แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

Image
https://x.com/TraderLion/status/2105598645101834591 แนวคิดหลักของ Ross Haber: ทุกคนอยากซื้อตอน Breakout แต่คนส่วนน้อยที่อยู่กินกำไรคำใหญ่ได้ เพราะไม่รู้วิธีถือ แนะนำหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ https://www.zyo71.com/2019/05/3.html วิธีของเขาคือ ไม่ขายเพราะกลัว แต่ใช้ Trailing Stop ตามเส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average) ในช่วงตลาดกระทิง เพื่อให้หุ้นวิ่งได้เต็มที่ แต่ก็ปกป้องกำไรไว้ เส้นค่าเฉลี่ย = เครื่องมือปกป้องกำไร ไม่ใช่แค่จุดซื้อ กรณีศึกษา SHOP ตั้งแต่ ก.ค. 2016 ในภาพ: การขึ้นรอบใหญ่: ถึงจะมีจังหวะเขย่าหลุด 21-DMA / 23-EMA บ้าง แต่ตลอดทาง SHOP เคารพ 50-DMA และ 65-EMA มาตลอด จนกว่าจะทำท็อปแล้วหลุดจริง จังหวะซื้อซ้ำ (Buy here): ทุกครั้งที่ย่อลงมาแล้วเด้งกลับมายืนเหนือ 21-DMA/23-EMA ได้ คือจุดเติมของ 1st pullback หลัง breakout ยืน 21-DMA/23-EMA ได้ = ทรงดี 2nd pullback ก็ยังยืนได้ 3rd pullback ถ้าหลุด 21-DMA/23-EMA คือสัญญาณอ่อนแรง สัญญาณเตือนให้ระวัง: ปิดแคบๆ ในกรอบสั้นๆ = ดี (Super tight closes = constructive) วอลุ่มน้อยตอนย่อ = ยังไม่มีแรงขายจริง (Not enough volume to add) วอลุ่มหนักมากตอน...

Mindset ผู้ชนะ ของพี่ Mark Minervini

ประเด็นสำคัญจากบทความ How Early Stock Losses Built A Champion Stock Trader

.

1) โชคดี(ฟลุก)ของมือใหม่

Beginner's Luck ของ Mark Minervini เริ่มต้นในปี 1983 กับหุ้นของบริษัท Allis-Chalmers ผู้ผลิต forklifts และ tractors นี่เป็นหุ้นตัวแรกที่ Mark Minervini เข้าซื้อที่ราคา $4 ซึ่งอยู่ไกล้ ๆ 52-week low แล้วจากนั้นราคาก็พุ่งทะยานขึ้น ทำให้เขาได้กำไรจากมันมากมาย ทำให้เขาคิดว่า "ว้าว...การลงทุนมันช่างง่ายอะไรอย่างนี้" ก็แค่ซื้อหุ้นที่ราคาต่ำที่สุดให้ได้ แล้วก็ถือ แค่นี้ก็รวยแล้ว

.

แต่หลังจากการได้กำไรครั้งนั้น ตลาดก็สั่งสอนเขา ทำให้ 6 ปีจากนั้นเขาไม่เคยได้กำไรเลย แถมหมดตัวไปสองครั้ง (ใช่...กำไรจาก Allis-Chalmers เป็นแค่ความฟลุคเท่านั้นเอง)

.

2) ผู้ชนะใช้การขาดทุนหนักเป็นแรงบันดาลใจ

แต่...ด้วยความที่เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นผู้แพ้ในเกมนี้ แทนที่จะใช้การขาดทุนหนัก หมดตัวเป็นเหตุผลในการล้มเลิก Mark Minervini กลับใช้มันเป็นเหตุผลในการสู้ ใช้มันเป็นตัวเปลี่ยนเกม พลิกให้เขากลับไปเป็นผู้ชนะ

.

3) ใช้ความผิดพลาดเป็นเบาะแสพัฒนาตนเอง

ตั้งแต่ต้นปี 1990 Mark Minervini ใช้เวลาหาคำตอบว่าเขาทำอะไรผิด? จึงได้ขาดทุนซ้ำซากและหมดตัว? จึงได้ไปเจอหนังสือของ Jesse Livermore ผู้เป็นตำนานนักเทรด อ่านแนวทางการคัดหุ้นผู้ชนะของลิเวอร์มอร์ และที่สำคัญเขากลับไปตรวจสอบความผิดพลาดของตนเองอย่างเข้มข้น 

จึงพบจุดอ่อนของตนเอง 2 ประการสำคัญ นั่นคือ

1. เขาปล่อยให้การขาดทุนเล็กๆ น้อย ๆ ขยายใหญ่โต เพราะไม่ยอมตัดขาดทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ (คือไม่ให้เกิน 10%)

2. เขาไม่มีหลักเกณฑ์การลงทุนที่ดีพอ

เมื่อระบุจุด่อนของตนเองได้แล้ว Mark Minervini จึงตั้งปณธานว่า "ฉันจะไม่ทำพลาดซ้ำเรื่องเดิมอีก" ด้วยการไม่ปล่อยให้หุ้นขาดทุนทำลายพอร์ตเขาอีก เขาจริงจังกับการตัดขาดทุน เขาเลิกซื้อหุ้นที่ราคาต่ำสุด หลังจากทำแบบนี้ได้แล้ว เขาไม่เคยเจอการพอร์ตพังอีกเลย

.

4) การหมดตัว ได้สร้าง Great Trader ที่ชื่อ Mark Minervini

ตอนนี้ New Mark Minervini ได้เกิดใหม่แล้ว และคนใหม่คนนี้ก็ยังคงยืนหยัดอยู่รอดและร่ำรวยเป็นเศรษฐีจนกระทั่งวันนี้

.

เขาบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่นักเทรดผู้ทะเยอทะยานควรได้เจอตั้งแต่เนิ่น ๆ คือ "การขาดทุนหนัก กระทั่ง พอร์ตพัง หรือ หมดตัว(ได้ก็ยิ่งดี)" เหตุผลก็คือ ความพ่ายแพ้สอนอะไรมากมายเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเกี่ยวกับตัวเขาเอง ที่สำคัญก็คือมันสอนให้คุณเคารพความเสี่ยง

.

5) ฝันให้ใหญ่ ใช้ความยากจนกระตุ้นให้เป็นผู้ชนะให้ได้

ด้วยความที่เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน เขาจึงใช้ความแร้นแค้นนั้นเป็นแรงผลักดันให้เขา "ต้องเป็นคนร่ำรวยให้ได้โดยไม่มีข้ออ้าง" เมื่อใดก็ตามที่เขาขี้เกียจก็จะเอาภาพจำที่แร้นแค้นในอดีตมาเตือนตนว่าอย่าได้เกียจคร้าน และที่สำคัญเขาตระหนักรู้เสมอว่า "ฉันดีเกินกว่าที่เป็นคนยากจน" เขาเห็นภาพตนเองที่ยิ่งใหญ่และร่ำรวยอยู่ในหัวเสมอ

.

6) อยากชนะ ต้องมี Mindset ของผู้ชนะ

Mark Minervini เชื่อเสมอว่า "ความสำเร็จนั้นสร้างได้" ไม่มีใครเกิดมาแล้วเทรดเก่งเลย เขาต้องสร้าง "Mindset ของผู้ชนะ" ขึ้นมาด้วยตนเอง 

.

7) เรียนรู้ที่จะปลุกยักษ์ในตัว

Mark Minervini รู้พลังพิเศษของจิตใจ ด้วยการสะกดจิตนเอง การตอกย้ำและยืนยันตนเอง ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ การยืนยันตนเองในแต่ละวันก่อนจะครองตำแหน่งแชมป์ในการแข่งขันเทรดหุ้นในสหรัฐฯ ในปี 1997 "ทุกๆ วันเมื่อผมลุกขึ้น ผมจะมองในกระจกแล้วพูดว่า 'สวัสดีตอนเช้า ผู้ชนะ U.S. Investing Championship' " มิเนอร์วินีกล่าว “ผมแค่บอกตัวเองว่าผมชนะแล้ว มันเป็นมากกว่าความเชื่อ คุณต้องอยู่ในพื้นที่นั้น ผมแค่เสียบปลั๊กจิตใต้สำนึกเพื่อพาผมไปที่นั่น”

คนที่สอนเขาให้รู้จักศาสตร์นี้ก็คือ เดล คาร์เนกี โทนี่ ร็อบบินส์ และ ไบรอัน เทรซี นั่นเอง

.

8) เรียนรู้จากคนสำเร็จที่แท้จริง

Mark Minervini  พบว่า ถ้าอยากเป็นผู้สำเร็จ คุณต้องคิดและให้เหมือนพวกเขา จึงตระเวนอ่านหนังสือของผู้ชนะ เพื่อหาจุดร่วมว่า "พวกเขามีอะไรที่เหมือนกัน?" จะได้ทำให้เหมือน อยากสำเร็จแบบเขาคุณต้องเป็นเหมือนพวกเขาให้ได้

.

9) ใช้กฎการเทรด 4 ข้อเพื่อการปั้นพอร์ตให้เติบโตสม่ำเสมอ

1. โฟกัสไปที่การเป็นผู้เชี่ยวชาญสไตล์เดียว

2. หลีกเลี่ยงการขาดทุนขนาดใหญ่และอย่าถวเฉลี่ยขาดทุน

3. เทรดจัดหนักเมื่อคุณได้เปรียบเท่านั้น

4. เทรดเฉพาะหุ้นผู้ชนะเท่านั้น

.

10) เทรดตามตลาด อย่าเทรดนำตลาด

(หลังจากหมดตัวในช่วงหกปีแรก) Mark Minervini  ไม่เคยพยายามซื้อที่จุดต่ำสุด ขายที่จุดสูงสุดเลย เขาแค่ "กินตรงกลาง" เพราะมันคือส่วนที่ดีที่สุดกินง่ายที่สุด

.

11) คำแนะนำสำหรับนักเทรดผู้ไม่อยากแพ้

- “เพื่อที่จะใช้ชีวิตตามที่คุณต้องการอย่างแท้จริง คุณจะต้องซื่อสัตย์ต่อความปรารถนาของคุณ และทำให้ความปรารถนานั้นมีความสำคัญสูงสุด” 

- คุณต้องเสียสละหลายอย่าง “ความสำต้องมีการเสียสละ ผมรับรองได้เลยว่าสำหรับผู้ชนะเลิศเหรียญทองโอลิมปิก การคว้าเหรียญทองมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของชีวิต ไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับสามในชีวิต แต่มันคืออันดับหนึ่ง!!”

.

แปล เรียบเรียง และใส่สีตีไข่ จาก https://www.investors.com/news/management/leaders-and-success/mark-minervini-how-early-stock-losses-built-a-champion-stock-trader/


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)