Posts

จัดอันดับความคุ้มค่าและความเสี่ยงของหุ้นควันตัม

Image
จัดอันดับความคุ้มค่าและความเสี่ยงของหุ้นควันตัม (QUANTUM STOCKS RISK TO REWARD TIER LIST) ⚠️ หมายเหตุ: นี่ไม่ใช่การจัดอันดับว่าบริษัทไหนดีที่สุด แต่เป็นการวัดว่าหุ้นตัวไหนให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ณ ระดับราคาปัจจุบัน เราจัดอันดับโดยพิจารณาจาก: ระยะห่างที่ราคาตกลงมาจากจุดสูงสุด, ปริมาณเงินสดที่มีเมื่อเทียบกับอัตราการใช้เงิน (Cash Burn), อัตราส่วนราคาต่อรายได้ (P/S) และปัจจัยที่อาจทำให้เกิดหุ้นใหม่ทะลักเข้าสู่ตลาด แปลจาก https://x.com/Qtumanalysis/status/2112250107051802658 ระดับ S TIER (ดีเยี่ยม / คุ้มค่าที่สุด): 1️⃣ $INFQ    * ราคาปรับตัวลงมาแล้วกว่า 58% จากจุดสูงสุด และเคลื่อนไหวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดตลอดกาล (All-Time Low)    * มูลค่าหุ้นอยู่ที่ประมาณ 31 เท่าของรายได้ ซึ่งถือเป็นหุ้น pure-play ในสหรัฐฯ ที่ถูกที่สุด    * ธุรกิจแทบจะไม่เผาเงินสด (Burn Cash น้อยมาก)    * แรงกดดันจากการขายหุ้นต่อ (Resale overhang) เป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้และสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว  2️⃣ $QNT    * มี เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม โดยเมื่อเช...

ใครทำให้เกิดการ Pullbacks หรือ Retracements ?

Image
ราคาหุ้นในตลาด ไม่ได้วิ่งขึ้นพรวดเดียวจบ 50% หรือ 100% หรอกนะ (แม้แต่ ceiling 30% เองก็เถอะ) พูดง่ายๆคือ, เมื่อราคาเคลื่อนที่จาก A ขึ้นไปหา B ก็ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงพรวดเดียว กว่าที่มันจะเดินทางจากจุด A ไปถึงจุด B ได้ ก็ต้อง วิ่งขึ้นนิดนึง แล้วก็ย่อ จากนั้นจึงวิ่งกลับไปในทิศทางเดิมอีก แล้วย่อย้อนกลับลงไปอีกนิด ก่อนที่จะดีดกลับขึ้นไปทำนิวไฮ แบบนี้หลายครั้งจนกว่าจะถึงจุด B ถ้ายังไม่เห็นภาพ ให้ดูตัวอย่าง หุ้น GCAP เอากราฟวีคก่อน จับตาดูช่วงที่ผมระบุ จาก A ไปถึงแท่ง B ในกราฟคุณจะเห็นว่ามันวิ่งพรวดเดียวต่อเนื่องเลย ไม่มีพักไม่มีย่อ แต่เมื่อดูกราฟรายวัน คุณจะเห็นเลยว่า มันมีขึ้น-พัก(หรือย่อ) ขึ้นต่อ-พัก(ย่อ) แบบนี้ซ้ำๆกัน ไปเรื่อยๆ แล้วทำไมราคาต้องย่อหรือพักตัวด้วยล่ะ? สาเหตุมาจากอะไร? เคยสงสัยกันมั้ย? ผมไปเจอคำอธิบายจากบล็อกนี้ https://whatheheckaboom.wordpress.com/2013/06/16/why-do-pullbacks-retracements-happen/ แล้วคิดว่ามัน make sense ดี จึงอยากให้ลองอ่านกันดู ๑) เหตุผลทาง demand กับ supply แบบธรรมชาติ A) สำหรับการวิ่งขึ้นของราคาแบบปกติ (ไม่ใช่โมเมนตัม capitulati...

ฐานเบื้องต้น (Primary Base After IPO) กับเคสหุ้นไทย

Image
โดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit   จากหนังสือ เทรดแบบเซียนหุ้นให้ได้กำไรขั้นเทพ , มีตอนหนึ่งที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ในตลาดหุ้นบ้านเราได้ คือ " ฐานเบื้องต้น " ที่เริ่มตั้งแต่หน้า 298 ถึง 305 ฐานเบื้องต้น ที่ว่านีก็คือการสร้างฐานของหุ้นเพิ่งเข้าใหม่ครับ รายละเอียดในหนังสือมีดังนี้ - หุ้นที่จะเข้าเกณฑ์นี้ของพี่มาร์คจะต้องยืนแข็งอย่างน้อย 2-3 เดือนหลังเข้าตลาด คำว่า "ยืนแข็ง" น่าจะหมายถึงการที่มันยืน all time high ได้ ไม่โดนขายกดไปทำนิวโลว์ - แล้วก็ดูทรงของการยืนแข็งนั้น มันต้องมีการสร้างฐาน หรือปรับฐาน (ก็ย่อนั่นแหละ) ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น แล้วก็กลับตัวไปทำ all time high ได้ - พี่มาร์คเขาซื้อตรงไหน? ก็นึกถึง cup with handle ไว้เลยครับ ตอนที่มัน breakout handle ขึ้นไปได้ (เรื่องพื้นฐานขอข้ามไปนะ เพราะผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าที่ควร) ความจริงแกก็ไม่ได้มีรูปแบบทางทฤษฎี ผมก็เลยมโนว่าน่าจะออกมาแบบนี้ ก็หนีไม่พ้น cup with handle อีกแหละ ตัวอย่างที่สนับสนุนแนวคิดนี้ในบ้านเรา BGRIM หลังจากดันราคาวิ่งแรงขึ้นไป All time high แล้วก็เจอข...

Sister Stock

Image
โดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit ขณะนั้น SET กำลัง "นิยม" หุ้นกลุ่มไหน เราก็ต้องจับตามองหุ้นกลุ่มนั้น  เพราะการ "ฝืนกระแส" จะทำให้เรา "เสี่ยงสูง" ที่จะขาดทุน - เสี่ยยักษ์ จากบทความ แนวทางการเทรดของลิเวอร์มอร์ จะมีตอนหนึ่งที่เอ่ยถึง sister stock ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจเอามาแจงเป็นเคสและภาษาบ้านเรา ว่ามันใช้ได้จริงหรือไม่ ไอ้คำว่า sister นี่นะ ถ้าจะแปลตรงๆตัวก็คือน้องสาว แต่นัยยะของมันนี่ ผมก็ไม่ได้เก่งอังกฤษหรอกนะ  จึงขอมโนว่ามันคือการเกาะติดแจ เหมือนเรามีน้องสาวน่ะ มันจะคอยนัวเนียวิ่งตามเราอยู่นั่นแหละ ไปไหนมีเราก็ต้องมีมันติดเป็นเงาตามตัว พี่มีอะไรน้องต้องมีสิ่งนั้นด้วย จะทำอะไรก็ทำเหมือนๆกัน ดั่งร่างทรง (ดูรูปประกอบ) ในทางหุ้นก็ไม่ต่างกัน การมี sister stock ก็คือ มีหุ้นอย่างน้อย 2 ตัววิ่งขึ้นไล่ๆกัน แบบเป็นเงาตามติด แต่ในที่นี้ ไม่จำเป็นต้องสอง มากกว่านั้นยิ่งดี เพราะยิ่งเยอะยิ่งยืนยันว่าความบันเทิงรอบใหญ่ได้อุบัติขึ้นแล้ว เหตุผลที่ทวดลิเวอร์มอร์เค้าชอบ เพราะมันเป็นตัวช่วยยืนยัน หรือครอสเช็คไปในตัวว่า มันมีเงินเข้าจริง รวมถึงจบรอบจร...

มโน Darvas Box หน้าตาจะเป็นยังไง?

Image
จากบทความที่แล้ว ผมได้ สรุปหนังสือ How I Made $2,000,000 In The Stock Market ที่เป็นงานของทวด Darvas ไว้ให้เรียกน้ำย่อยไป ก็อยากจะเสริมส่วนที่เป็นไอเดียทางเทคนิคอลเอาไว้ให้คิดต่อเล่นๆในบทความนี้ โดยส่วนตัวมองว่า สิ่งที่ทวดดาร์วาสได้ค้นพบนั้น มันมีประโยชน์ต่อการจุดประกายแนวคิดในทางเทคนิคอลเป็นอย่างมาก นี่คือหนึ่งในต้นเทรนด์ของการเทรดแนวเทคนิคอลเลยก็ว่าได้ แต่กระนั้น, ปัญหาคือถ้าเราอ่านหนังสือของเขา เราจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับกราฟน้อยมาก คือเดาหน้าตาของมันไม่ออกเลย เพราะผมคิดว่าในช่วงนั้นกราฟน่าจะยังไม่เป็นที่แพร่หลาย หรืออาจจะยังไม่มีใครใช้ด้วยซ้ำ แกก็เลยต้องอธิบายเป็นคำพูดแทน จึงทำให้คนรุ่นหลังได้แต่นึกเดาเอาว่าสิ่งที่แกสังเกตุเจอแล้วตั้งเป็นทฤษฎีกล่องนั้น มันจะเป็นยังไง เมื่อเป็นเช่นนี้, งานมโน ต้องมาครับ เดี๋ยวผมจะลองฝันกลางวันแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมให้ท่านได้อ่านกัน โดยจะเริ่มต้นจากไอเดียต้นตำรับ ต่อไปจะเอาไปชนแกะกับการ follow buy และออกทะเลไปสู่ทฤษฎีดาว รวมถึง price pattern ที่อยู่ในกล่องนั้น ก็ไม่ต้องไปจริงจังอะไรมากนะ ผมก็โม้ไปเรื่อย เอาเท่าที่ได้ หลักการ...

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ หุ้นซิ่ง สวิงเทรด (EMA Swing Trade)

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

สรุปเนื้อหามังงะ ตามติดชีวิตนักเทรดฟอเร็กซ์ FX Fighter Kurumi-chan

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

แนวทางซื้อเพิ่ม หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่ ให้ได้สิบเด้ง