ทำไมการ ipo ของ spaceX จึงเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมอวกาศ (หรือมีอย่างอื่นอีกที่เป็นตัวเร่ง?)

Image
ลองนึกภาพอุตสาหกรรมอวกาศเหมือน “ตลาดหุ้นก่อนมี Apple เข้าตลาด” ทุกคนรู้ว่าของดี มีอนาคต แต่ยังไม่มี ตัวแทนระดับโลก ที่ทำให้เงินทุน ความสนใจ และความเชื่อมั่น หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกัน IPO ของ SpaceX (หากเกิดขึ้นจริง) จึงถูกมองว่าเป็น ตัวเร่ง สำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศ แต่ไม่ใช่ตัวเดียว เรามาไล่เรียงทีละขั้น 1. IPO ของ SpaceX = การตั้ง “ราคาอ้างอิง” ให้อุตสาหกรรม 📌ก่อน IPO 👉บริษัทอวกาศส่วนใหญ่ = เล็ก ขาดทุน หรือยังพิสูจน์โมเดลไม่ได้ 👉นักลงทุนสถาบันเข้าถึงยาก ประเมินมูลค่ายาก 📌หลัง IPO 👉SpaceX จะกลายเป็น benchmark ของทั้งอุตสาหกรรม ตลาดจะเริ่มถามว่า > “ถ้า SpaceX เทรดที่ P/S หรือ P/E แบบนี้ แล้วบริษัทอย่าง RKLB, ASTS, PL, LUNR ควรอยู่ตรงไหน?” 👉 เงินจะไม่ไหลเข้า SpaceX ตัวเดียว แต่จะ กระจายไปทั้ง sector แบบที่เราเคยเห็นใน ✅EV หลัง Tesla IPO ✅Cloud หลัง Amazon เติบโต --- 2. การรับรู้ของนักลงทุนเปลี่ยนจาก “ฝัน” เป็น “ธุรกิจ” 📌ก่อน SpaceX > อวกาศ = วิทยาศาสตร์ / ความฝัน / โครงการรัฐ 📌SpaceX ทำให้ตลาดเห็นว่า 👉ปล่อยจรวด = ธุรกิจ 👉ต้นทุนลดได้ 👉มี recurring revenue (สัญญารัฐ, Starlink)...

สิ่งที่นักเทรดควบคุมได้ กับควบคุมไม่ได้ (เรื่องเล็กๆ ที่รู้แล้วอาจช่วยให้ผลการเทรดดีขึ้น)



ประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่อง #ไกลตัวมาก สำหรับนักเทรดส่วนใหญ่ เราไม่เคยคิดถึงมันเลย คิดว่ามันไม่จำเป็น

แต่จริงๆแล้วนี่แหละครับเป็นอะไรที่ #จำเป็นจริงๆ ที่เราต้องรู้เอาไว้ ใครรู้ว่าสิ่งไหนควบคุมได้ควบคุมไม่ได้ คนนั้นจะสามารถรู้ว่า "เขาควรโฟกัสอยู่กับเรื่องไหนกันแน่" โฟกัสเรื่องไหนแล้วได้ประโยชน์ โฟกัสเรื่องไหนแล้วไม่เคยได้ผลดีกลับมาเลย

"อยู่ในสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ความทุกข์เกิดจาก "การมองโลกในแบบที่เราอยากจะให้มันเป็น" แต่จะสุขมากขึ้นทันทีถ้าเรามองโลกในแบบที่ "มันเป็นของมันเอง"

ความเชื่อคือสิ่งที่กำหนดกลยุทธ์ของท่านนะครับ
แม้ท่านเรียนมาเยอะ รู้มาเยอะ แต่ว่าชุดความเชื่อของท่าน มันสวนทางกลับวิธีการที่จะทำให้เทรดประสบความสำเร็จ คุณก็พังได้อย่างง่ายๆ

ส่วนใหญ่แล้ว ที่นักเทรดมีปัญหาขาดทุนยับเยิน หรือใช้อารมณ์ในการเทรด (ซึ่งมักจะจบลงไปด้วยกันขาดทุนหนักเสมอ) มักจะมาจากการโฟกัสไปในสิ่งที่พวกเขาควบคุมไม่ได้ อยากจะได้ในสิ่งที่เราไม่อาจมีอำนาจเหนือมันเลย

เหมือนกับเราพยายามฝืนธรรมชาตินั่นเองครับ ยิ่งฝืนคนที่เจ็บไม่ใช่ธรรมชาตินะครับแต่เป็นเราเอง ตลาดหุ้นมันมีธรรมชาติของมันเอง

ดังนั้นถ้าเรามองมันออกว่าตรงไหนเป็นธรรมชาติที่เราฝืนมันไม่ได้ ก็ปล่อยมันไปครับ อย่าได้จริงจังกับมัน ยอมรับสิ่งที่มันเกิดขึ้น

หันกลับมาโฟกัสในสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ดีกว่า ทำมันให้ดีที่สุด แล้วคุณจะไม่เสียใจ ถ้าอะไรมันเกิดขึ้นแม้ว่ามันจะไม่ตรงใจคุณก็ตาม

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)