Take Profit ตรงไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ

Image
คำแนะนำเทรดเดอร์ระดับตำนาน: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน? นั่นคือคำตอบทั้งหมด”เมื่อไม่นานมานี้ Ashish Bhambhani (@AshishB108) ได้โพสต์คำถามตรง ๆ บน X (Twitter) ถึงสองเทรดเดอร์ชื่อดัง อย่าง Mark Minervini และ Mark Ritchie II เกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการกำไรในหุ้นที่พุ่งขึ้นแรงหลัง IPOคำถามของ Ashish คือ “ตามแนวคิดของ Mark Minervini ถูกต้องหรือไม่ที่ควรขายทำกำไร 60-70% ในหุ้นที่ขึ้นมาแล้วกว่า 40% จากฐาน IPO และควรเพิ่มตำแหน่ง (add position) เมื่อราคาผ่อนลง 10-15% หรือไม่?” โพสต์มาพร้อมกราฟราคาหุ้น Master Stock A. Inc. (หรือหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วงเทรนด์ขาขึ้นชัดเจน) แสดงให้เห็นราคาที่วิ่งขึ้นต่อเนื่อง มีการพักฐานหลายครั้ง แต่โดยรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีอินดิเคเตอร์ต่าง ๆ อย่าง EPS Growth, Relative Strength และ Industry Group Rank อยู่ในระดับสูงมาก คำตอบจาก Mark Ritchie II (@MarkRitchie_II) ซึ่งเป็นเทรดเดอร์ที่ได้รับการยกย่องในวงการและเคยร่วมงานกับ Mark Minervini มาโดยตรง ได้ตอบกลับด้วยข้อความที่ตรงประเด็นและลึกซึ้ง: “คุณเป็นเทรดเดอร์แบบไหน และแผนการของคุณคืออะไร? คุณมีผู้ชนะ (w...

ชวน "เขียนหนังสือ" กันครับ


จากที่ได้เขียนหนังสือมา 3 เล่ม และกำลังสนุกกับการโม้เล่มที่ 4 อยู่นี้
ผมรู้สึกว่าตัวเองได้ประโยชน์จากการเขียนหนังสือมาก
จึงอยากชวนท่านหาเวลาเขียนออกมาสักเล่ม ด้วยเหตุผลดังนี้
๑) การเขียนหนังสือทำให้เรามีเป้าหมายในการหาความรู้มากขึ้น
เหมือนเราตั้งธงว่า อยากรวบรวมประเด็นใดประเด็นหนึ่งไปแล้ว เราจะมีโฟกัสในการ
- รวบรวมหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นมารวมไว้ให้มากที่สุด
- จากนั้นจะเป็นการเอามาต่อประเด็นให้มันร้อยเรียง
- จากนั้นก็เป็นการย่อยเนื้อออกมาให้ได้ใจความ
- และหาข้อมูลมาสนับสนุนยังไงให้เกิดความน่าเชื่อถือ
๒) การเขียนทำให้เรามีพัฒนาการในการเรียนรู้มากขึ้น
ผมว่านะ การเทรดแค่อ่าน แค่ทำ ไม่พอครับ
ต้องสรุปและกลั่นมันออกมา เพื่ออธิบายให้ตัวเองเข้าใจ
และถ้าทำให้คนอื่นเข้าใจด้วย ยิ่งดีใหญ่
๓) การเขียน พัฒนาการสื่อสารให้ดีขึ้น
การเขียนจะทำให้เกิดคำถามระหว่างการเขียน ซึ่งเราต้องหาคำตอบมาอธิบายสิ่งนั้นให้ได้ ตรงนี้แหละที่จะทำให้เราเกิดทักษะการสื่อสารที่ดี
.
แค่ ๓ ข้อนี้ก็สุดยอดแล้วครับ สำหรับคนไฝ่รู้ และอยากเป็นนักเทรดที่มีทักษะระดับท็อปให้ได้
.
ไม่เก่งก็เขียนได้
เคยคุยกับหลายคน ที่สนใจเขียน แต่พอยุไป เขาตอบว่ายังไม่เก่ง
นั่นเป็นมุมมองของคน "ไม่มั่นใจในตัวเอง" และตั้งธงผิด
ให้ท่านเปลี่ยนจาก "ความกลัวขายไม่ได้" ไปเป็น "เขียนเพื่อให้เข้าใจประเด็นนั้นมากขึ้น" หรือ "เขียนเพื่อให้ตัวเองเข้าใจมากขึ้น"
ท่านไม่จำเป็นต้องขายมันก็ได้ ถ้ากลัวมากก็แชร์มันไปซะ (เหมือนผมที่เขียนบทความลงบล็อกแล้วรวมเป็นอีบุคฟรี)
อย่ารอให้เก่งครับ เพราะพอคุณเก่งขึ้น แต่ความไม่มั่นใจยังติดตัวอยู่ ยังไงก็ไม่ได้เขียน วิธีการแก้ความกลัวก็คือการลงมือทำครับ

คิดว่ามันเป็นวิทยานิพนธ์
คนที่เรียนปริญญาโท ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้เขียนวิทยานิพนธ์เพื่อตัวเองหรอกครับ ทำตามคำแนะนำอาจารย์ สิ่งที่ได้ก็คือใบปริญญาไปแลกเงินเดือนเท่านั้น แต่ถ้าหากท่านเขียนหนังสือสูตรการเทรดของตัวเองได้นะ ท่านจะได้ทักษะที่จำเป็นสำหรับการสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งสูงกว่าเงินเดือนเยอะเป็นสิบเป็นร้อยเท่าเลยนะครับ

แนะนำครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

แชร์วิธีการหารายได้จากการช่วยขาย ebook ที่ mebmarket.com

Anthropic ฝึกโมเดล Mythos ล่าสุดบนชิปของ AWS → $AMZN พุ่งแรง ทำไม $MRVL กับ $AAOI ถึงรอคิวเด้งตาม

Photonics Panic : บริษัทที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง (และโอกาสลงทุน)

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน