9 จุดร่วมสำคัญที่ทำให้นักเทรด "ไร้พรสวรรค์" ปั้นพอร์ตโตร้อยล้าน และเป็น Market Wizards

Image
ผมไม่ได้มีสัญชาตญาณหรือพรสวรรค์ในการเทรดเลยแม้แต่น้อย ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมรู้จักเทรดเดอร์ระดับ "ระดับพรสวรรค์" เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจนเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์? ไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลในการเทรด ไร้ซึ่งความกลัว และมองทุกอย่างด้วยจิตใจที่เที่ยงธรรมขั้นสุด มีพรสวรรค์ในการอ่านและเข้าใจสภาวะการไหลของราคา (Flow) มีพรสวรรค์ในการอ่านและเข้าใจความตื่นตระหนกของตลาด (Panic) พวกเขาสามารถแค่ "ปรากฏตัว" หน้าจอ แล้วเทรดทำกำไรได้ทันที แล้วทำไมผมถึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดน่ะหรือ? เพราะถึงแม้เทรดเดอร์ระดับพรสวรรค์จะมีอยู่เพียงน้อยนิด แต่ผมกลับรู้จักเทรดเดอร์ระดับ 7 หลักขึ้นไป (100k - $1M+) อีกกว่า 50 คน... ที่ไม่ ได้ มี พ ร ส ว ร ร ถ์ อะไรพิเศษเลย แล้วอะไรล่ะที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นและประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้? 1. จินตภาพและความเชื่ออันแรงกล้า (Visualization & Deep Belief) พวกเขามองเห็นภาพตัวเองประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน โดยไม่เคยคิดถึงเส้นทางอื่น และไม่มีแผนสำรองในหัวเลย พวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวตนอนาคตของตัวเอง พว...

สโตอิก Vs 80/20 กฎพาเรโต


จำหน่ายแล้ว : สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ... ในรูปแบบ ebook 
ลดราคา 20% จากปก 25-29 กันยายน นี้เท่านั้น

"สโตอิก สำหรับคนขี้เกียจ"

: ขี้เกียจยังไง ให้ทำน้อยได้มาก มี Flow ได้ผลงานขั้นเทพ"

แนวคิดสโตอิก (Stoicism) และกฎ 80/20 (Pareto Principle) มีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน โดยเฉพาะในการมุ่งเน้นสิ่งที่มีผลลัพธ์มากที่สุดและการใช้พลังงานหรือทรัพยากรในสิ่งที่สำคัญที่สุด นี่คือบางประเด็นที่คล้ายคลึงกัน:


1. การมุ่งเน้นสิ่งที่ควบคุมได้

สโตอิกเชื่อว่ามนุษย์ควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ในความควบคุมของตนเองเท่านั้น เช่น ความคิดและการกระทำของเรา คล้ายกับแนวคิด 80/20 ที่มุ่งเน้นไปยังการลงแรงหรือทรัพยากรใน 20% ของสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์ 80% การควบคุมสิ่งที่เราสามารถทำได้ในบริบทของสโตอิกคือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดและมีผลลัพธ์สูง


2. การเลือกทิศทางชีวิตที่เหมาะสม 

สโตอิกแนะนำให้ใช้ชีวิตด้วยปัญญา (wisdom) และมุ่งไปที่การมีคุณธรรม (virtue) ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่มีคุณค่าและมีผลลัพธ์ที่ดี การทำในสิ่งที่สำคัญและสร้างผลลัพธ์มากที่สุดตามหลัก 80/20 ก็สอดคล้องกับการเลือกกิจกรรมหรือเส้นทางที่สร้างความหมายและความสำเร็จในชีวิต


3. การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก 

สโตอิกเชื่อในความเรียบง่ายและการกำจัดสิ่งที่เป็นภาระหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและมั่นคง คล้ายกับกฎ 80/20 ที่แนะนำให้ตัด 80% ของกิจกรรมที่ไม่ได้สร้างผลลัพธ์มากนักออกไป เพื่อให้มีพื้นที่และพลังงานไปมุ่งกับสิ่งที่สำคัญกว่า


4. การจัดการอารมณ์และปัญหาชีวิต  

ในหลักสโตอิก การจัดการกับอารมณ์เชิงลบหรือปัญหาต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การควบคุมความกลัว ความโกรธ และความโลภ กฎ 80/20 สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการอารมณ์เหล่านี้ได้ โดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหามากที่สุด (20%) และหาวิธีแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ 80% ของอารมณ์ที่ทำให้ชีวิตไม่สงบ


5. การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ  

ทั้งสโตอิกและกฎ 80/20 ต่างเน้นการใช้เวลาหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสโตอิกจะเน้นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ในขณะที่กฎ 80/20 ช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรทำก่อนและหลัง


การผสมผสานแนวคิดเหล่านี้จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นระเบียบมากขึ้น รู้จักเลือกทำสิ่งที่มีผลลัพธ์สูงสุดในชีวิตและการทำงาน


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด (EMA Swing Trade)

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง