OVEREXTENSION REVERSAL - หนึ่งในท่าที่คมที่สุดสำหรับเล่นฝั่ง Long ในวันที่ตลาดตระหนกสุดขีด

Image
นี่คือ Setup OVEREXTENSION REVERSAL - หนึ่งในท่าที่คมที่สุดสำหรับเล่นฝั่ง Long ในวันที่ตลาดพัง สรุปจาก https://x.com/SRxTrades/status/2110829313964519502 ทำไมหุ้นที่ลงหนักๆ ถึงเด้งแรง? หลังจากลงมา 3-4 วันแดงติดกัน จิตวิทยาตลาดจะถึงจุดสุดขีด: Long ยอมแพ้ (Capitulation) - คนถือมานานขายทิ้ง คนไล่ชอต - เห็นลงก็โดดชอตตามน้ำใกล้โลว์ ราคา ยืด ห่างจาก 8 EMA มากเกินไป - บางตัวห่างไป 3x ADR วอลุ่มขายเร่งขึ้น แต่ราคาไม่ลงต่อ - แปลว่าแรงขายถูกซับหมดแล้ว พอแรงขายหมด แค่มีแรงซื้อกลับเข้ามานิดเดียว = Short ต้องรีบ Cover คนชอตช้าโดนขัง = เด้งแรงมาก 4 ข้อที่ต้องเช็คก่อนเข้า 1. EXTREME OVEREXTENSION (ยืดสุดๆ) ลงติดกัน 3 วัน+ หรือ Gap down ต่อเนื่อง ราคาทิ้งห่างจาก 8 EMA แบบสุดๆ ยิ่งห่าง ยิ่งน่าสนใจ 2. SELLING EXHAUSTION (แรงขายหมดแรง) ดูวอลุ่ม: วอลุ่มเพิ่มขึ้นตอนลงไปทำโลว์ แต่ราคาไม่ทำโลว์ใหม่แล้ว = มีคนรับของอยู่ 3. UNDERCUT AND RECLAIM (จังหวะเด็ดสุด) ราคาหลุดโลว์วันก่อนหน้าไปเล็กน้อยเพื่อหลอกให้ Short เพิ่ม แล้วดีดกลับมายืนเหนือโลว์เดิมได้แรงๆ ถ้าได้แท่ง Hammer หรือ Bullish Engulfing ในกราฟ 5/15 ...

สโตอิก Vs 80/20 กฎพาเรโต


จำหน่ายแล้ว : สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ... ในรูปแบบ ebook 
ลดราคา 20% จากปก 25-29 กันยายน นี้เท่านั้น

"สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ"

: ขี้เกียจยังไง ให้ทำน้อยได้มาก มี Flow ได้ผลงานขั้นเทพ"

แนวคิดสโตอิก (Stoicism) และกฎ 80/20 (Pareto Principle) มีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน โดยเฉพาะในการมุ่งเน้นสิ่งที่มีผลลัพธ์มากที่สุดและการใช้พลังงานหรือทรัพยากรในสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่คือบางประเด็นที่คล้ายคลึงกัน:


1. การมุ่งเน้นสิ่งที่ควบคุมได้

สโตอิกเชื่อว่ามนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของตนเองเท่านั้น เช่น ความคิดและการกระทำของเรา คล้ายกับแนวคิด 80/20 ที่มุ่งเน้นไปยังการลงแรงหรือทรัพยากรใน 20% ของสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์ 80% การควบคุมสิ่งที่เราสามารถทำได้ในบริบทของสโตอิกคือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีผลลัพธ์สูง


2. การเลือกทิศทางชีวิตที่เหมาะสม 

สโตอิกแนะนำให้ใช้ชีวิตด้วยปัญญา (wisdom) และมุ่งไปที่การมีคุณธรรม (virtue) ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีผลลัพธ์ที่ดี การทำในสิ่งที่สำคัญและสร้างผลลัพธ์มากที่สุดตามหลัก 80/20 ก็สอดคล้องกับการเลือกกิจกรรมหรือเส้นทางที่สร้างความหมายและความสำเร็จในชีวิต


3. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก 

สโตอิกเชื่อในความเรียบง่ายและการกำจัดสิ่งที่เป็นภาระหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและมั่นคง คล้ายกับกฎ 80/20 ที่แนะนำให้ตัด 80% ของกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์มากนักออกไป เพื่อให้มีพื้นที่และพลังงานไปมุ่งกับสิ่งที่สำคัญกว่า


4. การจัดการอารมณ์และปัญหาชีวิต  

ในหลักสโตอิก การจัดการกับอารมณ์เชิงลบหรือปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การควบคุมความกลัว ความโกรธ และความโลภ กฎ 80/20 สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการอารมณ์เหล่านี้ได้ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุด (20%) และหาวิธีแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ 80% ของอารมณ์ที่ทำให้ชีวิตไม่สงบ


5. การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ  

ทั้งสโตอิกและกฎ 80/20 ต่างเน้นการใช้เวลาหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสโตอิกจะเน้นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ในขณะที่กฎ 80/20 ช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง


การผสมผสานแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นระเบียบมากขึ้น รู้จักเลือกทำสิ่งที่มีผลลัพธ์สูงสุดในชีวิตและการทำงาน


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง

แนะนำอีบุ๊คเล่มใหม่ครับ เทคนิค Pyramiding คิดผิดเสียน้อย คิดถูกได้มากกว่า 10 เท่า