MEGA : การขายหมูครั้งใหญ่ของผม

โดย เซียว จับอิดนึ้ง : facebook.com/zyoit
หนังสือ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" และ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่"

ติดต่อสั่งซื้อหนังสือทั้งสองเล่ม ได้ที่เพจ zyobooks : facebook.com/zyobooks ครับ

++++++++++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++
ปล. บทความนี้ ถูกรวมไว้ในเล่ม "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" ครับ
---------

เดือนก่อน ผมโม้ว่าได้กำไรหุ้น GCAP ไปเป็นเด้ง แต่มาวันนี้ผมอยากโชว์ห่วยว่าผมขายหมู MEGA ไปเป็นฟาร์มครับ ด้วยความที่มันมีที่มาที่ไปน่าจะเป็นประโยชน์ต่อมือใหม่ จึงอยากแชร์ให้อ่านกัน

มาดูสาเหตุที่ผมเลือกหุ้นตัวนี้กันก่อนครับ เผื่อมันจะเป็นไอเดียให้ท่านบ้าง
๑) หุ้นจดทะเบียนไม่เยอะ ไม่ถึงพันล้าน แถมเจ้าของถือครึ่งหนึ่งของทั้งหมดด้วยครับ แบบนี้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้เยอะครับ ยิ่งเป็นกิจการที่มีศักยภาพด้วย ยิ่งมีพรีเมี่ยมครับ


ท่านดูสิหุ้นจดทะเบียนมีแค่ 865 ล้านหุ้น แต่ว่าเจ้าของก็รวบไปเก็บไว้ครึ่งหนึ่งไปแล้วครับ คุณวิเวก ดาวัน ผู้บริหารก็ถือ 5.31% และหน่วยลงทุนสถาบันอีกพอสมควร ทำให้มี free float อยู่แค่ 38.5% เท่านั้นเอง

งบก็งดงามตามท้องเรื่อง ครึ่งปี 2560 ทำได้เกือบเท่าๆทั้งปีของ 2557 มิน่าราคาถึงวิ่งแหลก

๒) ลักษณะธุรกิจ (บอกก่อนนะว่าผมมองไว้สองปีที่แล้ว ตอนนี้บางข้ออาจจะล้าสมัยไปแล้ว)
- ผลิตสินค้าที่ต้องซื้อซ้ำ
ผมชอบบริษัทที่มีสินค้าแบบนี้ครับ ถ้าทำดี มีความต้องการซื้อ ขาดไม่ได้ มีความภักดี และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้จริงๆ ยอดขายจะโตได้เรื่อยๆครับ

- มีแบรนด์
ข้อนี้ผมก็หลงใหลเป็นพิเศษ เพราะว่าถ้าแบรนด์ดี มีความน่าเชื่อถือ มันจะกลายเป็นพนักงานขายที่ดีอีกหนึ่งกองทัพเลยครับ สังเกตสิบางบริษัทในโลกมีมูลค่าสูงก็เพราะแบรนด์นี่แหละ
แม้ว่า MEGA จะไม่เป็นเบอร์หนึ่ง แต่ก็เป็นอันดับต้นของหมวดอาหารเสริม ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ไม่เก่งทุก segment หรือทุกหมวด จึงถือว่าใครดีใครได้ ดังนั้นการกินส่วนแบ่งตลาดก็ยังมีโอกาส

- สามารถโตได้อีก
สิ่งที่ MEGA ทำคือ พยายามแทรกซึมไปทำตลาดในประเทศที่กำลังพัฒนาครับ ซึ่งช่วงแรกๆก็จะเจอความยากลำบากแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเงิน การเมืองที่ผันผวน การยกเลิกตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีผลต่อผลกำไรในช่วงหนึ่งของบริษัท แต่ก็เป็นปัญหาชั่วคราว เพราะความตั้งใจของผู้บริหารคือการสร้างแบรนด์ให้มีการรับรู้ และเมื่อมันติด การแพร่กระจายก็ไปได้เร็ว และยังโตได้อีกเพราะกลุ่มประเทศเป้าหมายกำลังเติบโต เช่น เวียดนาม แอฟริกา แน่นอนเมื่อเงินเยอะขึ้นการซื้อก็จะทวีตาม

- (ข้อนี้เสริม)คิดใหญ่ในอุตสาหกรรม
ต้นปี 2017 มีการซื้อแบรนด์ของมาเลเซีย Bio-life เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีนะครับ เพราะประชากรในมาเลย์เซียมีรายได้สูงอันดับต้นๆของอาเซียนเลย ถือว่าได้ผนวกเอาแขนขาที่สำคัญเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต

๓) ผลการเรียนดี
ดูยังไงว่าผลการเรียนดี?
ผมจะให้ความสนใจที่ค่า ROE ครับ ถ้าทำได้ตั้งแต่ 15% ขึ้นไป จัดว่าน่ารับเอามาให้ทุนเรียนต่อ เพราะมันบ่งบอกว่าเป็นบริษัทที่มีความตั้งใจทำธุรกิจและสร้างผลตอบแทนให้ต่อผู้ถือหุ้นได้ในมาตรฐานชั้นดี เหมือนเป็นเกรดน่ะครับ ก็เป็นเกรด 3 ขึ้น มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตนเองสูง
และที่สำคัญ ก็อย่าลืมว่า Smart money ซีเรียสเรื่องพื้นฐานมาก ซึ่งพวกเขาก็ดูค่านี้กัน ถ้าเราอยากอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเค้าก็ต้องเลือกหุ้นที่พวกเค้าชอบด้วย
เมื่อดูค่า ROA ประกอบด้วย ก็ถือว่าค่อนข้างรักษามาตรฐานได้ดีพอสมควร แบบนี้ก็น่าเสียเวลาเฝ้าครับ


๔) กราฟสวย
ความจริงแล้วก่อนที่กราฟจะวิ่งสวยๆ มันต้องมีการฟอร์มตัวก่อนครับ
ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ผมไปได้เคล็ดวิชาจากคลิปของลุงโฉลกมาครับ ว่าด้วย 1-2-1-2-1-2 ซิ่ง
ผมคิดว่าไอเดียนี้มันล้ำค่ามาก

ถ้าใครไม่เคยดู ลองคลิกชมครับ 

ลุงบอกว่ามันเป็นเรื่องของ Next degree wave โดยเวฟใหญ่ 1-2 มันไม่ไป 3 ทันที แต่กลับทำเวฟรอง 1-2 แล้วต่อด้วยเวฟเล็ก 1-2 ซ้อนไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาที่มันระเบิด ก็จะเป็นหุ้นซิ่ง ไปได้ไกลๆ

Main idea คือภาพนี่ครับ

โดยกรอบสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินคือ Super grand cycle 1-2
สี่เหลี่ยมสีฟ้าคือ Grand cycle 1-2 อยู่ข้างใน
สี่เหลี่ยมขาวคือ Major wave ซ้อนอยู่ในนั้นอีกชั้น
ส่วนตัวเลข 1-2 เฉยๆ เป็น common wave อยู่ในสุด

พอมันเล็กลง เล็กลง เล็กลง (เราจะมองว่ามันเป็น apex คือสมดุล ก็น่าจะได้) ในที่สุดก็ระเบิด ซิ่งโหด
มาดู MEGA กันสิ ก่อนที่มันจะซิ่ง ทรงมันใช่มั้ยครับ?
ผมว่าเป๊ะมากเลยนะ

แล้วหลังจากที่มันระเบิด ก็วิ่งพรวดๆ เป็นเด้งเลยเห็นมั้ย
เมื่อดูข้อมูลจากกราฟ มันวิ่งจากจุดต่ำสุด 16 บาท ขึ้นไปถึง 42 บาทในปัจจุบัน ก็ 162.5% ไปแล้ว

ถ้าเราคิดจะจับจังหวะซื้อที่ดี ไม่ต้องรอนาน ก็ต้องเลือกเข้าในตอนที่ราคาเปลี่ยนจากช่วงสะสมเป็นขาขึ้น
จากกราฟภาพใหญ่ ก็พอจะแยกช่วงแนวโน้มได้คร่าวๆดังนี้
จุดซื้อที่น่าสนใจสำหรับผม ซึ่งฟลุ๊คได้พอดีคือ ได้เข้าตอนที่ราคาเปิด gap พอดิบพอดี ตามที่ชี้ในรูปล่าง
ที่ว่าฟลุ๊ค เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่พอดิบพอดีเลยครับ โดยที่จากนั้นราคาก็วิ่งขึ้น วิ่งขึ้นอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ซึ่งสอดคล้องกับความสามาถในการทำกำไรที่โตขึ้นในวันนี้ครับ

และแน่นอน เป็นธรรมชาติของขาขึ้นช่วงแรก คนส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจว่าจะขึ้นจริงหรือเปล่า เขาจึงเลือกที่จะเล่นรอบมากกว่าที่จะซื้อแล้วทนถือ พอราคาข้ามจาก gap ไปได้ก็ไปแกว่งตัวในโซน 20 บาท อีก ร่วมๆสองเดือน ซึ่งผมคิดว่าราคา 20 บาท เป็นระดับที่คนเล่นรอบสั้นต้องการขายทำกำไรกันออกมาเป็นจำนวนมากครับ ราคาจึงต้องแกว่งตัว เขย่า สวิงออกข้างอย่างรุนแรง แกว่งจาก 18-21 บาทเป็นเดือน คือถ้าเราจะมองว่าจบรอบ ก็ถือว่าคิดสั้นไปหน่อน เพราะมันเพิ่งเปลี่ยน stage จากสะสมเป็นขาขึ้นมาได้ไม่นานเอง และถ้าคุณได้ของทุนต่ำตอนที่เปิด gap มาด้วยล่ะก็เจอแบบนี้ก็ทนได้สบายครับ เพราะราคาไม่ได้ลงไปกินทุนของคุณให้ต้องเครียด และอีกเหตุผลที่มองย้อนกลับไปอธิบายก็คือ ช่วง Base นั้นน่าจะเป็นการเขย่าเพื่อดูดหุ้น ของMarket maker มากกว่าจะคิดเป็นอื่นได้
อ้อ..ลืมอีกเหตุผลครับ ช่วงนั้น SET panic จากข่าวร้ายภายในพอดีด้วย

เมื่อราคาข้าม Base ไปได้ก็บวกแรงต่อเนื่องครับ สื่อว่า supply หมดรูปอย่างสิ้นเชิง demand ถึงได้ร่าเริงขนาดนั้น แต่แล้ว ความสุขก็อยู่กับเราไม่นาน ราคาไปถูกขวางให้หยุดอีกครั้งที่จุดสูงสุดตลอดกาล
ซึ่งระดับจุดสูงสุดตลอดกาล หรือ All time high ถือเป็นจุดเปลี่ยนเกมส์ที่สำคัญว่าจะเป็นขาขึ้นเปลี่ยนชีวิต หรือจะกลับไปเล่นในกรอบอีกครั้งใช้ชีวิตแบบเดิมๆใน comfort zone ได้เลยครับ

เมื่อมันสำคัญขนาดนั้น เหล่านักเก็งกำไรระยะสั้นก็ใช้ระดับราคานี้ขนหุ้นที่ตัวเองสะสมมาจากก้น ออกมาวางขายหุ้นออกไปทั้งหมด เพราะคิดว่ายังไงก็ไม่ผ่านง่ายๆ พอยอดแรกไม่ผ่าน เจอขายกดดันหนัก ก็ต้องย่อเพื่อรวบรวมกำลัง ครั้นพอได้ขึ้นครั้งใหม่ก็ไปต่อไม่ไหวอีกเช่นเคยครับ คราวนี้ความหวาดกลัวก็เข้ามาครอบครองหัวใจของคนที่มองยาวแต่เฝ้าจอทุกวันแล้วล่ะ พวกเขาชักเริ่มสงสัยว่า เอ๊ะหรือว่ามันจะไม่ผ่าน หรือว่าจะมาไกลได้แค่นี้ และก็เป็นจังหวะที่ดีของ Market maker อีกครั้งในการเข้ามาเขย่าเอาหุ้นราคาถูกเพิ่มด้วยการกดให้ราคาลงไปหลุดโลว์ล่าสุด ผลคือมือใหม่ใจฝ่อหลายคนต้องจำใจปล่อยหุ้นออกเพราะต้องตัดขาดทุนตามวินัย หรือบางคนก็ตกใจกลัวลงแรงก็ต้องหลงกลขายออกตามไปด้วย

เมื่อรายย่อยขายหุ้นออกจนไม่เหลือแล้ว คนทำราคาก็ดันราคาให้พรวดขึ้นทันทีเลยครับ เรียกว่าเปิด gap เล็กขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง (อีกเหตุผลก็เพราะสภาพคล่องหุ้นไม่มากด้วยไงครับ) และมันก็พยายามเขยกขึ้นไปแบบทุลักทุเล คือขึ้นไปได้บาทเดียวก็เจอขายกดให้ย่อ แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดแรงขึ้นไม่ไหวที่ราคาประมาณ 28 บาท เพราะเจอขายดักไม่ให้ไปต่อ พอราคาย่อจากยอดนั้น ก็ได้สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับนักเก็งกำไรครับ พวกเขาจึงพากันขายหุ้นออกไปจำนวนมาก และมันยังออกไม่หยุดด้วย ราคาจึงร่วงจาก 28 ไปหยุดที่ 24 บาท กำไรหายไป 14% กันเลยทีเดียว (ผมก็ตกใจขายออกในช่วงนี้)

เมื่อลงหนัก ราคาก็ต้องเก็บตัวเลียแผล และสะสมกำลังก่อนครับ มันจึงวิ่งออกข้างแกว่งในกรอบ 25 - 28 แช่ๆซึมๆเป็นเวลา 4 เดือนด้วยกันครับ

เมื่อสะสมเก็บหุ้นที่กระจัดกระจายในตลาดจนหมดสิ้นแล้ว (สังเกตวอลุ่มครับ ช่องก่อนราคาทำแท่งเขียวยาววอลุ่มสูงที่ผมระบุว่า pivot นั้น วอลุ่มลดน้อยลงมากๆจนเรียกว่าแห้งได้เลย) ก็มีการดันราคาขึ้นอย่างแรงเลย วอลุ่มก็พุ่งสูงอย่างโดดเด่นด้วย มันวิ่งขึ้นไปข้าม 30 บาทได้ครับ แต่ว่ายืนไม่อยู่ เจอขายกดดันหนักอีกครั้ง เหตุผลน่าจะมาจากราคาวิ่งถึงระดับตัวเลขกลมๆนั่นเองครับ คนเล่นรอบก็ชอบขายทำกำไรกันอยู่แล้ว และอีกอย่างถ้าจำไม่ผิด บทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ก็ให้ราคาเป้าหมายที่บริเวณนี้เช่นกัน

แม้ครั้งแรกจะยืนไม่อยู่ หลังจากย่อไปไม่กี่วันก็พยายามดันกลับขึ้นไปใหม่ แต่ยืนไม่อยู่เหมือนเคยครับ ถือเป็นแนวต้านที่แข็งแรงมากๆ เมื่อนักเก็งกำไรคนอื่นเห็นท่าไม่ดี ก็ขายออกตามมาอีกมากมายครับ ราคาก็เลยต้องย่อลงไปหยุดที่ 26 บาทแล้วจึงเด้งกลับขึ้นไป ซึ่งคราวนี้ก็ไปได้ไม่ไกลนัก พวกติดดอยดักขายกันที่ 30 บาทกันเลยครับ ก็เลยต้องย่ออีก ซึ่งการย่อก็ไม่ลึดกจนถึงโลว์เดิมหริก ยกโลว์ขึ้นมาพอสมควร สะท้อนว่า demand มีกำลังมากพอที่จะรุกกินพื้นที่ขึ้นไปได้อย่างมีนัยยะ แม้ว่าการขึ้นครั้งต่อไปจะไม่ผ่าน 30 บาท อีก แต่ท่านดูการย่อครั้งหลังนั่นสิครับ นิดเดียว แดงวันเดียวแล้วดีดกลับขึ้นไปชน นิ่ง แล้วทะลุข้ามไปได้ด้วยพละกำลังมหาศาล (สังเกตจากแท่งเขียวยาว วอลุ่มพุ่งสูง เป็น pivot อีกครั้ง)

และจากนั้น ราคาก็วิ่งพุ่งโหดขึ้น จาก 30 ไปถึง 42 บาท ทำกำไรให้ 40% ภายในเวลา 2 เดือนเองครับ

จากเคสเหตุการณ์ที่เกิดในภาพข้างบนนั้น มันบอกว่าจุดซื้อที่ดีนั้น สำคัญมาก ซึ่งถึงแม้ว่าเราคิดว่าจุดนี้ใช่แน่ๆ ก็อาจจะไม่ดีพอ ดังนั้น ต้องเผื่อใจไว้ด้วครับ

ตอนแรกผมก็คิดว่า pivot (1) สวยแล้วนะ แท่งเขียวยาว breakout ข้ามไฮเดิมได้ ด้วยวอลุ่มที่สูงลิ่ว ก็นึกว่าจะปลอดภัย แต่เมื่อหลังจากนั้นมันเอาไม่อยู่ ก็ต้องหนีไปตั้งหลักไหม่อีกครั้งครับ

และถ้าเราอดทน และมีใจให้หุ้นตัวนี้อย่างไม่โลเล โอกาสซื้อก็มาอีกครั้ง เมื่อเราเห็นว่าราคาไม่สามารถข้าม 30 บาทได้ พยายามขึ้นไปเทสต์หลายรอบก็ไม่ผ่าน แต่ก็พบว่าจุดต่ำสุดได้ยกขึ้น สื่อว่า demand มีกำลังกล้าแข็งมากขึ้นเรื่อย เมื่อพบว่ามนเวลาต่อมาราคาข้าม 30 บาทอันเป็นแนวต้านปัญหาได้พร้อมวอลุ่มสูง กับแท่งเขียวยาว ก็เป็นโอกาสเข้าร่วงวงครั้งใหม่ ซึ่งคราวนี้ก็ไม่สร้างความผิดหวังให้ท่านเลยนะ เพราะการที่ท่านทำกำไรได้ 40% ภายในเวลา 2 เดือน นี่ก็คุ้มค่าต่อการรอคอยแล้วครับ

โม้เรื่อง Price pattern มาเสียยาว มาดูเรื่องการใช้เส้นค่าเฉลี่ยเพื่อทนรวยกับหุ้นตัวนี้บ้างอีกสักนิดนะครับ

จากกราฟนี้ ก็พบว่าตั้งแต่มันเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ ก็แสดงความเคารพ EMA100 อยู่พอสมควรเลยครับ
แต่ก็มีอยู่ 4 จุดที่น่าจะเป็นปัญหา เดี๋ยวเราจะมาลองซูมดูรายละเอียดกันว่าเป็นยังไง พอรับได้มั้ย

จากภาพซูม บริเวณจุด (1) ทั้งสองโลว์ นั้นไม่เป็นปัญหาเลยครับ เพราะแม้ราคาจะหลุด EMA100 แต่ก็ร่วงผ่านระหว่างวันเท่านั้น มีแรงซื้อคืนดันราคากลับขึ้นไปปิดเหนือเส้น 100 วันได้ทันควันครับ
จุด (2) กับ (3) ก็ไม่น่าจะซีเรียสอะไร เพราะแม้ราคาจะทำแท่งแดงไปปิดต่ำกว่าเส้น EMA100 ได้ แต่วันถัดมาก็มีการซื้อคืนดีนราคาขึ้นไปปิดเหนือเส้น 100 วันได้ ก็ถือว่ายังเคารพกันอยู่

แต่จุด (4) นี่แหละครับที่เป็นปัญหา เพราะว่าหลังจากที่แท่งแดงทิ้งไส้นั้นน่ะ มันปิดต่ำกว่า EMA100 อยู่แล้ว แท่งต่อมาก็ดันไม่ยอมดีดกลับทันทีไง ลงต่ำไปอีกช่องหนึ่ง เจอแบบนี้นะ คนที่ยึดแนวคิดการเคารพเส้นค่าเฉลี่ยก็ต้องตัดสินใจขายทันทีครับ นี่แหละคือความยากของตลาดหุ้น บางครั้งมันก็มีความคาบเกี่ยวกับการต้องละเมิดกฎอยู่บ้าง ซึ่งถ้าคุณให้เวลามันต่ออีกแค่วันเดียวก็จะพบว่ามันเป็นแท่งกดหลอกให้ตกใจขายเท่านั้นเองครับ เพราะวันต่อๆมามันก็ดีดกลับขึ้นไปเกาะเส้น EMA100 แล้วเด้งแรง ย่อกลับลงไปหยุดบนเส้น ก่อนที่จะดีดขึ้นไปวิ่งทำกำไรให้เรามากกว่า 40% ภายในเวลาสองเดือน
นี่แหละคือเหตุผลว่าการรอดูอีก 3 วันหลังจากที่ราคาละเมิดเส้นค่าเฉลี่ย น่าจะช่วยให้ท่านทนรวยกับหุ้นตัวนั้นได้นาน และอาจจะทำให้ท่านได้กำไรมากขึ้นแบบคาดไม่ถึงก็ได้ครับ

แต่อย่างไรก็ตามนะครับ, ผมแนะนำให้ท่านใช้แนวคิดนี้กับหุ้นที่มีพื้นฐานดีและราคาเกิน 10 บาทเท่านั้นนะครับ เพราะอะไรน่ะเหรอ แม้ราคาจะหลุดไปช่องสองช่อง จำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ขาดทุนก็ไม่มากพอที่จะทำร้ายพอร์ตท่านได้
ซึ่งแตกต่างจากหุ้น ต่ำสิบหรือโดยเฉพาะหุ้นต่ำบาท เพราะการที่ราคาลงไปช่องหนึ่ง เปอร์เซ็นต์ที่ขาดทุนจะมีผลต่อความสูญเสียมากครับ
ดังนั้นท่านต้องคำนึงถึงความสูญเสียต่อพอร์ตในภาพรวมได้ แบบนี้เขาเรียกว่าต่อราคาครับ ถ้าเราพบว่ายิ่งต่อ ราคายิ่งลง ก็ให้ตัดใจไปก่อนเสียเถิดครับ

อีกอย่างนะครับที่อยากเน้นและแสดงจุดยืน
ราคา ณ ตอนนี้ แพงไปแล้วนะครับ ไม่น่าซื้อ
ที่ผมยกเคสมาทั้งหมดเพื่อให้เป็นไอเดียในการหาหุ้น จุดซื้อ และทนรวยเท่านั้น
มิได้ชวนให้ท่านซื้อแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ผมก็ไม่มีหุ้นตัวนี้แล้วเช่นกัน

อยากให้ลองเอาไอเดียนี้เป็นโมเดลในการหาหุ้นดูนะครับ
เริ่มจากดูพื้นฐานก่อน ว่ามีธุรกิจที่น่าจะโตได้อีกมั้ย มีผลการเรียนดีมั้ย
จากนั้นจึงไปดูกราฟ เพื่อหาจังหวะสวยเข้า
แล้วก็พยายามทนรวยให้ถึงที่สุดครับ อย่าใจร้อนแบบผมเด็ดขาด

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

1-2-3 Price Pattern เบสิคของการ breakout

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO