วิธีแก้อาการเสพติดหุ้นต่ำบาท



ออกจาก comfort zone ให้รู้ว่ามันมีมากกว่า

ได้อ่านเมนท์เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องติดหล่มหุ้นต่ำบาท ก็เลยได้เรื่องความอคติของตัวเองมาแฉให้ท่านได้อ่านเป็นอุทาหรณ์อีกโพสต์
.
คำว่า comfort zone ในการตีความของผมก็คือ "นิสัยที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความก้าวหน้าของชีวิต" คล้ายๆ NPL "หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้"
ซึ่งจะว่าไป, เรื่องนี้ไม่ใช่อยู่แค่นิสัยในประจำวันหรอกนะ ในหุ้นก็มี บางคนอาจจะเรียกมันว่า bias หรืออคติ, ความเชื่อฝังใจจากสิ่งที่อ่านหรือรับรู้มา
.
ยกตัวอย่างผมเองนี่, แต่ก่อนเป็นโรคเสพติดหุ้นต่ำห้าบาท ยิ่งต่ำบาทยิ่งซื้อ เพราะมองว่าถูกมาก เพราะจากสลึงไปสิบบาทนั้นมันไม่แพง ลากพรวดเดียวก็ถึงสบายๆ ซื้อแล้วฝันกลางวันทันที อีกไม่นานเราจะรวยสิบเด้ง อย่างที่เคยบอกไปในโพสต์ที่แล้ว
ก็ใช้แนวทางนี้คัดหุ้นเล่นมานานหลายปี พอมีเวลาเช็ค performance ตัวเอง ก็พบว่า พอร์ตไม่โตเลย แถมเงินหายไปนับสิบเปอร์เซ็นต์
.
พอได้ทำบล็อก ติดตามหุ้นวิ่งดีๆ หลายๆเด้งพบว่า ไอ้ที่วิ่งสวยๆนั้น มันไม่จำเป็นจะต้องต่ำห้าเลยนี่นา TASCO ก็ออกสตาร์ทที่ 80 บาทโน่น(ราคาก่อนแตกพาร์) MALEE เริ่มต้นที่ 40 บาท(ราคาก่อนแตกพาร์) ไหนจะ GL, SYNEX, TAPAC ฯลฯ ก็ไม่ต่างกัน
ความที่ตัวเองคิดแบบกบในกะลาไงก็เลยไม่กล้าเล่นหุ้นที่ลิสต์มาทั้งหมด เพราะมองว่าแพง ซื้อได้ไม่เยอะ หรือถ้าเค้าจะลากก็คงไปได้ไม่ไกล
ถ้าความคิดแบบนี้เป็นจริง เราคงไม่มีทางเห็น AOT วิ่งทะลุ 400 บาท (ราคาก่อนแตกพาร์), TASCO นี่ถ้าไม่แตกพาร์ก็วิ่งแรงๆตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไปเลยนะ, เคส CMR นี่ก็ใช่
.
ดังนั้น, เมื่อเห็นตัวอย่างแบบนี้ก็ได้ข้อสรุปใหม่คือ ราคาไม่เกี่ยวแล้ว
สตอรี่การทำกำไรสำคัญกว่า ถ้ามันเติบโตได้เรื่อยๆ หรือมีกำไรจากการดำเนินงานที่เซอร์ไพรซ์ตลาด มันวิ่งได้หมดไม่ว่าราคาจะอยู่หลักไหน



เมื่อมุมมองเปลี่ยน ต่อไปก็ต้องปรับวิธีการ คือทำตัวให้กล้าซื้อหุ้นราคาแพง
แรกๆก็ไม่กล้า เงินหมืน ซื้อได้แค่ร้อยหุ้น, บ้าไปแล้ว, ถ้าซื้อหุ้นต่ำบาทบางตัวได้เป็นแสน
.
แต่เมื่อเรารู้ว่า กำไรคือตัวขับดันราคาหุ้น ไม่ใช่ความต่ำตม, ถ้า pattern ได้ มันไปต่อแน่
จึงกัดฟันซื้อหุ้นราคาแพงดู, บ่อยครั้งที่ผมพบว่ามันกำไรง่ายกว่าเล่นหุ้นต่ำบาทเยอะเลย เพราะหุ้นเศษสลึงนั้น,กว่าจะข้ามแต่ละช่องได้ ซื้อทั้งวันยังไม่ผ่านเลย แต่พอหุ้นราคาหลักสิบ พี่เค้างับช่องเดียวหมืนหุ้นแบบเฉยๆ ชิลล์ๆ แถมไล่ราคาวันละสี่ห้าช่องเป็นปกติ
.
มันจึงพิสูจน์ชัดว่า ไม่ใช่เรื่องราคาแล้วล่ะ มันต้องมีอย่างอื่นที่ผลักดันราคา เช่น
- ความเป็นขาขึ้นที่แข็งแรงทำให้มีโมเมนตัมขึ้นต่อได้อีก
- ความสามารถในการทำกำไรที่ดี ส่งให้เกิดความเชื่อมั่น
- กลุ่มอุตสาหกรรมที่ตลาดชอบ พวกนี้จะมาเป็นแผง เช่นตอนนี้กลุ่มลีสซิ่งมา ก็จะยกพวกกันเป็นโขยง วิ่งแข่งกันอุตลุต
เหมือนที่เสี่ยยักษ์ท่านว่า " ...เราต้องพยายามอ่านหลักจิตวิทยาของตลาดว่า คนอื่นเขาคิดอย่างไร..? กับหุ้นตัวที่เราจะเล่น อย่าพยายาม "คิดเอง-เออเอง" คนเดียว "สมมติว่าขณะนั้น SET กำลัง "นิยม" หุ้นกลุ่มไหน เราก็ต้องจับตามองหุ้นกลุ่มนั้น เพราะการ "ฝืนกระแส" จะทำให้เรา "เสี่ยงสูง" ที่จะขาดทุน.....การเล่นหุ้นฝืนทิศทางตลาด..เล่นแล้วมันเหนื่อย !!! เหมือนการขึ้นรถผิดคัน ทำไม! รถคันนี้มันถึงไม่ออกจากท่ารถสักที เรารอแล้วรออีก คันนี้ก็ไป คันนั้นก็ไปก่อน"
.
ดังนั้น,
ให้กำไรสักครั้งแล้วจะติดใจ
บางคนกลัวหุ้นราคาแพง
บางคนกลัวหุ้นทำนิวไฮ ก็ต้องลองซื้อหุ้น 52 week high ดูสักครั้ง ถ้ากำไรแล้ว ความกลัวหรือ bias จะหมดไปเอง






7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

Volume (โวลุ่ม เทรด ซื้อขายหุ้น) คืออะไร เขาบอกอะไรเราบ้าง?

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ