ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

การเทรดที่ประสบความสำเร็จ นั้น แค่ “ดีกว่าค่าเฉลี่ย” ก็ยังไม่พอ

Alexander Elder กล่าวว่า การเป็นเพียงแค่ “ดีกว่าค่าเฉลี่ย” ยังไม่เพียงพอ คุณต้องโดดเด่นกว่าใครๆ เพื่อที่จะชนะในเกมที่มีผลรวมติดลบ (Being simply “better than average” is not good enough. You have to be head and shoulders above the crowd to win a minus-sum game.)


eBook : คิดและสวิงเทรดเป็นระบบแบบพี่แดน (Dan Zanger)
มีจำหน่ายที่แอพ Meb ที่เดียว

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM0NDM3MTt9




ในคำพูดนี้ Alexander Elder กำลังเน้นย้ำว่า ในโลกของการเทรด การเป็นเพียงแค่คนที่ "เก่งกว่าค่าเฉลี่ย" อาจไม่เพียงพอที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะการเทรดไม่ใช่เกมที่ทุกคนสามารถชนะพร้อมกันได้ มันคือเกมที่เรียกว่า เกมที่มีผลรวมติดลบ (minus-sum game) ซึ่งหมายความว่า ทรัพยากรที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด เช่น กำไรและขาดทุน ถูกกระจายไปในกลุ่มผู้เล่น แต่เมื่อรวมต้นทุนการเทรด เช่น ค่าธรรมเนียม นายหน้า และค่าเสียโอกาสแล้ว จะทำให้โดยรวมตลาดมีผลขาดทุนสุทธิ


"เกมที่มีผลรวมติดลบ" หมายถึงอะไร?

การเทรดในตลาดไม่ได้มีแค่คนที่ชนะ ยังมีคนที่แพ้เสมอ และเมื่อนำทุกกำไรและขาดทุนมารวมกัน มักจะมีผลลบเพราะค่าธรรมเนียมต่างๆ

คุณไม่ได้แข่งขันแค่กับนักเทรดคนอื่น แต่ยังต้องต่อสู้กับ "ต้นทุน" ของการเทรดด้วย เช่น ค่าสเปรด ค่าธรรมเนียม และความผิดพลาดจากการตัดสินใจ


"ดีกว่าค่าเฉลี่ย" ยังไม่พอ เพราะอะไร?

การเป็น "ดีกว่าค่าเฉลี่ย" อาจทำให้คุณอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ขาดทุนมากนัก แต่ไม่สามารถสร้างกำไรที่ยั่งยืนได้ (Boom and Bust Trader)

หากคุณต้องการชนะในระยะยาว คุณต้องไม่ใช่แค่ดีกว่าคนทั่วไป แต่ต้องเป็นคนที่ โดดเด่นอย่างแท้จริง มีความรู้ ทักษะ และวินัยที่สูงกว่ามาตรฐานของนักเทรดส่วนใหญ่




"โดดเด่นกว่าใครๆ" ต้องทำอย่างไร?

ศึกษาอย่างจริงจัง: เรียนรู้ทั้งพื้นฐานและเทคนิคของการเทรด อ่านหนังสือ ดูวิดีโอ และทดลองฝึกฝน

วางแผนและมีวินัย: สร้างระบบการเทรดที่เหมาะกับตัวคุณ และทำตามแผนโดยไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง

ยอมรับการขาดทุน: ไม่ใช่ทุกการเทรดจะมีกำไร แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องจัดการความเสี่ยงเพื่อปกป้องพอร์ตของคุณ

ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา: ตลาดเปลี่ยนแปลงเสมอ คุณต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง


คำแนะนำจากประโยคนี้:

แม้การเป็น "โดดเด่นกว่าใครๆ" อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับมือใหม่ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากคุณเริ่มต้นด้วยการพัฒนาทีละเล็กทีละน้อย ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว คุณจะค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นนักเทรดที่โดดเด่นได้

ดังนั้น อย่ามองหาความธรรมดา จงตั้งเป้าหมายเพื่อความยอดเยี่ยม เพราะในเกมการเทรด ความธรรมดาไม่ได้ทำให้คุณชนะ แต่ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาจนโดดเด่นต่างหากที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ!


“อย่ามัวแต่หวังว่าสิ่งต่างๆ มันจะง่ายขึ้น แต่จงหวังว่าคุณจะเก่งขึ้น 

อย่ามัวแต่หวังว่าปัญหาจะลดลง แต่จงหวังว่าคุณจะมีทักษะที่มากขึ้น 

อย่ามัวแต่หวังว่าอุปสรรคจะลดลง แต่จงหวังว่าคุณจะมีปัญญาที่มากขึ้น” 

- จิม โรห์น (Jim Rohn)




Zero to Hero ภารกิจเปลี่ยนนักเทรดขาดทุนซ้ำซากให้ได้กำไรสม่ำเสมอ... ในรูปแบบ ebook โดย เซียว จับอิดนึ้ง https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=317619

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด