กระบวนการเทรด (TRADING PROCESS)

โดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit และเพจ Zyo facebook.com/zyobooks

คำว่านักเก็งกำไร(Speculator) มาจากคำในภาษาละตินว่า Speculari ซึ่งแปลว่าสืบสวนและสังเกตุ 
ดังนั้นคำว่านักเก็งกำไรก็คือคนที่สังเกตุและกระทำก่อนที่(อนาคต) จะมีอะไรเกิดขึ้น 
สิ่งที่คุณควรจะทำคือ เฝ้าดูตลาดและหุ้นแต่ละตัวเพื่อที่จะระบุให้ได้ว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้ 
และจากนั้นก็ใช้ข้อมูลพวกนั้นเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป

                                                          วิลเลี่ยม โอนีล

จะว่าไปแล้ว เทรดเดอร์ (Trader) ถ้าแปลตามตัวตรง ก็คือพ่อค้าคนกลางดีๆนี่เองแหละครับ
ก็ "ซื้อมา ขายไป" นี่แหละ ง่ายๆเลย

คุณต้องเสาะแสวงหาซื้อของดีราคาถูกมาเก็บไว้ อีกทั้งยังต้องมีความรู้ว่าของสิ่งนั้นๆจะต้องมีราคาแพงขึ้นในอนาคต - สไตล์แบบนี้ก็คือวีไอ หรือนักลงทุน
หรือถ้าจะเป็นอีกอย่างคือไม่คิดจะเอากำไรเยอะ ก็เอากำไรน้อยหน่อย เน้นของปล่อยง่าย ก็ไปเหมาซื้อของที่คิดว่าคนเค้าอยากได้จากตลาดขายส่ง เช่นของจำเป็นต้องกินต้องใช้ สินค้าแฟชั่น เอามาวางขายในสถานที่ที่คนเดินเยอะ อย่างตลาดนัด เพื่อจะให้คนเห็นมากขึ้น ซึ่งคนพวกนั้นก็มีความต้องการซื้ออยู่ในใจแล้ว(แต่เป็นอะไรสักอย่างที่เราไม่รู้) คุณก็คาดหวังว่าถ้าคนเดินเยอะ แค่ซื้อไม่ถึง 1% ของทั้งหมด โอกาสขายของได้ก็ยังพอมี

ดูเหมือนมีรายละเอียดเยอะนะ แต่สรุปได้ง่ายๆว่า แก่นมันก็คือ "ซื้อถูกไปขายแพง" ให้ได้อยู่ดี





กระบวนการเทรด
ดังนั้น,คำว่าเทรดเดอร์ในความหมายของผมคือ ซื้อมาขายไป โดยซื้อแพงเพื่อไปปล่อยที่ราคาแพงกว่าให้ได้ แล้วจะมีวิธีการยังไงที่ทำให้เราเข้าถึงกระบวนการนี้บ้าง

๑) อันดับแรก,ประเมินสภาวะตลาด
ตลาดจะถูกเสมอ มันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอ นี่คือสิ่งที่เราต้องยอมรับให้ได้ก่อน
บางทีมันอาจจะทำขาขึ้นที่แข็งแกร่ง, หรือวิ่งขึ้นแบบอ่อนแรง, หรือพักฐาน, หรือย่อหลังจากที่วิ่งต่อเนื่อง, หรือฟื้นตัวจากขาลง,หรือทรงอื่นๆที่เราเข้าใจได้ บางครั้งมันก็แช่อยู่อย่างนั้น
ณ ขั้นตอนนี้ ให้คุณรับรู้มันเท่านั้น เพราะจะใช้เพื่ออ้างอิง ในการหาหุ้นในสเต็ปต่อไป

วิธีดูสภาวะตลาดก็ง่ายๆนะ ดูแค่ว่ามันเป็นขาขึ้นหรือขาลงก่อน
ถ้าเราเป็นสายซื้อหรือ long ก็รอให้สภาวะตลาดหรือ SET เป็นขาขึ้นแบบแน่นอนก่อน
ก็ไม่ต้องหาเองให้วุ่นวาย เพจหุ้นส่วนใหญ่เขาบอกไว้แล้ว
เช่น SEHJU Research Center (facebook.com/SEHJuInvestmentResearch) นี่ก็บอกสถานะให้ตลอดๆ
ไฟเขียว คือขาขึ้น
ไฟแดง คือขาลง
เราก็รอให้เขาบอกว่าไฟเขียว ค่อย ข้ามไปดูขั้นตอนต่อไป


๒) มองหาหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวไปตามแนวโน้มของตลาด
- หุ้นแต่ละตัวอยู่ในตำแหน่งทางเทคนิคบางอย่างและมีแนวโน้มเป็นของตัวเอง
- โดยธรรมชาติ,ถ้าแนวโน้มของตลาดทั่วไป(ดัชนี)บวกขึ้น, ก็เลือกหุ้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามตลาด
ถ้าคุณเลือกหุ้นที่ทำตัวตามแนวโน้ม มันจะวิ่งไปตามแนวโน้มนั้นไง เช่นในภาวะที่ดัชนี SET เป็นขาขึ้น หมายความว่ามีเม็ดเงินเข้ามาในตลาดมากขึ้น หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดมันบวกกัน เพราะคนมีความโลภ เราก็ต้องตามกระแส-ถ้าอยากได้เงิน เขาซื้อเราก็ต้องซื้อ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องดูตลาดไว้ก่อน

แนวทางก็ไม่ยาก เพจเดิมนั่นแหละ
๒.๑) SEHJU Research Center (facebook.com/SEHJuInvestmentResearch) ค่า RS ที่เขาให้มานั่นแหละครับ เกิน 70 ขึ้นไปก็เป็นขาขึ้นแล้ว ถ้าจะเอาโหดหน่อยก็ 85 ขึ้น


๒.๒) เพจหุ้นการบ้าน facebook.com/stockhomework ตารางที่เขาให้มานั้นน่ะ เป็นข้อมูลชั้นดีเลย
ให้ดูตรงที่เขาบอกว่า Ranking

อีกตัวคือ 52 Week high (ในที่นี้ เขาระบุว่า 52-W Hi)

๒.๓)  ไอ้ปรื้ด เล่นหุ้น facebook.com/dumbstock ก็มีเกียร์ต่างๆให้เป็นลิสต์ ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในขาขึ้นหมด

๒.๔) http://scanhoon.blogspot.com ที่ลืมไม่ได้ก็ต้องเป็นบล็อกนี้ครับ
ดูที่หัวข้อ "หุ้นราคาเบรค 200 วัน"
"หุ้นราคาเบรค 200 วัน แล้วกำลังพักตัว"
เหล่านี้เหละที่เป็นขาขึ้น หรือบางตัวก็กำลังเปลี่ยนเทรนด์ ใครตาดีก็ได้ของดีไป

มีอีกหลายแหล่งนะ เพียงแต่เท่าที่จำได้ก็มีอยู่เท่านี้

๓) เลือกหุ้นที่มีความน่าจะเป็น ที่จะทำกำไรให้มากที่สุด
- ในทุกการวิ่งที่สำคัญของหุ้นแต่ละตัว มันจะมีช่วงเวลาของการเตรียมการ(สะสม)
- มองหาและเลือกเฉพาะหุ้นที่จะวิ่งไกลๆ กำไรหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ไว้ก่อน
นักเก็งกำไรระดับโลกบางคนชอบเลือกหุ้นที่มีแนวต้านขวางทางน้อยๆ หรือกระทั่งทำ All time high เพราะเชื่อว่าถ้าตลาดเป็นขาขึ้นจริงๆ ความคึกคักจะทำให้หุ้นที่ไร้คนติดดอยวิ่งแรงกว่าหุ้นที่เพิ่งฟื้นจากการเป็นขาลงข้างล่าง
หรือบางคนที่มีความรู้ทางด้าน price pattern ก็จะรู้สูตรของระยะทางการวิ่งว่าควรไปได้เท่าไหร่ ก็สามารถใช้ข้อมูลนี้ไปเป็นตัวเปรียบเทียบว่าตัวไหนจะบวกให้มากกว่าได้เช่นกัน

นี่เป็นรูปแบบราคาหรือ Price pattern ที่คุณควรทำความรู้จัก

ไอเดียเรื่องเป้าหมายราคา







และอย่าลืมประเด็นที่ผมเขียนไว้ในหนังสือที่ว่าด้วย Magic line ด้วยนะ ลองไปอ่านดู
ใครที่ยังไม่มี ก็ไปสั่งซื้อที่เพจ facebook.com/zyobooks นะ น่าจะเหลืออีกไม่มาก

หรือใครที่ยังดูไม่ออก ก็ลองไปแอบดูสิ่งที่เพจ หุ้นขึ้นต้องมีเรา เขาทำไว้ให้ก็ได้ครับ อาทิ



ส่วนวิธีการประยุกต์ ก็ให้เอาชื่อหุ้นที่อยู่ในลิสต์ตามข้อ ๒ มาเปิดกราฟดูครับ
ไล่ไปทีละตัว พยายามซูมเข้าและซูมออกหลายๆ timeframe คือดูทั้ง daily chart, weekly chart หรือกระทั่งรายนาที โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อหารูปแบบราคาที่คุณคิดว่ามันน่าเชื่อถือ (แค่ยึดรูปมาให้คุณดูให้หมด ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ) ค่อยๆพลิกหินทีละก้อน ใครขยันมาก ก็เจอช้างเผือกสวยๆครับ

๔) ทนถือจนราคาวิ่งไปถึงเป้าหมาย แล้วค่อยพิจารณาขายออก
ตรงนี้สำคัญนะครับ อยากรวยต้องทนกำไรให้มากๆ เผื่อหักลบกับตัวที่คุณต้อง stop loss ด้วย
ทำแบบนี้ซ้ำๆ ให้มีกำไรสุทธิ ไม่นานพอร์ตก็โตไปได้ตามทางของมันเองครับ

เหล่านี้เป็นขั้นตอนแบบพื้นๆของการเทรดครับ ลองทำการบ้านต่อกันเอง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำเงินจาก $10,000 เป็น $42,000,000,000 ของ Dan Zanger

Manas Arora : ผมรวยเพราะเทรดสไตล์ Mark Minervini

BDMS กับเคสราคานำข่าว - รู้วิธีดูกราฟไว้ แล้วคุณจะได้เปรียบชาวบ้าน

สรุป Trading in The Zone แบบเจาะประเด็นเข้มข้น

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

หุ้นนำตลาด @ 15/2/2019