Take Profit ตรงไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ

Image
คำแนะนำเทรดเดอร์ระดับตำนาน: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน? นั่นคือคำตอบทั้งหมด”เมื่อไม่นานมานี้ Ashish Bhambhani (@AshishB108) ได้โพสต์คำถามตรง ๆ บน X (Twitter) ถึงสองเทรดเดอร์ชื่อดัง อย่าง Mark Minervini และ Mark Ritchie II เกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการกำไรในหุ้นที่พุ่งขึ้นแรงหลัง IPOคำถามของ Ashish คือ “ตามแนวคิดของ Mark Minervini ถูกต้องหรือไม่ที่ควรขายทำกำไร 60-70% ในหุ้นที่ขึ้นมาแล้วกว่า 40% จากฐาน IPO และควรเพิ่มตำแหน่ง (add position) เมื่อราคาผ่อนลง 10-15% หรือไม่?” โพสต์มาพร้อมกราฟราคาหุ้น Master Stock A. Inc. (หรือหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน) แสดงให้เห็นราคาที่วิ่งขึ้นต่อเนื่อง มีการพักฐานหลายครั้ง แต่โดยรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ อย่าง EPS Growth, Relative Strength และ Industry Group Rank อยู่ในระดับสูงมาก คำตอบจาก Mark Ritchie II (@MarkRitchie_II) ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ที่ได้รับการยกย่องในวงการและเคยร่วมงานกับ Mark Minervini มาโดยตรง ได้ตอบกลับด้วยข้อความที่ตรงประเด็นและลึกซึ้ง: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน และแผนการของคุณคืออะไร? คุณมีผู้ชนะ (w...

สโตอิก Vs 80/20 กฎพาเรโต


จำหน่ายแล้ว : สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ... ในรูปแบบ ebook 
ลดราคา 20% จากปก 25-29 กันยายน นี้เท่านั้น

"สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ"

: ขี้เกียจยังไง ให้ทำน้อยได้มาก มี Flow ได้ผลงานขั้นเทพ"

แนวคิดสโตอิก (Stoicism) และกฎ 80/20 (Pareto Principle) มีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน โดยเฉพาะในการมุ่งเน้นสิ่งที่มีผลลัพธ์มากที่สุดและการใช้พลังงานหรือทรัพยากรในสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่คือบางประเด็นที่คล้ายคลึงกัน:


1. การมุ่งเน้นสิ่งที่ควบคุมได้

สโตอิกเชื่อว่ามนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของตนเองเท่านั้น เช่น ความคิดและการกระทำของเรา คล้ายกับแนวคิด 80/20 ที่มุ่งเน้นไปยังการลงแรงหรือทรัพยากรใน 20% ของสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์ 80% การควบคุมสิ่งที่เราสามารถทำได้ในบริบทของสโตอิกคือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีผลลัพธ์สูง


2. การเลือกทิศทางชีวิตที่เหมาะสม 

สโตอิกแนะนำให้ใช้ชีวิตด้วยปัญญา (wisdom) และมุ่งไปที่การมีคุณธรรม (virtue) ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีผลลัพธ์ที่ดี การทำในสิ่งที่สำคัญและสร้างผลลัพธ์มากที่สุดตามหลัก 80/20 ก็สอดคล้องกับการเลือกกิจกรรมหรือเส้นทางที่สร้างความหมายและความสำเร็จในชีวิต


3. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก 

สโตอิกเชื่อในความเรียบง่ายและการกำจัดสิ่งที่เป็นภาระหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและมั่นคง คล้ายกับกฎ 80/20 ที่แนะนำให้ตัด 80% ของกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์มากนักออกไป เพื่อให้มีพื้นที่และพลังงานไปมุ่งกับสิ่งที่สำคัญกว่า


4. การจัดการอารมณ์และปัญหาชีวิต  

ในหลักสโตอิก การจัดการกับอารมณ์เชิงลบหรือปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การควบคุมความกลัว ความโกรธ และความโลภ กฎ 80/20 สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการอารมณ์เหล่านี้ได้ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุด (20%) และหาวิธีแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ 80% ของอารมณ์ที่ทำให้ชีวิตไม่สงบ


5. การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ  

ทั้งสโตอิกและกฎ 80/20 ต่างเน้นการใช้เวลาหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสโตอิกจะเน้นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ในขณะที่กฎ 80/20 ช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง


การผสมผสานแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นระเบียบมากขึ้น รู้จักเลือกทำสิ่งที่มีผลลัพธ์สูงสุดในชีวิตและการทำงาน


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

VELO3D ($VELO) กับการ Turnaround ครั้งใหม่