ถ้าอยากรวยจากการเทรด ต้องสร้าง edge ที่ไม่ซ้ำใคร แทนการแข่งขัน ในพื้นที่เดียวกับคนส่วนใหญ่

Image
นักเทรดรายย่อยส่วนใหญ่แข่งขันกันในพื้นที่แออัดด้วยการใช้รูปแบบทางเทคนิคอล แบบเดิม ๆ ทำให้พลาดโอกาสในชั้นตลาดอื่นที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ กลยุทธ์ที่ 1 คือการเทรดตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาด (เช่น preferred stock หรือ convertible debt) ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายพันธบัตร ราคาขึ้นกับ yield ความเสี่ยงเครดิต และโอกาสได้คืนมูลค่าพาร์ โดยตัวอย่างคือการขายพัทบน STRC หลังเกิดการขายทิ้งหนัก กลยุทธ์ที่ 2 คือพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านไบโอเทค เช่น การเข้าใจเฟสของการทดลองทางคลินิก จุดสิ้นสุดหลัก-รอง กระบวนการ FDA และการตีความข้อมูล เพื่อจับจังหวะที่ตลาดตอบสนองเกินจริงต่อข่าว กลยุทธ์ที่ 3 คือการเก็งกำไรจากการควบรวมและซื้อกิจการ (merger arbitrage) โดยวิเคราะห์ประเภทผู้ซื้อ สเปรด ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และการจัดหาเงินทุน แล้วผสมกับการเข้าออกที่แม่นยำ กลยุทธ์ที่ 4 คือการเล่นตามการปรับสมดุลดัชนีหุ้น ซึ่งกองทุน Passive ถูกบังคับซื้อหรือขายจำนวนมหาศาลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบดัชนี (เช่น กรณีที่กองทุนทำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์) กลยุทธ์ที่ 5 คือการเก็งกำไร ADR (American Depositary Receipts) โดยหาความต่างของราคาเทียบกั...

Exit คือส่วนสำคัญที่สุดของระบบเทรด + ขั้นตอนการขายหุ้นของพี่ Mark Minervini


๑. มันช่วยให้คุณรักษาอำนาจควบคุมเอาไว้ได้

๒. ควบคุมการสูญเสียได้

๓. ควบคุมการรักษาผลประโยชน์กำไรได้

กำไรมาก

กำไรน้อย

เท่าทุน

ขาดทุนน้อย

๔. ทำไมนักเทรดผู้แพ้ไม่สนใจเรื่องนี้

เขาโฟกัสไปที่จุดซื้อเท่านั้น

เขาไม่มีแผน exit ที่แน่ชัด

เขาต้องการกำไรมากกว่านั้น

ไม่มีแผนปกป้องต้นทุน

ไม่อยากเป็นคนผิด 

กลัวตัดสินใจผิด 

ไม่ต้องการรับผลลัพธ์ที่ผิดพลาด

กลัวคัทแล้วเด้ง

กลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมได้

ไม่มีระบบ ไม่เชื่อระบบของตนเอง

อย่าได้พูดถึงวินัย

.

เกมของผู้ชนะ

คือ สร้างอำนาจควบคุมเอาไว้มากที่สุด



7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา