หุ้นอเมริกาที่ผ่านสูตรสแกนแบบ Peter Lynch

เคยสงสัยไหมว่า นักลงทุนระดับตำนานค้นหาหุ้นชนะตลาดกันอย่างไร? นี่คือหลักพื้นฐานที่ ปีเตอร์ ลินช์ ใช้ในการมองหาบริษัทที่มีศักยภาพสูง! $DBX, $FVRR, $COUR, $AI, $SOUN, $GLBE, $NU, $HIMS, $S, $DUOL, $ROKU, $IOT, $PYPL ที่มา https://x.com/commonsenseplay/status/1994082845305057662 เช็กลิสต์คัดเลือกหุ้นแบบ Peter Lynch 1. ค่า Trailing P/E < 25 2. ค่า Forward P/E < 15 3. การเติบโตของ EPS > 15% 4. อัตราหนี้ต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) < 35% 5. มาร์เก็ตแคป < 5 พันล้านดอลลาร์ 6. ค่า PEG Ratio < 1.2 ทำไมค่า P/E จึงสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงการ “ซื้อแพงเกินไป” P/E ต่ำ = ความปลอดภัยในการลงทุนสูงกว่า Forward P/E ต่ำกว่า 15 มักบ่งบอกถึงคาดการณ์กำไรที่แข็งแกร่งในอนาคต ตัวอย่างหุ้นที่มีมุมมองด้านมูลค่าที่น่าสนใจ $DBX (Dropbox) $FVRR (Fiverr) $COUR (Coursera) $PYPL (Paypal) EPS Growth > 15% - การเติบโตของกำไรคือเครื่องยนต์สำคัญของราคาหุ้นในระยะยาว - บริษัทที่แข็งแกร่งมักเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เป็นครั้งคราว ตัวอย่างกลุ่มหุ้นเติบโตสูง กลุ่ม AI: $AI (C3.ai), $SOUN (SoundHound) การชำระเงินดิจิทั...

Social distance ไม่ต้องทำเพื่อชาติหรอก ทำเพื่อตัวคุณเอง!!


ทำไมคุณต้อง social distance? เพราะถ้าติดเชื้อ กันเป็นจำนวนมากแล้ว มีเงินก็อาจจะไม่มีใครรักษาคุณได้ เนื่องจาก... ๑. หมอไม่พอรักษา สัดส่วนแพทย์ต่อประชากรในเมืองไทยจะเท่ากับ 1 ต่อ 1,843 คน แต่ในความเป็นจริงแล้ว จำนวนแพทย์ต่อประชาก ไม่ได้กระจายอย่างเท่ากันทุกพื้นที่ ทำให้ในบางจังหวัดมีสัดส่วนแพทย์ต่อประชากรสูงกว่าค่าเฉลี่ย 2-3 เท่า ข้อมูลจาก https://workpointnews.com/2018/10/02/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88/ ๒. จำนวนเตียงภาครัฐ มีทั้งหมด 122,470 เตียง คิดเป็นสัดส่วนเตียง 1.9 : 1,000 คนต่อประชากร และเมื่อรวมกับจำนวนเตียงในสถานพยาบาลภาคเอกชนจำนวน 34,602 เตียง จะมีสัดส่วนเตียง 2.4 : 1,000 คนต่อประชากร ข้อมูลจาก https://www.hfocus.org/content/2017/04/13730 ตัวอย่างไปดูที่ประเทศอิตาลี คนไข้มีมากกว่าหมอ มากกว่าจำนวนเตียง ทำให้หมอต้องเลือกรักษา ท่านคิดว่าใครควรจะรอดก่อน? หมอเขาจะมาเฝ้าดูคุณเหรอ? คุณเป็นใคร? ทำไมต้อง ปล่อยให้ตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดนั้น? ทำไมต้องไปเป็นตัวเลือกตัดสินใจให้ชีวิต หรือปล่อยให้ตาย จากคนอื่น ทั้ง ๆ ที่คุณสามารถเลือกได้ก่อน "ด้วยการป้องกันตัวเอง" ทางการแพทย์บอกว่า คนที่ติดเชื้อในบ้านเรา มาจาก 3 แหล่งแค่นั้น แต่ปัญหาคือ คนที่มาพบหมอมีน้อยมาก และที่สำคัญคือ คนที่ไม่รู้ว่าติดเชื้อ(เพราะไม่แสดงอาการ) แต่แพร่ได้ มีถึง 6 เท่าของคนที่แสดงอากการ ท่านเลยให้คิดต่อไปเลยว่า ให้คูณ 6 เข้าไปจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับรายงาน สมมุติ วันนี้ยอดรายงาน 1000 คน ก็แสดงว่า ตัวเลขจริง คือ 6000 คน นั่นหมายความว่า ยิ่งมีมากเท่าไหร่ หากท่านยังคงออกไปพบปะกับผู้คน โอกาสติดก็มีมากขึ้นตามเท่านั้น แค่ออกไปข้างนอก ก็เจอความเสี่ยงที่จะเป็นโรคตายแล้ว นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไม ท่านต้องคิดถึงการปกป้องตัวเอง ตั้งแต่ตอนนี้ หากท่านปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ติดเชื้อลุกลามเป็นวงกว้างขนาดนั้น ถามต่อ คุณจะรอดเหรอ? ทำไมไม่ป้องกันไว้ก่อน ซึ่งทำได้อย่างง่าย ๆ คือ social distance ถึงตอนนั้น คุณจะโทษรัฐบาล โทษหมอ ก็ไม่มีประโยชน์ หมอก็ต้องมองส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตัว คิดดูให้ดี อะไรสำคัญกว่า "เงิน หรือ ตัวคุณ" Money or your life? รายได้ไม่มี ๓ เดือน รัฐก็จะโอนให้ท่านถึงบ้าน อาจไม่มากเท่าความโลภของคุณ แต่ก็พอประทัง ลองคิดดูถ้าคุณเกิดอาการ
เดินไปโรงพยาบาลเอกชน ค่าตรวจ 5,000 หากต้องรักษาแบบใส่ใจ ก็ต้องเสียเป็นหมื่น แต่ถ้าคุณป้องกันตัวเอง คุณไม่เสียเงินสักบาท แค่อยู่บ้าน ทำกิจกรรมในบ้านไปก่อน ทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง เรื่องนี้ตัดสินแทนใครไม่ได้ คนที่ไม่ป้องกันตัวเอง ปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วแก้ไข คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง จะไปโทษใครไม่ได้ คุณทำตัวเอง ประเทศไทย มีความพิเศษอย่างหนึ่งที่ท่านไม่รู้ คือ "ทำเลชั้นยอด" ใคร ๆ ก็อยากมาลงทุนที่นี่ ท่านตกงานไปไม่นานหรอก อีกไม่นานเดี๋ยวก็จะมีงานให้ทำ ความท้าทายก็คือ "คุณจะรอดไปถึงวันนั้นหรือเปล่า?" อย่าออกไปเสี่ยง ถ้าฉลาดพอ!! ๓. วัคซีน ต้องรออีกเป็นปี - 2 ปี!!! จาก ๓ ข้อมูลนี้ จะรู้เลยว่า วิธีการที่ดีที่สุด คือ "ป้องกันตัวเอง" ไม่ให้ไปติดเชื้อจากใคร ด้วยสิ่งที่ทำได้อย่างง่ายๆ คือ social distance การแยกตัวอยู่ คือการลดความเสี่ยง ที่ดีที่สุด หมั่นล้างมือ กินอาหารร้อน ออกกำลังกาย สร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าเราไม่ไปติดเชื้อ ก็จะไม่เป็นตัวแพร่เชื้อ ๑. คนติดเชื้อก็ถูกจำกัด ๒. งานของหมอ การดูแลรักษาก็ทำได้ดีและเร็ว ทุกอย่าง เริ่มจากตัวเราเอง ป้องกันตัวเอง = ป้องกันความเสี่ยง โอกาสรอด ก็มีสูง นี่แหละครับ ที่ผมบอกว่า Social distance ไม่ต้องทำเพื่อชาติหรอก ทำเพื่อตัวคุณเอง!! ถ้าคุณป้องกันตัวเองก่อน สังคมก็จะดีขึ้นตาม อย่าไปคิดถึงชาติอะไรให้ปวดหัว (เพราะหลายคนก็เกลียดรัฐบาลชุดนี้) ทำเพื่อตัวคุณเองก่อน

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

$BMNR ทำธุรกิจอะไร? จุดแข็ง/จุดอ่อน และตัวเร่ง

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)