สำหรับนัก Swing Trade ขาขึ้น (Long Position) : นี่คือ 8 checklist ที่ต้องผ่าน ก่อนคลิกซื้อ

Image
เวลาจะเข้า Swing Trade ขาขึ้น (Long Position) ผมอยากให้คุณจินตนาการภาพนี้ก่อน… สรุปจาก https://x.com/i/status/2023132135331418558  คุณกำลังยืนอยู่หน้าประตูที่มีป้ายเขียนว่า“โอกาสทำกำไร” แต่ไม่ได้ทุกบานที่ควรเปิด เมื่อก่อนผมเองก็เหมือนหลายคน เปิดแทบทุกบานที่ดู “พอได้” สุดท้ายถึงรู้ว่า A+ Setup ไม่ได้แปลว่า “ดูดี” แต่มันต้อง “ชัดเจนจนไม่ต้องพยายามฝืน” สนับสนุนโดย อีบุ๊ค "เคล็ดลึก สวิงเทรด ให้ได้กำไรสม่ำเสมอ"   https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjMzNjYyMjt9   นี่คือ 8 คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนทุกครั้งที่กด Buy 1) หุ้นตัวนี้อยู่ในธีมที่แข็งแรงหรือกำลังมาแรงไหม? อย่ามองแค่หุ้นเดี่ยว ๆ ให้มองภาพใหญ่ก่อน ✅ตอนนี้ตลาดกำลังให้เงินไหลเข้า “กลุ่มไหน”? ✅เป็นเทรนด์ที่เพิ่งเริ่ม หรือกำลังขยายตัว? 👉หุ้นที่อยู่ในธีมแรง ๆ เหมือนเรือที่ลอยตามกระแสน้ำ ไม่ต้องพายแรงก็ไปได้ไกล หนังสือแนะนำ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" มีขายที่  https://www.facebook.com/zyobooks 2) หุ้นตัวนี้แข็งแกร่งกว่าตัวอื่นในธีมน...

40 หลักไมล์ของเส้นทางนักเทรด จากนักเทรดมือใหม่สู่นักเทรดที่ร่ำรวย



40 หลักไมล์ของเส้นทางนักเทรด จากนักเทรดมือใหม่สู่นักเทรดที่ร่ำรวย
เรียบเรียงจาก 40 steps in the trader’s journey from new trader to rich trader. โดย Steve Burns

1. เรารวบรวมข้อมูล เราเรียนรู้ - ซื้อหนังสือ ถามคำถาม อาจจะไปสัมมนาและค้นคว้าว่าอะไรได้ผลจริงในการซื้อขาย

2. เราเริ่มซื้อขายด้วยความรู้ใหม่ที่เราค้นพบ

3. เราทำกำไรได้ แต่ก็คืนมันกลับอย่างรวดเร็ว และตระหนักว่าเราอาจต้องการความรู้หรือข้อมูลเพิ่มเติม

4. เรารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม

5. เราเปลี่ยนตัวหุ้นที่เรากำลังติดตามและซื้อขายอยู่

6. เรากลับเข้าสู่ตลาดและทำการซื้อขายด้วยระบบที่ปรับปรุงใหม่ของเรา คาดหวังว่าครั้งนี้มันจะได้ผล

7. เรากลับเสียเงินมากขึ้น และเริ่มสูญเสียความมั่นใจว่าเราคงไม่อาจเป็นนักนักเทรดที่ดีได้ เราเข็ดต่อการขาดทุนแล้ว

8. เราเริ่มฟังนักเทรดคนอื่นและแนวทางที่เหมาะกับพวกเขา เราจำและเตรียมเอาไปใช้ตาม

9. เรากลับเข้าสู่ตลาดด้วยการเทรดตามแนวทางคนอื่น แต่ยังคงสูญเสียเงินมากขึ้น

10. เราตัดสินใจจะเปลี่ยนสไตล์ และวิธีการโดยสิ้นเชิง

11. เราตั้งหน้าตั้งตาค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก

12. เรากลับเข้าสู่ตลาด และเริ่มเห็นพัฒนาการเล็กน้อย

13. เรารู้สึก 'มั่นใจมากเกินไป' ในการซื้อขายครั้งเดียวและลงเงินก้อนโตเกินไปโดยเชื่อว่ามันชัวร์ แต่แล้วตลาดก็ทำลายเงินของเราอย่างรวดเร็ว

14. เราเริ่มเข้าใจว่าการซื้อขายที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้เวลาและความรู้มากกว่าที่เราคาดไว้ คนส่วนใหญ่จะยอมแพ้ ณ จุดนี้ เนื่องจากพวกเขาตระหนักว่างานนี้ต้องตั้งใจจริงเท่านั้น และที่สำคัญก็คือกำไรไม่ได้มาง่ายๆเลย

15. เราจริงจังและเริ่มจดจ่อกับการเรียนรู้ "กระบวนการเทรดที่ตั้งอยู่บนความคาดหวังที่สมจริง"

16. เราเทรดตามวิธีการของเราและได้กำไรมาบ้าง แต่ก็ยังตระหนักว่ามีจิ๊กซอว์บางอย่างที่ขาดหายไป

17. เราเริ่มเข้าใจถึงความจำเป็นในการมีกฎการเทรดสำหรับวิธีการของเรา

18. เราใช้วันหยุดเพื่อพัฒนาและศึกษากฎการเทรดของเราให้รัดกุมขึ้น

19. เราเริ่มเทรดอีกครั้ง คราวนี้ด้วยกฎที่รัดกุม ช่วยให้ได้กำไรมากขึ้น แต่โดยรวมแล้ว เรายังคงลังเลเมื่อต้องลงมือ

20. เราเพิ่ม ลด และแก้ไขกฎ เนื่องจากเราเห็นว่าจำเป็นต้องเชี่ยวชาญกฎของเรามากขึ้น

21. เรารู้สึกว่าเราใกล้จะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของการเทรดที่ประสบความสำเร็จแล้ว

22. เราเริ่มรับผิดชอบต่อผลการซื้อขายของเรา เนื่องจากเราเข้าใจว่าความสำเร็จของเราขึ้นอยู่กับความสามารถของเราในการดำเนินการตามวิธีการของเรา

23. เรายังคงซื้อขายและมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นด้วยวิธีการและกฎเกณฑ์ของเรา

24. ในขณะที่เราเทรด เรายังคงมีแนวโน้มที่จะละเมิดกฎของเรา และผลลัพธ์ของเรายังคงเอาแน่เอานอนไม่ได้

25. เรารู้สึกว่าเราเข้าไกล้ความสำเร็จมากขึ้น

26. เรากลับไปศึกษากฎของเราอีกครั้ง

27. เราสร้างความมั่นใจในกฎของเราและกลับเข้าสู่ตลาดและทำการเทรด

28. ผลการซื้อขายของเราดีขึ้น แต่เรายังคงลังเลที่จะปฏิบัติตามกฎของเรา

29. ตอนนี้เราเห็นความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎของเรา เมื่อเห็นผลลัพธ์ของการเทรดเมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎ

30. เราเริ่มเห็นว่าความล้มเหลวมาจากตัวเราเอง (การขาดวินัยในการปฏิบัติตามกฎเพราะความกลัวบางอย่าง) และเราเริ่มทำงานหนักเพื่อรู้จักตนเองดีขึ้น ด้วยการเรียนรู้จิตวิทยาการเทรด

31. เรายังคงเทรด และตลาดสอนเราเกี่ยวกับตัวเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

32. เราเชี่ยวชาญวิธีการและกฎการซื้อขายของเรา

33. เราเริ่มทำเงินได้อย่างสม่ำเสมอ

34. เรามีความมั่นใจมากเกินไป และตลาดก็ทำให้เราขาดทุนหนักอีกครั้ง

35. เรายังคงเรียนรู้บทเรียนของเราต่อไป

36. เราเรียนรู้ที่จะลดขนาดการเทรดให้เล็กลงเพื่อลดดีกรีอารมณ์ของเราลง ดังนั้นเราจึงเทรดน้อยลงและสิ่งนี้ทำให้เราได้ผลงานดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจด้วยวินัยของเรา

37. เราเรียนรู้ว่าการจัดการความเสี่ยงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการชนะในฐานะนักเทรด เราเริ่มเข้าใจว่าการขาดทุนครั้งใหญ่จะทำให้เราต้องเสียเวลา/ยากลำบากในการทำกำไรคืน ดังนั้นเราจึงเทรดด้วยขนาดที่เล็กลงและสม่ำเสมอ

38. เราหยุดเทรดตามความเห็น และเทรดตามแผนและกฎของเราเท่านั้น (ตอนนี้เราพบว่าการเทรดกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่กลับได้กำไรสม่ำเสมอ) และพอร์ตของเรายังคงเติบโตเมื่อเราเพิ่มขนาดเงินลงทุนเมื่อเราคิดถูกเท่านั้น

39. เราทำเงินได้มากกว่าที่เราเคยฝันไว้

40. ชีวิตการเทรดของเรายังดำเนินต่อไปและบรรลุเป้าหมายมากมายที่เราใฝ่ฝันมาตลอด เงินกลายเป็นเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้เราทำในสิ่งที่เราต้องการมาตลอด






7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ