20 หลักการ MOΝΕΥ ΜΑΝAGEMENT และแนวทางการเทรด

Image
สรุป MOΝΕΥ ΜΑΝAGEMENT และแนวทางการเทรด (ไม่ทราบที่มาของหนังสือ โหลดจากทวิตเตอร์) รายการต่อไปนี้เป็นการรวบรวมองค์ประกอบที่สำคัญส่วนใหญ่ของการจัดการเงินและการเทรดไว้ด้วยกัน 1. เทรดตามทิศทางของแนวโน้มระดับกลาง 2. ในแนวโน้มขาขึ้น-ให้ซื้อตอนย่อ  ส่วนในแนวโน้มขาลง-ให้ขายชอร์ตเมื่อราคาเด้ง 3. จงทนรวยให้ให้ผลกำไรเติบโต ตัดการขาดทุนให้เสียน้อย 4. ใช้การตัดขาดทุนที่วิ่งตามราคาเพื่อจำกัดขนาดการสูญเสีย 5. อย่าซื้อขายอย่างหุนหันพลันแล่น 6. วางแผนการซื้อและขายและทำตามแผนของคุณ 7. ใช้หลักการบริหารเงิน 8. กระจายความเสี่ยง แต่อย่ากระจายมากเกินไป 9. ใช้อัตราส่วนรางวัลต่อความเสี่ยงอย่างน้อย 3 ต่อ 1 10. เมื่อพีระมิด (ซื้อเพิ่ม) ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ ก. ไม้ต่อไปควรมีขนาดเงินที่เล็กกว่าเดิม ข. เพิ่มเฉพาะตำแหน่งที่ชนะเท่านั้น ค. อย่าเพิ่มตำแหน่งที่ขาดทุน ง. ยกระดับตัดขาดทุนไปวางที่จุดคุ้มทุน 11. อย่าเทรดประมาทจนถึงขั้น Marfin call;  อย่าเสียเงินเพิ่มหลังจากเคยเสียหนักมาแล้วครั้งหนึ่ง(อย่ารีบเทรดเอาคืนหลังจากที่แพ้ยับเยินสด ๆ ร้อน ๆ) 12. ขายหุ้นที่คุณคิดผิด(ขาดทุน) ก่อนหุ้นที่คุณคิดถูก(ได้กำไร) 13. ถ้า

การเทรดคือการบริหารจัดการจิตใจตัวเอง



การเล่นหุ้นมันเป็นการบริหารจัดการสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้ากับความฝันที่เรามี

คืออย่างที่บอกไปว่าเราซื้อหุ้นน่ะเราก็หวังให้มันวิ่งขึ้นทำกำไรให้เราใช่ไหมครับ
แต่ว่าบ่อยครั้งมากที่ราคาหุ้นมันไม่ทำตัวตามที่ใจเราหวังไง
มันพร้อมที่จะทำให้เราขาดทุนอยู่ตลอดทุกครั้งที่เราซื้อ
นี่แหละคือปัญหา

มันเป็นความท้าทายว่าใครสามารถบริหารจัดการกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นที่มันเป็นความจริง
กับความฝันที่เราอยากจะได้กำไรดีกว่ากัน

คือถ้าเราคิดว่าตลาดหุ้นมันต้องทำให้เราได้กำไรตลอดเวลานี้
ผมว่าคิดแบบนี้ไม่รอด มีโอกาสขาดทุนเละเทะสูงมาก

ซึ่งนี่เป็นความเชื่อของนักเล่นหุ้นมือใหม่ส่วนใหญ่ที่ยังไม่มีประสบการณ์
อ่านหนังสือมามันก็มีแต่ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จใช่ไหมครับ
พอเราเล่นหุ้นเราก็คิดว่าตัวอย่างมันก็ต้องเป็นไปตามทฤษฎีที่เขาบอกในหนังสือแหละ
แต่ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น
มันมีความเหมือนกับทฤษฎีแค่ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์นั้นมันไม่ตรงเลย

แต่เราไม่รู้ไง
เพราะเราไม่รู้ก็เกิดความลำเอียงเอาตำรามาอ้างทำให้เราเสียหายมากขึ้น

ดังนั้นผมเลยอยากนำเสนอท่านแบบนี้ว่า
ให้มองว่าตลาดหุ้นมันมีโอกาสเกิดได้ 2 อย่าง ก็คือว่า
ทำตามใจเรา กับขัดความรู้สึกเรา

ซึ่งมันเป็นเหมือนชีวิตเราอ่ะครับ
เพราะว่าชีวิตเรามันก็ไม่มีอะไรที่มันได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอก
ส่วนใหญ่มักจะขัดใจเราตลอดแหละ

หน้าที่เราก็คือว่าถ้าเกิดความขัดใจแล้วเราจะอยู่กับมันได้ยังไง
เราจะถอยออกมาเพื่อที่จะลดความเจ็บปวดเราดีไหม
หรือว่ายอมทนสู้ต่อไป
ตรงนี้แหละสำคัญ

ซึ่งผมว่าในมุมมองนะ การถอยออกมาจะดีกว่า
เพราะว่ามันมันเป็นสิ่งที่ผมเจอมาโดยตลอดในช่วงเวลา 5-6 ปีที่เล่นหุ้นมา

ก็คือว่าตลาดหุ้นมักจะทำตัวตรงข้ามกับสิ่งที่เราคาดหวังเสมอไง
ดังนั้นแทนที่เราจะสู้แล้วก็พยายามทนดู
มีความหวังว่าราคาหุ้นจะต้องวิ่งทำให้เรามีกำไรนั้น
ผมว่าเป็นวิธีการที่ผิด

ยิ่งทนยิ่งมีความหวัง
ยิ่งเสียหายเยอะ

เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว การยอมรับชะตากรรมว่าเราคิดผิดมันเป็นสิ่งที่สมควรทำมากกว่า
ตรงนี้ล่ะครับที่มันเป็นเหมือนกับเปลี่ยนวิธีคิดของเรา

ว่าแทนที่เราจะสู้กับตลาด ก็เป็นการยอมรับตลาด
โดยการให้ความเสี่ยงนำก่อนโอกาส

คือถ้าเราซื้อแล้วราคาหุ้นไม่ยอมไปต่อทำให้ขาดทุน
เรายอมชักเงินออกมาก่อน
ถ้าทำแบบนี้ได้ผมว่าเราจะมีความสบายใจกับตลาดมากขึ้น
และทำให้เงินต้นของเราไม่เสียหายมาก
เท่ากับการทนสู้ด้วยความหวังว่าตลาดหุ้นจะเข้าข้างเรา


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

ศาสตร์และศิลปะของการปั้นพอร์ต ให้เติบโตสม่ำเสมอ Art & Science of Trading