ข้อสังเกตุจากคนที่ Daytrade ล้มเหลว

เดือนนี้ ผมได้กันเงินส่วนหนึ่ง ไปลองเล่น Daytrade ดู ก็พบว่ามันน่าตื่นเต้นแฝงด้วยความน่าหวาดเสียว
ซึ่งใจจริงก็ไม่ได้จะเล่นสไตล์นี้เป็นอาชีพหรอกนะ เพียงแต่ว่าสภาพการณ์ของ SET มันไม่ค่อยอำนวย หุ้นที่เราคิดจะฝากผีฝากไข้ไปพักใหญ่ๆก็ไม่ยอมไปต่อ หลุดแนวโน้มที่เราตั้งเอาไว้ ก็ต้องขายออก ซ้ำร้ายตัวใหม่ที่เรามองว่าน่าจะเป็นดาวรุ่งก็กลายร่างเป็นตัวหลอกไปเสียหมด การเล่นจึงต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นเก็งกำไรระยะสั้นไปสักระยะก่อน จนกว่าจะเจอคู่แท้นั่นแหละครับ ถึงจะได้ตั้งหลักปักฐานกันใหม่

ผลของการเล่นสั้น(มาก)แบบนี้เป็นยังไงเหรอครับ?
ผมพบว่า ได้ไม่คุ้มเสียเลยครับ คือมีบางไม้เราได้จริง แต่ที่เหลือนั้นมันขาดทุนทีละนิดละหน่อยจนไปกร่อนกัดกำไรที่ได้ไปจนหมด แถมยังมีทบดอกให้ตลาดอีกต่างหาก

สรุปคือ 1) อาจจะไม่เหมาะกับนิสัยของผมอย่างสิ้นเชิง
หรือ 2) ผมยังไม่เจอแนวทางที่ใช่ก็เป็นได้

ด้วยความที่ผมชอบบันทึกการเทรด ก็เลยรวบรวมข้อมูลที่ผมเจอในระหว่างการเก็งกำไรรายวันมาให้อ่าน เผื่อจะได้ไอเดียไปใช้กัน

เครื่องมือผู้ช่วยของผมก็เบสิคมากครับ วอลุ่ม แท่งเทียน กับ Dow Theory ครับ
สองอย่างแรกก็คงจะรู้จักกันดี ส่วน ทฤษฎีดาวนั้น ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ยกไฮ ยกโลว์ก็เข้าสูตรแล้วครับ

หลักการเบื้องต้นของผมคือ หาหุ้นที่วอลุ่มเข้าก่อนเป็นอันดับแรก
เอาแบบที่แท่งส้มสูงๆแบบที่ไม่เคยทำได้ในรอบ 2 วัน นี่ก็ใช้ได้
Time frame 1 นาทีนะครับ

ก่อนอื่นต้องมีภาพจำในหัว ไว้ก่อนนะ ว่าเราอยากได้หุ้นแบบไหน
นี่คือความฝันอันสูงสุดของผมเลยครับ อยากเจอแท่งส้มแรกนั้น ซื้อไว้ไม่กี่นาทีก็ซิ่งโหด ทำเงินให้เลย

หรือแบบนี้ก็แจ่ม
เหล่านี้เป็นภาพในฝันนะครับ คือซื้อได้ตั้งแต่ต้นเทรนด์และขายออกตอนที่ sideway ข้างบน กำไรดีมาก



ในโลกแห่งความเป็นจริง
PL-W1 บทเรียนเสือหวน
ซื้อครั้งแรก 1.52 ไปขายได้ที่ 1.56 กำไร สามร้อย
ได้ใจเข้าใหม่ 1.58 ลงมา 1.56 ซื้อเพิ่มอีก เพราะคิดว่าจะไปต่อ
ราคาดันลงต่อ จนทนไม่ไหว ขายออก 1.49 ขาดทุนพันกว่า
สรุป เจ๊ง เยี่ยมจริงๆ


PPM-W1 เข้าช้าไปอีกตัว ซื้อตอน 1.96 แล้วก็ไปโดนเขย่าออกที่ราคาเดียวกันนี้ เสียดาย


AMANAH เข้าช้าไปหน่อย 1.94 1.96 พอมันไม่ไปต่อก็เลยขายออกที่ 1.94 ขาดทุน 190 บาท



PPS-W1
PPS-W1 วอลุ่มเข้าแท่งแรกด้วย
ตั้งรอที่ 0.92 ก็นิ่งหลายนาทีเลย แล้วก็วิ่ง

(ภาพใหญ่)

ตั้ง Stop ไว้ถ้า หลุด 2 ช่องหนี

ออกที่ 0.96 เพราะเริ่มเห็นเขย่าแล้ว คือตั้ง offer 0.97 หนาเป็นล้าน ขายกดที่ 0.96 แล้วมีการกดหลุด ไป 0.95 ด้วย หนีก่อนนะ กำไรพันเดียวพอแล้ว

เปิดบ่าย ไปต่อซะงั้น


ภาพรวม นิสัย ชอบย่อ 3 ช่องนี่หว่า เราตั้ง stop loss สั้นไป


MILL เข้า 1.73 เพราะเห็น gap เปิดบ่าย

ออกแล้วนะ 1.72 เพราะไม่ยอมไปต่อ



MTLS เข้าเพราะเห็นว่ามันมีโอกาสข้ามไฮเดิมคือ 30.50 ได้ ซื้อไว้ 200 หุ้นและก็ได้เห็นตอนมันเบรคพอดี จึงซื้อเพิ่ม 300 หุ้น
แต่ที่ไหนได้ เจอตบร่วง 30.25 ซะงั้น

หมดพลังแล้วกระมัง
กดจะขาย 30.00 กลายเป็นลั่นซื้อ 800 หุ้นซะงั้น ซื้อบื้อจริงๆ
ขายทิ้งที่ 29.75 ทั้งหมด ขาดทุนสองพันกว่าบาท


เข้า IT เพราะเห็น gap แม้จะโดนขายกด แต่เมื่อฟื้นได้จึงซื้อที่ 3.88 หลุด 3.84 หนี

15.40 ไม่ไปต่อ ก็เลยขายออกที่ 3.88 ราคาเข้าซื้อ



เรากลับไปเข้า INOX อีกครั้ง ได้ทุน 3.73 ก็ถือว่าเข้าช้าไปมากนะ ดอยพอดี เพราะจากนั้นมันร่วงลงไปแช่อยู่ที่ 3.68 ตั้งนาน แต่ก็ไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวลงต่อ กำลังมองแต่จะคัท โชคดีที่ช่วง 4 โมง เค้าไล่ราคาขึ้นไปถึง 3.80 ก็เลยรอดตัวไป

INOX ไล่ราคา 18 นาที แต่ไม่ได้ขาย
มาปล่อยเอาตอนที่ bid offer จดๆจ้องๆ
2.80 นี่แหละ ขาดทุนกำไรบานเลย
คือดูแล้ว เขาตั้ง bid หนา 0.80 แล้วก็ปล่อยขายที่ offer ทีละนิด ขายเท่าไหร่ก็ไม่หมด แถมรายย่อยซื้ออีกต่างหาก ก็เลยคิดว่าน่ากลัว ขายออกไปดีกว่า
คราวหน้า ถ้าเห็นหุ้นที่วิ่งแรงๆแบบนี้ เจอแท่งแดงยาว ต้องหนีก่อนนะ เอากำไรไว้ก่อนเยอะๆ

Case Daytrade KWG gap แล้วยืนไม่อยู่

ข้อสังเกตุคือ หลุดแนวรับ(ราคาที่เปิด) หลุด EMA50 หนีทันที


ข้อสังเกตุ
การเล่นเดย์เทรด คล้ายกับการอยู่ในที่อโคจร  อย่าคิดหารักแท้ ในคืนหลอกลวง ได้แล้วชิ่งทันที
เวลาหุ้นที่วิ่งแรงคือ ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดเช้า คุณมีเวลา 5-30 นาทีเท่านั้นที่เป็นเวลาทอง
ปิดตลาดเช้าเหมาะที่สุดสำหรับ daytrade
คุณมีเวลา 30 นาทีแรกเท่านั้น

ความผิดพลาด
จังหวะการเข้าค่อนข้างช้า
ยังมีเสียวินัยถัวขาลงอยู่ ซึ่งไม่ดีเอามากๆ
เล่นเยอะตัว แค่ 2 นี่ก็แทบจะไม่รอดแล้วนะ เอาตัวเดียวได้ก็จะดีมาก
ไม่จำเป็นต้องเล่นวันเดียว ถ้ามันวิ่งดีก็ปล่อยไปสัก 2-3 วันหรือเป็นวีคก็ได้
ควรหาตัวที่เพิ่งเริ่มวิ่ง ไม่ใช่ไปสาย จะเสี่ยงมากไป

สรุป
ตัวผมเองไม่น่าจะเหมาะกับการเส่นสั้นๆระดับ daytrade
พอได้กำไรก็คิดจะเอามากกว่านี้ จึงไม่รีบขาย เห็นราคาวิ่งก็สบายใจ
แต่พอราคาย่อลงหนักๆกลับรู้สึกอยากขาย ทำให้กำไรได้น้อยกว่าที่ควร คือถ้าขายตอนที่ราคาบวกเยอะๆตอนนั้นก็ได้กำไรมากกว่าตกใจขายเท่าตัว
พอขาดทุนกลับมองโลกในแง่บวก คิดว่าราคาน่าจะเด้งกลับ แต่ในที่สุดมันก็ลงแรงจึงรู้ตัวขายออก ก็กลายเป็นปล่อยหุ้นที่โลว์ของรอบไปโดยปริยาย

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

หุ้นจ่อเบรค 14/12/2018

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง