7 มนต์วิเศษ ที่ผู้ประสบความสำเร็จ บอกตัวเองเป็นประจำทุกวัน

Image
1.  "ฉันจะคิดออก ฉันจะพบทางออกแน่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้วางแผนที่จะล้มเหลว พวกเขาวางแผนสำหรับอุปสรรคแทน พวกเขารู้ว่าจะมีความท้าทาย พวกเขารู้ว่าพวกเขาจะต้องหาทางออกด้วยตนเอง ดังนั้น แทนที่จะวางแผนรับมือกับความพ่ายแพ้ พวกเขาใช้ชุดทักษะที่เตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า "ฉันจะคิดออก ฉันจะพบทางออกแน่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" และพวกเขาก็พบมันจริง ๆ 2. "ทุกสิ่งในโลก ถูกสร้างขึ้นจากคนที่ไม่ฉลาดกว่าเราหรอก" คำพูดของ Steve Jobs นี้ได้กลายเป็นมนต์สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ช่วงเวลาที่คุณตระหนักว่าโลกรอบตัวคุณถูกสร้างขึ้นโดยคนอื่นๆ เช่นเดียวกับคุณ คนที่ตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งและตัดสินใจที่จะเริ่มทำงานอย่างไม่ลดละเพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของพวกเขา นั่นคือช่วงเวลาที่คุณสามารถควบคุมชีวิตของคุณได้อย่างเต็มที่ 3. "ไม่มีหรอกความผิดพลาด มีแต่บทเรียน" คนที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเขาทำงานภายใต้สมมติฐานว่าในทุกความผิดพลาดคือบทเรียน พวกเขาจะไม่จมอยู่กับการทำให้ตัวเองรู้สึกแย่สำ

เข้าแบบไหน ให้ออกแบบนั้น คืออะไร? ทำยังไงที่มันใช่? Plan your trade and trade your plan

เข้าแบบไหน ให้ออกแบบนั้น
คืออะไร? ทำยังไงที่มันใช่? 

Plan your trade and trade your plan.


ผู้รู้มักจะบอกเราว่า "เข้าแบบไหน ให้ออกแบบนั้น"

ความหมายคือ

"เข้าซื้อด้วยเหตผลอะไร ก็ต้องออกด้วยเหตุผลนั้น"

แต่ปัญหาคือ แล้วมันทำยังไง?

เพราะมันดูคลุมเครือเกินไป

เหมือนที่บอกว่า คุณต้องมีวินัย นะ 

เรารับฟัง แต่ทำตามไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า อะไรทำให้เราขาดวินัย

ทำไมต้องมีวินัย


เช่นเดียวกัน

เข้าแบบไหน ให้ออกแบบนั้น

ควรขยายความว่า

คุณวางแผนมายังไง ให้ทำตามแผนนั้น จะดีกว่า

แผนการเทรด/ลงทุนที่ดี คือสิ่งที่คุณต้องมี



แผนที่ดีคืออะไร

ต้องประกอบด้วย ๒ สิ่งนี้

สัญญาณซื้อของคุณคืออะไร?

สัญญาณขายของคุณคืออะไร?

ต้องตอบให้ได้ทั้งสองข้อ

ไม่ใช่คิดแค่ สัญญาณซื้อ เพียงอย่างเดียว

ไม่คิดเรื่องขาย เพราะไม่เชื่อว่าจะคิดผิด หรือ ไม่ขายไม่ขาดทุน

ถือว่า คิดไม่รอบด้าน




นักลงทุนที่สำเร็จนั้น จะมีการคิดถึง "จุดหนี" เสมอ

เขาเชื่อว่าเขาสามารถคิดผิดได้

แม้แต่ บัฟเฟต์ เอง ก็ยังขายตัดขาดทุนเลย

วีไอ ใช่ว่าจะถือหุ้นตลอดชีวิต เขาไม่แต่งงานกับหุ้น แค่เดทเท่านั้น

จุดที่พิสูจน์ว่า "ฉันคิดผิด" จึงต้องมี

คุณต้องเปิดใจ มองผลลัพธ์การเทรดในมุมของความน่าจะเป็น


แน่นอนว่า จุดที่คิดผิด ของแต่ละสไตล์ก็ต่างกัน

สายเทคนิคอล ถือตนว่าเป็นนักเก็งกำไร

เขาจะยึดมั่นในการ stop loss อย่างจริงจัง

เพราะพวกเขา เก็งกำไร เข้าไว ออกไว

เดย์เทรด, สวิงเทรด, แม้แต่ trend following ก็ต้องเคารพ stop loss

จุด stop loss จะอยู่ในแผนการเทรดของเขาตั้งแต่เริ่มเข้าซื้อ




เคยได้ยินวีไอ เขาก็มีการนึกถึง "สถานการณ์ที่พิสูจนว่าเขาคิดผิด" เช่นกัน

อาจจมาจากการดู ความสามารถในการเติบโต การทำกำไร อิ่มตัว ก็หนีแล้ว

ดูงบ ก็เห็นภาพอนาคตแล้ว ถึงขนาดนั้น



ซื้อแล้วถือเอาปันผล อาจต่างกันออกไป

ถ้าซื้อถือยาว เพื่อเอาปันผล โดยที่คุณมั่นใจในพื้นฐานว่าดีแน่ มั่นคงแน่ เพราะ บลา บลา บลา

ราคาลง ก็ต้องกล้าอยู่เฉย ๆ และซื้อถัว (คุณต้องได้จุดซื้อที่ดีจริง ๆ ว่าได้เปรียบ และ แบ่งเงินซื้อให้เหมาะสมด้วย)


จากบทความ "เรื่องของแต้มต่อ" โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
https://blog.settrade.com/blog/nivate/2016/05/09/1726


ด้วยเหตุนี้ คุณต้องมีแผนของตนเอง

คุณจะได้ไม่หวั่นไหว ไปฟังใครบอกว่าให้ตัดขาดทุน แล้วเกิดอาการ panic ตาม หวั่นไหวตาม

นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่มีแผน ตั้งแต่แรกนั่นเอง

เข้าแบบไหน ให้ออกแบบนั้น ไม่พอ

ต้องบอกว่า แผนคุณเป็นแบบไหน ให้ทำตามแผนนั้น

Plan your trade and trade your plan.





7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมสูตรเจ๊งหุ้น (How to lose money in the stock market)

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

หุ้น Turnaround : คำแนะนำจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks