How to build a 10× portfolio แนวทางปั้นพอร์ตโต 10× (5-10 ปี) มุ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี disruptive

Image
สรุปจากบทความ  https://x.com/futurist_lens/status/2012235416858939708?s=20 กรอบการลงทุนโดยรวมสำหรับทศวรรษหน้า : ผู้เขียน (@futurist_lens) แนะนำกรอบการลงทุนส่วนตัวที่มุ่งเน้นเทคโนโลยี disruptive เพื่อสร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยแบ่งพอร์ตโฟลิโอออกเป็นสองส่วนหลัก คือ Core Anchors (หุ้นมั่นคงสำหรับถือยาว) และ Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้นที่มี momentum สูงแต่ความเสี่ยงมากกว่า) เพื่อให้เกิดการ compounding และสร้างมรดก generational wealth โดยไม่ไล่ตาม FOMO (fear of missing out) แต่เน้น conviction จากการวิจัยลึก Core Anchors (หุ้นหลักมั่นคง) : ส่วนนี้คิดเป็นครึ่งหนึ่งของทุนลงทุน โดยเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดและมีศักยภาพเติบโตยั่งยืน เช่น $TSLA (Tesla สำหรับ EV และ robotics), $NVDA (NVIDIA สำหรับ chips และ AI), $GOOGL (Alphabet สำหรับ AI และ tech platforms) หุ้นเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นคง รับมือ volatility ได้ดี และใช้เป็นที่หมุนเวียนกำไรจากส่วนอื่น Cycle Legs หรือ Flow Ideas (หุ้น momentum) : อีกครึ่งของพอร์ตโฟลิโอลงทุนในหุ้นที่มี upside สูงแต่เสี่ยงสูง เช่น $RKLB (Rocket Lab สำหร...

สโตอิก Vs 80/20 กฎพาเรโต


จำหน่ายแล้ว : สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ... ในรูปแบบ ebook 
ลดราคา 20% จากปก 25-29 กันยายน นี้เท่านั้น

"สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ"

: ขี้เกียจยังไง ให้ทำน้อยได้มาก มี Flow ได้ผลงานขั้นเทพ"

แนวคิดสโตอิก (Stoicism) และกฎ 80/20 (Pareto Principle) มีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน โดยเฉพาะในการมุ่งเน้นสิ่งที่มีผลลัพธ์มากที่สุดและการใช้พลังงานหรือทรัพยากรในสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่คือบางประเด็นที่คล้ายคลึงกัน:


1. การมุ่งเน้นสิ่งที่ควบคุมได้

สโตอิกเชื่อว่ามนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของตนเองเท่านั้น เช่น ความคิดและการกระทำของเรา คล้ายกับแนวคิด 80/20 ที่มุ่งเน้นไปยังการลงแรงหรือทรัพยากรใน 20% ของสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์ 80% การควบคุมสิ่งที่เราสามารถทำได้ในบริบทของสโตอิกคือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีผลลัพธ์สูง


2. การเลือกทิศทางชีวิตที่เหมาะสม 

สโตอิกแนะนำให้ใช้ชีวิตด้วยปัญญา (wisdom) และมุ่งไปที่การมีคุณธรรม (virtue) ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีผลลัพธ์ที่ดี การทำในสิ่งที่สำคัญและสร้างผลลัพธ์มากที่สุดตามหลัก 80/20 ก็สอดคล้องกับการเลือกกิจกรรมหรือเส้นทางที่สร้างความหมายและความสำเร็จในชีวิต


3. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก 

สโตอิกเชื่อในความเรียบง่ายและการกำจัดสิ่งที่เป็นภาระหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและมั่นคง คล้ายกับกฎ 80/20 ที่แนะนำให้ตัด 80% ของกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์มากนักออกไป เพื่อให้มีพื้นที่และพลังงานไปมุ่งกับสิ่งที่สำคัญกว่า


4. การจัดการอารมณ์และปัญหาชีวิต  

ในหลักสโตอิก การจัดการกับอารมณ์เชิงลบหรือปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การควบคุมความกลัว ความโกรธ และความโลภ กฎ 80/20 สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการอารมณ์เหล่านี้ได้ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุด (20%) และหาวิธีแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ 80% ของอารมณ์ที่ทำให้ชีวิตไม่สงบ


5. การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ  

ทั้งสโตอิกและกฎ 80/20 ต่างเน้นการใช้เวลาหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสโตอิกจะเน้นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ในขณะที่กฎ 80/20 ช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง


การผสมผสานแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นระเบียบมากขึ้น รู้จักเลือกทำสิ่งที่มีผลลัพธ์สูงสุดในชีวิตและการทำงาน


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)