Aha Moment ในเกมการเทรด ๓ เรื่อง ของ Tom Basso

Image
Aha Moment ในเกมการเทรด ๓ เรื่อง ของ Tom Basso ที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับนักเทรดที่ดิ้นรน ยังไม่คลิกในเกมนี้ ปล. Aha Moment คือการเข้าใจถ่องแท้ รู้แจ้ง ว่าอะไรเป็นอะไรอย่างแท้จริง มันคล้ายกับคำพูดของไอน์สไตน์ ที่ว่า "คุณต้องเรียนรู้กติกาของเกม จากนั้นคุณต้องเล่นให้ดีกว่าคนอื่น" Tom Basso เทรดสไตล์ Trend Following ๑) อินดิเคเตอร์(สำหรับการเทรดแบบติดตามแนวโน้ม)นั้นไม่สำคัญมากนัก อย่าหมกมุ้นเสียเวลาค้นหาอินดิเคเตอร์เทพ เพราะแท้จริงแล้วมันก็ส่งสัญญาณในเวลาใกล้เคียงกัน ๒) Position Size ต่างหากที่สำคัญมากกว่าอินดิเคเตอร์(ที่บอกแค่จะเข้าและออกตรงไหน) ถ้าคุณปรับแต่ง Position Size ได้ดี มันก็จะส่งผลให้คุณได้ Return to risk ratio ที่ดีตามมาด้วย การตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกตำแหน่งในพอร์ตโฟลิโอมีขนาดที่เหมาะสมและมีส่วนทำให้เกิดผลกำไรและขาดทุน-จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานราบรื่นและควบคุมการ Drawdown ได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Return to risk ratio และช่วยรักษาจิตใจในการเทรดของคุณให้สมดุลมากขึ้น ๓) คุณไม่จำเป็นต้องเทรดเพียงกลยุทธ์เดียว การกระจายความเสี่ยงไปยังตลาด-ช่วงเวลา-ตราสารและอินดิเคเตอร์ที่ห

ติดดอยหุ้น X มานานแล้ว ทำยังไงดีคะ?

ติดดอยทำไงดี

ติดดอยหุ้น X มานานแล้ว ทำยังไงดีคะ?

คำตอบที่  1 ตอบแบบคนดีในสังคม ที่เอื้ออารี
ณ จุดนี้ บอกเลยว่า WORK เป็นหุ้นที่ดีครับ
มีรายการที่ดี เรทติ้งก็ดี

หุ้นดีแบบนี้ เดี๋ยวมันก็กลับมา ใจเย็น ๆ ครับ
คุณจะไม่ขาดทุนหุ้นตัวนี้แน่นอน ไม่เกิน 10 ปี คืนทุนแน่นอนครับ
เล่นหุ้นถ้าไม่อยากเป็นคนที่ทำอะไรผิดเลย ต้องแลกด้วยเวลาครับ
ให้เวลาเป็นเพื่อนครับ อย่าใจร้อน

ผมเดาว่า นี่เป็นคำตอบที่คุณอยากได้ยินมากที่สุด
เพราะมนุษย์ไม่อยากเป็นคนผิด
พอทำอะไรผิดเรารู้สึกด้อยค่า จึงพยายามไปถามคนอื่นว่า
ที่ฉันทำไปมันยังไม่ผิดใช่มั้ย เธอช่วยบอกฉันหน่อยว่า ฉันยังดูดีอยู่

ถ้าท่านใจไม่ถึงมากพอ
แนะนำให้หยุดดูแค่นี้
เพราะต่อไป ผม “ปากหมา” มาก ๆ

คนชรา ใจอ่อนโยน อย่าได้ดูต่อ
เดี๋ยวหัวใจวาย

เตือนแล้วนะ
เกิดอะไรขึ้น ไม่รับผิดชอบ

คำตอบที่  2 : แบบคนไร้น้ำใจ
ขายทิ้งสิครับ
จะเก็บไว้ทำซากอะไร?

การที่คุณรู้สึกระทมทุกข์กับหุ้นที่คุณติดดอย
แสดงว่าคุณทนมันไม่ไหวแล้วใช่มั้ย
ทนไม่ไหวทำไมไม่ขายเพื่อเอาชีวิตคืน?

ก่อนขาย แนะนำให้ถามตัวเองก่อน ว่า
ทำไมฉันถึงได้ซื้อหุ้นตัวนี้ ?
ซื้อตรงไหน ?
พอขาดทุนแล้วทำไมไม่ขาย ?

ถ้าตอบไม่ได้ อย่าขายเลยครับ
เพราะคุณยังไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด
เดี๋ยวก็ไปติดดอยหุ้นตัวใหม่อีก

ความรับผิดชอบต่อตนเอง
คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเทรด

ถ้าคุณไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้ คุณก็จะไม่มีทางพัฒนาตนเองให้เป็นนักเทรดที่ดีขึ้นได้

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของท่าน
ว่าเข้ามาเทรด เล่นหุ้น เพื่ออะไร?
๑) เป็นงานอดิเรก เผื่อรวยแบบเขาบ้าง แบบนี้เป็นการตั้ง mindset ที่แตกต่างไปจากของผมแล้วล่ะครับ คงช่วยอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่บอกว่า ทนถือไปเถอะ เดี๋ยวมันก็น่าจะกลับมาคืนทุนให้ท่านแน่ สิบปีไม่สาย

๒) แต่ถ้าท่านเข้ามาเพราะอยากรวยอย่างแท้จริง อยากเป็นนักเทรดที่ร่ำรวยอย่างยั่งยืน ด้วยลำแข้งของตัวเอง ท่านต้องเริ่มต้นที่ “การรับผิดชอบ” ต่อการกระทำของตนเองครับ แนะนำให้ “ตัดขาดทุนซะ” เพราะมันคือการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเอง

เอาความผิดพลาดจากหุ้นตัวนั้นมาเป็นบทเรียนครับ
ว่า “อย่าได้ทำแบบนั้นอีก”
๑) เรียนรู้ต่อไปว่า ทำยังไงถึงจะไม่พลาดอีก
๒) เรียนรู้เรื่องการหาจุดซื้อ (ซึ่งผมทำคลิปไว้แล้วหลายอัน ลองค้นดู)
๓) เรียนรู้เรื่องการขายหุ้น (ก็มีหลายคลิปเช่นกัน)
เรียนรู้ที่จะวางแผนการเทรด ตั้งแต่หาหุ้น ซื้อหุ้น ขายตัดขาดทุน และขายทำกำไร (ก็ทำให้ดูแล้ว)

ใช้เวลาเรียนรู้ให้เยอะขึ้นครับ
เพราะการเล่นหุ้นขาดทุน หมายความว่า คุณยังรู้ไม่จริง
อย่าหลอกตัวเองว่าเก่ง คนที่น้ำเต็มแก้ว ไม่มีทางพัฒนา

การยอมรับว่าตัวเองยังโง่ เป็นความฉลาดอีกแบบหนึ่ง


คำถาม : คุณเป็นนักเทรดประเภทไหน ?
คุณเป็นนักลงทุนที่ซื้อแล้วถือยาว กินปันผล + ส่วนต่าง ?
หรือเป็นนักเทรดที่กินแค่ส่วนต่าง ?

ถ้าตอบคำถามตนเองได้นะ คุณจะไม่มีวันถามคนอื่นแบบนี้เด็ดขาด
เพราะถ้าเข้ามาเล่นหุ้นด้วยอารมณ์ที่ไร้เดียงสา อยากรวยแบบไม่พยายาม ไม่รู้จักตัวเองนะ
คุณจะเข้ามาเป็นเหยื่อของตลาด แบบ 100%
ตลาดชอบมากนักเล่นหุ้นที่ไร้เดียงสาแบบนี้
เพราะชอบเทรดตามข่าว ซื้อหุ้นตามคำแนะนำของคนอื่น

นักล่ามักจะมีความคิดของตนเอง มีเป้าหมายที่ชัดเจน รู้จักตัวเอง
มีแต่เหยื่อเท่านั้นแหละ ที่ไม่รู้แม้กระทั่งตัวเองเป็นใคร

ถ้าเปรียบเป็นหนัง ก็ไม่ต่างจากเรื่อง Battel Royale ครับ
ในตลาดหุ้นมันมีความ Dark เอาเปรียบ
ลับลวงพราง และเจตนาแฝงเร้น

เมื่อทุกคนเข้ามาเทรด ล้วนอยากได้กำไร
แล้วใครจะได้สิธิ์คว้ากำไรออกไป?

มืออาชีพ?
เซียนหุ้น?
สถาบัน?
ผู้เชียวชาญ?
เม่ามือใหม่ไร้เดียงสา?

ตอบได้มั้ยครับ



หน้าที่ของทุกคนในตลาด
คือพยายามทำให้ “คนอื่น” กลายเป็น “เหยื่อ” ให้ได้

ถามต่อไปว่า ใครล่ะ ที่จะรู้เท่าทันกว่าใคร
ระหว่าง มือโปร กับ มือใหม่ ?

คุณไม่ต้องเป็นคนฉลาดที่สุดหรอกครับในตลาด
แต่คุณต้อง “หนีให้เป็น”
ยอมรับว่าตัวเองเพลี่ยงพล้ำ แล้ว หนี หนี
รักษาตัวให้รอดไว้ก่อน

ระหว่างที่กบดาน ก็พยายามเรียนรู้ วิธีเอาตัวรอด
เอาตัวรอดไว้ก่อนครับในช่วงแรก อย่ารีบทำเงิน
เพราะคุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับตลาดหุ้น

1-2 ปี เรียนรู้วิธีการ “หนี” ให้คล่อง
ลงเงินน้อย ๆ ก่อน เรียนรู้ว่าเรายังไม่รู้อะไรบ้างในตลาด
ผ่าน “การขาดทุน”

การขาดทุน คือ สิ่งที่ตลาดบอกคุณว่า “คุณยังรู้ไม่จริง”
เรียนรู้ที่จะเป็นนักเทรดที่ดีขึ้น ซึ่งมันต้องอาศัยเวลา

คุณยอมสละเวลา เพื่อเรียนรู้ได้มั้ย?
ถ้าไม่ได้ ก็ไม่ใช่ปัญหาของผมแล้วล่ะ
ผมแนะนำได้แค่นี้

ที่ผมกล้าบอกท่านแบบนี้
เพราะผมก็เคยเป็นแบบคุณมาก่อน
ผมขาดทุนหุ้นเป็นล้าน เพราะไร้เดียงสา

ทั้งหมดถูกเขียนไว้ในหนังสือ
“ความรู้หุ้น มูลค่า 1 ล้านบาท” แล้ว

ลองซื้อมาอ่านดู
นี่คือ “โลกที่แท้จริงของตลาดหุ้น” ที่ไม่มีใครบอก
ทำความเข้าใจมันให้ดี
ถ้าเข้าใจและปรับปรุงตัวเอง คุณจะไม่พลาดแบบผม


(แนะนำเพิ่มเติม ของฟรี)
หากต้องการศึกษาวิธีเล่นหุ้น แนะนำให้ไปอ่านบทความฟรี คลิปฟรีที่นี่ก่อนก็ได้
เรียนเล่นหุ้น เรียนเทรด forex จิตวิทยาการเทรด มือใหม่เล่นหุ้น
คลิกลิ้งนี้ครับ https://www.zyo71.com/p/index.html เป็นสารบัญเว็บนี้ครับ
มีทั้งเทคนิคการเล่นหุ้นด้วยกราฟ จิตวิทยาการเทรด และการบริหารความเสี่ยง ครบวงจรครับ







และ eBook มีขายที่เว็บ https://www.mebmarket.com/index.php?action=search_book&type=author_name&search=เซียว%20จับอิดนึ้ง&exact_keyword=1&page_no=1
แยกส่วนกันนะครับ ขายคนละเจ้า
ebook หนังสือสอนเล่นหุ้น

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

รอซื้อเมื่อ All Time High ก็สายไปเสียแล้ว?

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า