แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

Image
  ebook "เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า" มีจำหน่ายแล้วที่ https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjQ3MTAwNjt9 ทำไมเทคนิค Pyramiding จึงช่วย อัพแพตช์ ให้กลยุทธ์การเทรดของคุณ? -มันเพิ่มโอกาสให้คุณได้กำไรจากหุ้นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่เป็นกอบเป็นกำมากขึ้น -มันไม่สำคัญว่าคุณจะคิดถูกกี่ครั้ง คิดผิดกี่ครั้ง  แต่มันสำคัญที่ ตอนคุณคิดถูกคุณได้มากแค่ไหน คิดผิดเสียน้อยแค่ไหน ต่างหาก -Market wizards (นักเทรด 0.01%) ส่วนใหญ่ใช้หลักการนี้ -เพิ่มศักยภาพการคิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่าสิบเท่า -เคล็ดลับสำคัญที่มือใหม่มักพลาด(ร่วง) ถ้ารู้และแก้ได้ คุณรุ่งแน่นอน เหมาะกับใคร? - คนที่มีระบบเทรดที่ค่อนข้างเสถียรบ้างแล้ว (มีความได้เปรียบที่ทำซ้ำได้) - คนที่รู้จัก cut loss short & let's profit run - คนที่มีพื้นฐาน Position sizing แบบเบสิคมาแล้ว การอัพแพตช์ใหม่ (New Patch Update) คือการดาวน์โหลดชุดข้อมูลหรือไฟล์ขนาดเล็กที่ผู้พัฒนาปล่อยออกมาเพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มฟังก์ชันใหม่ให...

การเทรดคือการบริหารจัดการจิตใจตัวเอง



การเล่นหุ้นมันเป็นการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้ากับความฝันที่เรามี

คืออย่างที่บอกไปว่าเราซื้อหุ้นน่ะเราก็หวังให้มันวิ่งขึ้นทำกำไรให้เราใช่ไหมครับ
แต่ว่าบ่อยครั้งมากที่ราคาหุ้นมันไม่ทำตัวตามที่ใจเราหวังไง
มันพร้อมที่จะทำให้เราขาดทุนอยู่ตลอดทุกครั้งที่เราซื้อ
นี่แหละคือปัญหา

มันเป็นความท้าทายว่าใครสามารถบริหารจัดการกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นที่มันเป็นความจริง
กับความฝันที่เราอยากจะได้กำไรดีกว่ากัน

คือถ้าเราคิดว่าตลาดหุ้นมันต้องทำให้เราได้กำไรตลอดเวลานี้
ผมว่าคิดแบบนี้ไม่รอด มีโอกาสขาดทุนเละเทะสูงมาก

ซึ่งนี่เป็นความเชื่อของนักเล่นหุ้นมือใหม่ส่วนใหญ่ที่ยังไม่มีประสบการณ์
อ่านหนังสือมามันก็มีแต่ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จใช่ไหมครับ
พอเราเล่นหุ้นเราก็คิดว่าตัวอย่างมันก็ต้องเป็นไปตามทฤษฎีที่เขาบอกในหนังสือแหละ
แต่ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น
มันมีความเหมือนกับทฤษฎีแค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นมันไม่ตรงเลย

แต่เราไม่รู้ไง
เพราะเราไม่รู้ก็เกิดความลำเอียงเอาตำรามาอ้างทำให้เราเสียหายมากขึ้น

ดังนั้นผมเลยอยากนำเสนอท่านแบบนี้ว่า
ให้มองว่าตลาดหุ้นมันมีโอกาสเกิดได้ 2 อย่าง ก็คือว่า
ทำตามใจเรา กับขัดความรู้สึกเรา

ซึ่งมันเป็นเหมือนชีวิตเราอ่ะครับ
เพราะว่าชีวิตเรามันก็ไม่มีอะไรที่มันได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอก
ส่วนใหญ่มักจะขัดใจเราตลอดแหละ

หน้าที่เราก็คือว่าถ้าเกิดความขัดใจแล้วเราจะอยู่กับมันได้ยังไง
เราจะถอยออกมาเพื่อที่จะลดความเจ็บปวดเราดีไหม
หรือว่ายอมทนสู้ต่อไป
ตรงนี้แหละสำคัญ

ซึ่งผมว่าในมุมมองนะ การถอยออกมาจะดีกว่า
เพราะว่ามันมันเป็นสิ่งที่ผมเจอมาโดยตลอดในช่วงเวลา 5-6 ปีที่เล่นหุ้นมา

ก็คือว่าตลาดหุ้นมักจะทำตัวตรงข้ามกับสิ่งที่เราคาดหวังเสมอไง
ดังนั้นแทนที่เราจะสู้แล้วก็พยายามทนดู
มีความหวังว่าราคาหุ้นจะต้องวิ่งทำให้เรามีกำไรนั้น
ผมว่าเป็นวิธีการที่ผิด

ยิ่งทนยิ่งมีความหวัง
ยิ่งเสียหายเยอะ

เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว การยอมรับชะตากรรมว่าเราคิดผิดมันเป็นสิ่งที่สมควรทำมากกว่า
ตรงนี้ล่ะครับที่มันเป็นเหมือนกับเปลี่ยนวิธีคิดของเรา

ว่าแทนที่เราจะสู้กับตลาด ก็เป็นการยอมรับตลาด
โดยการให้ความเสี่ยงนำก่อนโอกาส

คือถ้าเราซื้อแล้วราคาหุ้นไม่ยอมไปต่อทำให้ขาดทุน
เรายอมชักเงินออกมาก่อน
ถ้าทำแบบนี้ได้ผมว่าเราจะมีความสบายใจกับตลาดมากขึ้น
และทำให้เงินต้นของเราไม่เสียหายมาก
เท่ากับการทนสู้ด้วยความหวังว่าตลาดหุ้นจะเข้าข้างเรา


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

น้ำไหลนิ่ง: หลักธรรมะเพื่อเทรดเดอร์

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

(แปลไทยโดย AI) KRISTJAN KULLAMÄGI @ Market Wizards: The Next Generation

แนะนำ อีบุ๊ค เล่มใหม่ครับ "ปรัชญาสโตอิก เข้าใจง่าย ชนะตลาดได้ สำหรับนักเทรดมือใหม่"

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ