต้นเทรด คูลลามากีแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การเทรด และยิ่งไม่รู้เรื่องการบริหารความเสี่ยงเลย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะล้างพอร์ตแรกของตัวเองจนหมด และต้องกลับไปทำงานเพื่อหาเงินทุนก้อนใหม่สำหรับการเทรด วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกสองครั้ง ในการพยายามครั้งที่สี่ เขาจึงเริ่มทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรก เขามุ่งเน้นการเทรดระยะสั้น (Day Trading) เป็นหลัก หลังจากประสบความสำเร็จมาหลายปี เขาเปลี่ยนมาสู่การเทรดแบบสวิง (S...

ทำไมช่วง 6 ปีแรกของอาชีพนักเทรดของพี่ Mark Minervini จึงพอร์ตพัง-หมดตัว? และจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาเป็นผู้ชนะคืออะไร?

"เพื่อให้ทุกอย่างมันเคลียร์ 100% 

ผม(จะบอกความจริงให้คุณรู้ทั่วกันว่า)ได้ทำผิดพลาดนับพันครั้งตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีแรก(ผมพลาดเละเทะมาก)

... แต่กุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาวของผมคือ การหลีกเลี่ยงความเสียหายจากความผิดพลาดครั้งใหญ่ และยอมให้หุ้นที่ดีที่สุดเป็นแนวทางในการลงทุนของผมเสมอ โดยผมจะไม่โต้เถียงกับคำตัดสินของตลาดเด็ดขาด"

- Mark Minervini


จากภาพบน ตรงที่เป็นกรอบสีแดงคือช่วงแรกที่พี่มาร์คเข้าสู่ตลาด

ทั้ง ๆ ที่ตลาดเป็นขาขึ้นแต่แกก็ยังทำเงินไม่ได้

๑) เหตุผลคือในตอนนั้น แกใช้กลยุทธ์ซื้อหุ้น laggard หุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่แบบวีไอมือสมัครเล่นทำ หาหุ้นไม่เป็น ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของมาร์เก็ตติ้งให้เล่นหุ้นปั่นสตอรี่ ซ้ำร้ายคือ

- แกไม่ขายไม่ขาดทุน

- และ ถัวเฉลี่ยขาดทุน

จึงทำให้พอร์ตพัง หมดตัวไป

(ปัญหาไม่ใช่แนวทางวีไอ - แต่เป็นเพราะแกรู้ไม่จริง และไม่มีการบริหารความเสี่ยงเลย)


๒) แกกลับมาอีกครั้ง พร้อมเงินก้อนใหม่ และเปลี่ยนมาร์เก็ตติ้งใหม่ แต่ด้วยความที่คบกันแบบคู่คิดคู่แข่ง ทำให้ตอนที่ขาดทุนไม่กล้าบอกให้ตัดขาดทุน(ในอดีตนั้น จะซื้อขายหุ้นต้องให้มาร์เก็ตติ้งทำให้) จึงอมพะนำไว้ ทนเก็บหุ้นขาดทุนไว้ก่อน รอให้ราคากลับมาเท่าทุนก่อนจึงค่อยเกทับกัน แต่ปัญหากลับร้ายแรงหุ้นนั้นยังลงหนักต่อ ก็ยังหน้าบางไม่ให้มาร์เก็ตติ้งคู่ซี้ขาย จึงหมดตัวไปอีกรอบ (ปัญหาคือ -ไม่ขายไม่ขาดทุน)


๓) จุดเปลี่ยน คือแกได้เรียนวิชาจากปู่โอนีล กับ พี่เดวิด ไรอัน จึงได้แนวทางคัดหุ้นแบบ CAMSLIM ใช้พื้นฐาน+เทคนิคอล มาปรับใช้

- ตั้งปณิธานว่า อยากจะเก่งเหมือน เดวิด ไรอัน (ซึ่งเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน) ให้ได้

- โดยกุญแจสำคัญคือแกจริงจังกับ

-- การตัดขาดทุน 

-- การบริหาร Risk Reward ที่เป็นธุรกิจ 

-- รู้จักรอคอย-ตลาดแย่ไม่เทรด 

- - จะเทรดแบบจัดหนักเฉพาะตอนที่ตลาดเป็น Easy Money เท่านั้น

-- มุ่งเน้น ทบต้นกำไร แทนที่จะทบต้นความผิดพลาด


๔) จากนั้นผลงานก็ดีขึ้น และกลับมาปั้นพอร์ต เติบโตพุ่งทะยาน และแข่ง US Investing Championship ได้แชมป์อีกต่างหาก

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

Disciplined Trader (1-2) : เล่นหุ้น ล้มละลาย ต้องแก้แบบนี้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

เจาะลึกหุ้น $TE แบบละเอียด

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า