ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?

เขียนโดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit และ เพจ Zyobooks facebook.com/zyobooks

ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆสมาชิกมีความสงสัยหรือไม่เคลียร์เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าฐานราคา "Cup with Handle" แบบผมหรือเปล่า ยอมรับออกสื่อเลยว่าผมเป็นคนหนึ่งที่มองไม่ออกว่าแบบไหนที่ใช่ แบบไหนที่เรียกว่าสมบูรณ์ คือผมรู้สึกว่ามันเป็นแพทเทิร์นที่ "อาร์ต" มากครับ งงมาตลอดว่าเซียนเขามองออกได้ไง

จึงขอใช้พื้นที่นี้รวบรวมข้อมูลมาอ่านและศึกษาพร้อมกัน ออกตัวก่อนว่านี่เป็นข้อสังเกตุแบบมั่วๆเม่าๆของผมเท่านั้นนะ ใครมีไอเดียที่นอกเหนือจากนี้แชร์มาทางคอมเมนต์ทางเฟสบุคได้เลยนะครับ

ทำไมต้องเป็น Cup with Handle?
เพราะปู่โอนีลบอกว่ามันเป็นฐานราคาที่ทรงประสิทธิภาพมาก(คือมีโอกาสไปต่อสูง)
ดังนั้นถ้าเรารู้จักมัน โอกาสในการเจอหุ้นดี วิ่งแรงและเร็ว ก็น่าจะมากขึ้นก็ได้

แล้ว Cup with Handle มีหน้าตายังไง?
ดูรูปข้างล่างเลยครับ

แล้วแบบไหนที่จะเรียกว่า "สมบูรณ์"?
ตรงนี้ก็ถือเป็นเครืองหมายคำถามตัวใหญ่เหมือนกันครับ
ถ้าคัดข้อสรุปจากหนังสือก็จะได้รายละเอียดดังนี้

ก้นถ้วย หรือ Base
๑) ขาขึ้น คือก่อนที่จะย่อเพื่อสร้างฐาน ราคาควรวิ่งขึ้นมาก่อนแล้วอย่างน้อย 30%
๒) ระยะเวลา หรือ Base Length ควรใช้เวลาสร้างตั้งแต่ 7-65 สัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่จะมีระยะ 3-6 เดือน
๓) ความลึก คือ การย่อหรือปรับฐานจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุด ตั้งแต่ 12-15% และลึกจนถึง 33%
๔) ความแน่น คือ ในระหว่างการย่อทำก้นถ้วยนั้น ไม่ควรทำทรงตัว V เพราะมันดูหลวม จะให้ดีมันต้องมีการสวิงขึ้นลงสัก 2 หรือ 3 ขยัก บริเวณส่วนก้นของถ้วย เพราะมันได้สลัดเอาผู้ถือหุ้นที่ใจอ่อนแอออกไป และทำให้นักเก็งกำไรคนอื่นๆหันเหความสนใจออกไปจากหุ้น

หูถ้วย หรือ Handle
๑) ใช้เวลามากกว่า 1-2 สัปดาห์
๒) มีลักษณะของแท่งราคาที่เรียกว่า Shakeout หรือเขย่า สังเกตุง่ายๆคือแท่งเทียนที่ทิ้งไส้ยาวๆ
๓) โดยทั่วไปแล้วในช่วงนี้ วอลุ่มไม่ควรสูงขึ้น
๔) ราคาควรอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 สัปดาห์ ถ้าอยู่ใต้เส้นนี้ มีโอกาสล้มเหลวสูง เพราะความต้องการซื้อไม่แข็งแรงพอ เนื่องจากการย่อในช่วงนี้มันลึกเกินไป
๕) การย่อที่เหมาะสมควรอยู่ที่ราวๆ 8-12% จากยอด
๖) ลักษณะการเคลื่อนที่ของราคาไม่ควรเชิดขึ้น หรือออกข้าง เพราะมีแนวโน้มล้มเหลว แต่จะดีมากถ้าราคาเคลื่อนที่ลงแล้วต่อมางัดขึ้น เพราะมันเป็นขั้นตอนของการเขย่าคนใจฝ่อออก ราคาจึงควรลดลงเพื่อกดดันให้มีการตกใจและปล่อยหุ้นออกมา ดังนั้นจึงควรจะมีการเขย่าแรงแบบ shakeout ตามที่กล่าวไว้ในข้อ ๒

ข้อสังเกตเพิ่มเติม
๑) cup-with-handle จะไม่น่าเทรด ถ้าดัชนีเป็นขาลงหรือพักฐาน
๒) รูปแบบนี้จะทรงพลัง เมื่อมันเกิดกับหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งซึ่งมีกำไรโตขึ้น
๓) วอลุ่มในช่วงที่ราคาย่อทำรูปถ้วย ควรทำทรงตัว U ด้วย คือขอบวอลุ่มสูง ช่วงก้นถ้วย วอลุ่มควรลดลง ยิ่งแห้งได้ยิ่งดี เพราะมันสื่อว่าคนไม่สนใจซื้อขายกันแล้ว

จบแล็คเชอร์กันแล้วนะ
ต่อมา ดูรูปตัวอย่างกันบ้าง ขอเอามาจากหนังสือนะครับ เพราะมีข้อสังเกตุที่น่าสนใจ




จากรูปท่านสังเกตุเห็นอะไรที่เหมือนๆกันบ้างมั้ยครับ
คือนอกจากจุดซื้อที่ราคาต้องยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 สัปดาห์
ในช่วง handle ราคาลงไปเด้งหรือเคารพเส้นค่าเฉลี่ย 10 สัปดาห์
แล้วอย่างอื่นไม่เคลียร์เลย

นี่แหละครับที่มันสร้างปัญหาให้ผมมาก คือสงสัยว่า เขามองยังไงถึงเห็นเป็นรูปถ้วยกัน(วะ)
เพราะอย่างที่เราเห็นในรูปตัวอย่าง ว่าทรงจริงๆของมันราคาไม่เรียงกันเป็นทรงโค้งจนเป็นรูปถ้วย ป็นรูปตัว U เหมือนทฤษฎี สวยงามเลยสักนิด  โดยจากตัวอย่างเราเห็นราคามันวิ่งขยุกขยิก ย่อ-เด้ง ย่อ-เด้ง ออกไปทางตัว V แต่ไม่ลงพรวด มียึกยัก เป็นขั้นๆ เท่านั้นเอง

แต่พอเซียนเขาเห็น ก็ลากเส้นโค้งหงายครึ่งแล้วขีดเส้นหักศอก - จบ

เขาสรุปแบบง่ายมาก ในขณะที่เราเอ๋อแดก
เพราะมันไม่ make sense ในสายตาเราไง


เอาล่ะเพราะปัญหานี้ ผมก็เลยพยายามหาจุดร่วมเพื่อจะช่วยให้ตัวเองเห็นเหมือนเซียนสักนิดก็ยังดี
ออกตัวก่อนนะว่า เป็นข้อสังเกตุแบบมวยวัดล้วนๆ ใครเห็นต่างก็เม้นแชร์ไอเดียผ่านเฟสได้เลยครับ

มองยังไงให้เป็นรูปถ้วย
๑) จากรูปที่ถ่ายออกมาจากหนังสือ มันทำให้ผมนึกถึงว่าในทรงนี้ มันมีส่วนประกอบของอีก pattern ซ่อนอยู่ในนั้น คือ double bottom ของปู่โอนีลนั่นแหละ ใครจำไม่ได้ ดูรูป

แต่, ความต่างระหว่างสองรูปแบบนี้ที่ผมจับได้ ก็คือ
ถ้าเป็น double bottom นั้น ราคาจะ breakout ทะลุไฮล่าสุดพรวดไปเลยและไม่มีย่อ
แต่ Cup with handle นั้น พอไปถึงไฮ มันจะย่อเหมือนต้องการจะให้คนใจฝ่อขายหุ้นออก เพราะกลัวมันจะลงต่อ ย่อหนักลงไปหาโลว์เดิมอีก คือถ้าไม่ได้มองในเชิงกราฟ ทางจิตวิทยาก็เหมือนเป็นเกมส์การสะสมหุ้นของคนทำราคานั่นเอง พยายามเขย่าและเก็บหุ้นเพิ่มให้มากที่สุด ดังนั้น ทุนของพวกเขาจึงอยู่ในช่วงของตัว U นี่เอง จึงไม่แปลกที่เขาต้องไล่ราคาขึ้นไปให้สูงมากๆเพื่อจะได้กำไรเยอะๆ

๒) จากรูปล่างสุด คุณสังเกตุเห็นรอยลากเส้นดินสอจางๆมั้ยครับ? คุณเห็นเป็น pattern อะไร?
มันคล้ายกับ inverse head and shoulder เลยใช่มั้ย
ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจจะไม่เป๊ะหรอก แต่ก็น่าจะช่วยให้เรามีภาพจำที่เป็นจุดสังเกตุได้ง่ายขึ้นนะ

๓) VCP (Volatility Contraction Pattern) กับ Cup with Handle
ผมรู้สึกว่า VCP ก็คือการอธิบายทรงของ Cup with handle ไปในอีกภาษาหนึ่ง ดูภาพก่อนนะ

จำกฎของ VCP ได้มั้ยครับ
๑) เป็นขาขึ้นมาก่อน
๒) ราคาย่อลงและเด้งขึ้น ในขอบเขตการแกว่งที่แคบลง แคบลง
๓) ในที่สุดก็ breakout ขึ้นไปทำนิวไฮได้อีก

จิตวิทยาของการเกิดรูปแบบนี้คือ

ที่บริเวณราคาไกล้จุดสูงสุด ซึ่งเป็นโซนที่คนติดดอยมาก่อนกำลังจะได้ปลดเปลื้องภาระที่แบกไว้นานเป็นชาติ เมื่อราคาถูกดันขึ้นไปจนถึงระดับราคาที่ไกล้ๆทุนตัวเอง นักลงทุนผู้น่าสงสารเหล่านั้นไม่คิดอะไรแล้วครับ เกินครึ่งตัดสินใจขายทิ้ง เพื่อดึงเงินที่จมมากอดไว้
จังหวะนี้เองที่ Market Maker(MM) จะปล่อยให้ขาย ขาย ขาย จนพอใจ
โดยจุดที่เขารู้ว่ามันเหมาะสมก็คือ วอลุ่มแห้ง+การแกว่งของราคาแคบลงนั่นแหละ
ในตอนนั้นคนก็จะไม่สนใจหุ้นตัวนั้นกันแล้ว ก็เป็นจังหวะ "สวนกลับ" ของ MM
เพราะราคาจะดีดผึง ขึ้นจากอาการนิ่งๆซึมๆ แล้วกลายร่างเป็นนักวิ่งลมกรดขึ้นไปในบัดดล

แบบนี้มันเป็นเรื่องเดียวกันกับช่วงที่ราคาฟื้นตัวจากก้นของ cup ขึ้นไปถูกเขย่าในระยะ handle ชัดๆเลยนะ

หรือถ้ามองว่ามันเป็นภาพรวมของ cup with handle ก็ได้นะ
คือเริ่มแรกราคาก็วิ่งขึ้นมาเป็นขาขึ้นก่อนใช่มั้ย จากนั้นก็ย่อ
ในช่วงที่ราคาย่อลงไปสู่ก้นของ cup น่ะ มักจะลงแรง วงการแกว่งก็กว้างที่สุด
จากนั้นเมื่อมันเด้งขึ้นไปจากก้นถ้วย การแกว่งก็จะแคบกว่าเดิม เพราะส่วนใหญ่ของ handle ราคามักจะไปไม่ถึงไฮของขอบถ้วยอยู่แล้ว คนที่ติดดอยบางส่วนชิงขายออกมาก่อน ทำให้เกิด handle ไง เพราะคนที่ชิงขายออกในช่วงหูถ้วยเป็นรายย่อยที่ติดหุ้น กำลังจึงน้อย การย่อเลยไม่ลึก วอลุ่มก็เบาบาง ซึ่งมันเป๊ะกับคาแร็คเตอร์ของ handle เอามากๆ คุณว่ามั้ย?

ก็พอจะเห็นภาพหรือได้ไอเดียไปหารูปแบบ cup with handle กันนะครับ
งั้นก่อนจบ ดูรูปกันอีกรอบ ว่าผมมโนเห็นอะไรในนั้น

รูปนี้มันออกแนวทรง VCP เลยนะ เพราะราคาแกว่งแคบลง ย่อ 3 ครั้ง แล้ว breakout กลายเป็นจุดซื้อ


นี่คือ inverse head and shoulder ชัดๆเลย


รูปนี้ทำ double bottom แล้ว breakout ได้ แต่ไม่ไปต่อทันที ทำการเขย่าอีกรอบ

ผมมาสุดทางได้แค่นี้จริงๆครับ ใครมีไอเดียุมมองที่อยากแชร์และแลกเปลี่ยนก็คอมเมนต์กันที่ facebook.com/zyoit หรือ facebook.com/zyo77 ได้นะครับ จะได้ช่วยเปิดมุมมองให้กันและกันได้กว้างขึ้น

บทความเพิ่มเติม
Cup with handle ภาค 2
Q&A : Cup with handle

-------------------------
-------(ขอประชาสัมพันธ์สักนิดนะครับ)-------
 -----(เผื่อมีคนยังไม่ทราบ) -----
หนังสือผลงานของผู้เขียนเองครับ
มีสองเล่ม พี่น้อง ดำ - เขียว
ถ้าท่านชอบบทความที่ผมเขียน อยากมีหนังสืออ้างอิงเก็บไว้
อยากอ่านเนื้อหา+เคส เพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้น


"หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" (เล่มดำ) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้น ด้วย กราฟวีค ก็จะเน้นการดูแนวโน้มขาขึ้นด้วย price pattern จากนั้นก็รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย จบลงที่การขายด้วย price pattern เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ซื้อยันขายเลยครับ อ่านเล่มเดียวจบ
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ที่นี่
รีวิวหนังสือหุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

ส่วน "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" (เล่มเขียว) แนะแนวทางการเทรดหุ้นแนวโน้มขาขึ้นด้วยกราฟรายวัน เล่มนี้จะเน้นการดูแท่งเทียน เอามาใช้ในการหาสัญญาณต้นเทรนด์ของขาขึ้น ซื้อหุ้นแบบ buying strength, buy weakness รันเทรนด์ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 10,20,50, 100, 200 วัน ขายหุ้นออกด้วย selling into strength, selling weakness ครบวงจรเช่นกัน
อ่านสรุปหนังสือ หุ้นซิ่งสวิงเทรด ที่นี่

ถ้าให้เทียบความต่างของทั้งสองเล่มนะ
เล่มดำเป็นการเขียนถึงภาพรวม ภาคทฤษฎี
ส่วนเล่มเขียว เป็นการเจาะลึก เน้นเคส เป็นภาคปฏิบัติ

อ่านจบสองเล่ม ท่านสามารถเดาใจผมได้หมด ว่าเทรดยังไง
เพราะมันเป็นการกลั่นออกมาจากประสบการณ์และมุมมองของผมเอง

ผมใช้ไอเดียพวกนี้แหละครับในการทำเงินได้หุ้นเด้ง อย่างที่เคยอวดไว้
คลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ครับ

สนใจติดต่อสั่งซื้อหนังสือหุ้นทั้งสองเล่ม
ส่งข้อความไปที่เพจ Zyo Books : facebook.com/zyoboooks



ส่วน eBook มีขายที่เว็บ mebmarket.com เท่านั้นครับ
รายละเอียด คลิกที่ชื่อหนังสือเลยครับ
หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่

------(ขอบคุณครับ)-----

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO