14/01/2026 ใน X มีการพูดถึงหุ้นตัวไหนที่มีตัวเร่งบ้าง?

(ที่มา Grok) จากโพสต์ต่าง ๆ บน X วันนี้ (14 มกราคม 2026) มีการพูดถึงหุ้นหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับ "ตัวเร่ง" (catalyst) เช่น ข่าวสาร เหตุการณ์ หรือปัจจัยที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้น โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นสหรัฐฯ ในกลุ่มเทคโนโลยีเทค และเหมืองแร่ ส่วนหุ้นไทยยังไม่ค่อยเห็นการพูดถึงชัดเจนในหัวข้อนี้ (อาจเพราะตลาดไทยยังไม่คึกคักมากนักวันนี้) แต่ถ้ามีอัปเดตเพิ่มเติมจะแจ้งนะครับ นี่คือสรุปหลัก ๆ ที่ถูกพูดถึงบ่อย: หุ้นเทคและเฮลธ์แคร์ (มีการพูดถึง catalyst จากข่าว clinical trials, FDA, หรือ revenue updates บ่อยที่สุด) $XAIR (Beyond Air) : พุ่งแรง +150% จากข่าวดี  มีคนพูดถึงเป็น mover ตัวหลักของวันนี้จาก catalyst ข่าวบริษัท. $BCTX (BriaCell Therapeutics) : +36% จากข่าวบวก @StockPulseApp ถือเป็น catalyst-driven play. $ATON (Aton Resources) : +54% จากข่าวบริษัท  มีการ mention ซ้ำ ๆ ว่าเป็นหุ้นที่มี momentum จาก news. $XENE (Xenon Pharmaceuticals) : พูดถึง catalyst จาก Phase 3 data ที่คาดในเดือนมีนาคม 2026 @Andre_AGTC และมีเงินสดพอรองรับจนถึง 2027. หุ้นอื่นในกลุ่มนี้ที่ถูกพูดถึง catalyst ปีนี้/ปีหน้า ...

การเล่นหุ้นขาดทุนซ้ำซาก ไม่ใช่จุดจบ คุณแค่เทรดไม่ได้มาตรฐานเท่านั้นเอง


การเทรดหุ้น: ก้าวข้ามธรรมชาติของความกลัว สู่วิถี Zero to Hero  

"Zero to Hero ภารกิจเปลี่ยนนักเทรดขาดทุนซ้ำซากให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"

มีจำหน่ายที่ Mebmarket วันที่ 3 กันยายน 2567 ครับ 

https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=317619


การเล่นหุ้นหรือเทรดที่ทำให้ขาดทุนซ้ำซาก ไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลวในการลงทุนหรือไม่มีความสามารถในตลาดหุ้น มันอาจเป็นเพียงแค่การที่คุณยังไม่ได้ตั้งมาตรฐานการเทรดที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากพอ


มาตรฐานการเทรดคืออะไร?

มาตรฐานการเทรดที่ถูกต้องไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการขาดทุนทั้งหมด แต่คือการมีระบบที่มีความคาดหวังเชิงบวก (Positive Expectancy) นั่นหมายถึงการมีแผนการเทรดที่เมื่อทำตามแล้ว จะมีโอกาสสร้างกำไรได้ในระยะยาว

Positive Expectancy คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเทรด มันคือการที่คุณมีระบบหรือกลยุทธ์ที่มีความสามารถในการทำกำไรได้มากกว่าการขาดทุน โดยคำนวณจากสถิติในอดีตของการเทรดแต่ละครั้ง เมื่อคุณมีระบบที่มี Positive Expectancy นั่นหมายความว่าในระยะยาว คุณจะมีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าการขาดทุน


แล้วทำอย่างไรถึงจะได้มาตรฐานการเทรด?

1. พัฒนากลยุทธ์การเทรด: เริ่มต้นด้วยการสร้างกลยุทธ์ที่ชัดเจน มีการทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้งานเครื่องมือที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ตลาด

2. การจัดการความเสี่ยง: การป้องกันการขาดทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ การกำหนดขอบเขตของการขาดทุนที่ยอมรับได้ในแต่ละการเทรด และการใช้ Stop-Loss อย่างมีประสิทธิภาพคือการเริ่มต้นที่ดี

3. ทบทวนและปรับปรุง: อย่าลืมทบทวนการเทรดที่ผ่านมาของคุณ เพื่อหาข้อผิดพลาดและปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. วินัยในการเทรด: การมีวินัยในการเทรดตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้คุณมีความเสถียรและมั่นคงในระยะยาว


สรุป

การขาดทุนในการเทรดไม่ใช่จุดจบ มันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และพัฒนา การมีมาตรฐานการเทรดที่ดีด้วย Positive Expectancy จะทำให้คุณสอบผ่านและสามารถสร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ อย่าหยุดพัฒนาตัวเองและมุ่งมั่นในการสร้างระบบที่ดี แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ขอให้การเทรดของคุณเต็มไปด้วยความสำเร็จและกำไรที่ยั่งยืน!

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)