แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

Image
https://x.com/TraderLion/status/2105598645101834591 แนวคิดหลักของ Ross Haber: ทุกคนอยากซื้อตอน Breakout แต่คนส่วนน้อยที่อยู่กินกำไรคำใหญ่ได้ เพราะไม่รู้วิธีถือ แนะนำหนังสือ หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ https://www.zyo71.com/2019/05/3.html วิธีของเขาคือ ไม่ขายเพราะกลัว แต่ใช้ Trailing Stop ตามเส้นค่าเฉลี่ย (Moving Average) ในช่วงตลาดกระทิง เพื่อให้หุ้นวิ่งได้เต็มที่ แต่ก็ปกป้องกำไรไว้ เส้นค่าเฉลี่ย = เครื่องมือปกป้องกำไร ไม่ใช่แค่จุดซื้อ กรณีศึกษา SHOP ตั้งแต่ ก.ค. 2016 ในภาพ: การขึ้นรอบใหญ่: ถึงจะมีจังหวะเขย่าหลุด 21-DMA / 23-EMA บ้าง แต่ตลอดทาง SHOP เคารพ 50-DMA และ 65-EMA มาตลอด จนกว่าจะทำท็อปแล้วหลุดจริง จังหวะซื้อซ้ำ (Buy here): ทุกครั้งที่ย่อลงมาแล้วเด้งกลับมายืนเหนือ 21-DMA/23-EMA ได้ คือจุดเติมของ 1st pullback หลัง breakout ยืน 21-DMA/23-EMA ได้ = ทรงดี 2nd pullback ก็ยังยืนได้ 3rd pullback ถ้าหลุด 21-DMA/23-EMA คือสัญญาณอ่อนแรง สัญญาณเตือนให้ระวัง: ปิดแคบๆ ในกรอบสั้นๆ = ดี (Super tight closes = constructive) วอลุ่มน้อยตอนย่อ = ยังไม่มีแรงขายจริง (Not enough volume to add) วอลุ่มหนักมากตอน...

สโตอิก Vs 80/20 กฎพาเรโต


จำหน่ายแล้ว : สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ... ในรูปแบบ ebook 
ลดราคา 20% จากปก 25-29 กันยายน นี้เท่านั้น

"สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ"

: ขี้เกียจยังไง ให้ทำน้อยได้มาก มี Flow ได้ผลงานขั้นเทพ"

แนวคิดสโตอิก (Stoicism) และกฎ 80/20 (Pareto Principle) มีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน โดยเฉพาะในการมุ่งเน้นสิ่งที่มีผลลัพธ์มากที่สุดและการใช้พลังงานหรือทรัพยากรในสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่คือบางประเด็นที่คล้ายคลึงกัน:


1. การมุ่งเน้นสิ่งที่ควบคุมได้

สโตอิกเชื่อว่ามนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของตนเองเท่านั้น เช่น ความคิดและการกระทำของเรา คล้ายกับแนวคิด 80/20 ที่มุ่งเน้นไปยังการลงแรงหรือทรัพยากรใน 20% ของสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์ 80% การควบคุมสิ่งที่เราสามารถทำได้ในบริบทของสโตอิกคือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีผลลัพธ์สูง


2. การเลือกทิศทางชีวิตที่เหมาะสม 

สโตอิกแนะนำให้ใช้ชีวิตด้วยปัญญา (wisdom) และมุ่งไปที่การมีคุณธรรม (virtue) ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีผลลัพธ์ที่ดี การทำในสิ่งที่สำคัญและสร้างผลลัพธ์มากที่สุดตามหลัก 80/20 ก็สอดคล้องกับการเลือกกิจกรรมหรือเส้นทางที่สร้างความหมายและความสำเร็จในชีวิต


3. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก 

สโตอิกเชื่อในความเรียบง่ายและการกำจัดสิ่งที่เป็นภาระหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและมั่นคง คล้ายกับกฎ 80/20 ที่แนะนำให้ตัด 80% ของกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์มากนักออกไป เพื่อให้มีพื้นที่และพลังงานไปมุ่งกับสิ่งที่สำคัญกว่า


4. การจัดการอารมณ์และปัญหาชีวิต  

ในหลักสโตอิก การจัดการกับอารมณ์เชิงลบหรือปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การควบคุมความกลัว ความโกรธ และความโลภ กฎ 80/20 สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการอารมณ์เหล่านี้ได้ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุด (20%) และหาวิธีแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ 80% ของอารมณ์ที่ทำให้ชีวิตไม่สงบ


5. การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ  

ทั้งสโตอิกและกฎ 80/20 ต่างเน้นการใช้เวลาหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสโตอิกจะเน้นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ในขณะที่กฎ 80/20 ช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง


การผสมผสานแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นระเบียบมากขึ้น รู้จักเลือกทำสิ่งที่มีผลลัพธ์สูงสุดในชีวิตและการทำงาน


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

วอลุ่ม(โวลุ่มหุ้น)และการยืนยันขาขึ้น (Volume & Up Trend Confirmation)