ในเมื่อข้อมูลระบุว่านักเทรด 89% ของทั้งหมดขาดทุนในระยะยาว! ทำไมยังเล่นอยู่? คำตอบที่อาจทำให้คุณมีกำลังใจ

Image
  ในเมื่อมีข้อมูลระบุว่า การเทรดนั้น นักเทรด 89% ของทั้งหมด ขาดทุนในระยะยาว!!  ทำไมคุณจึงยังคงเล่นอยู่? ๑. คนส่วนใหญ่ไม่รู้ “Markets need a fresh supply of losers just as builders of the ancient pyramids needed a fresh supply of slaves. Losers bring money into the markets, which is necessary for the prosperity of the trading industry.” — Alexander Elder ๒. ถึงรู้ ก็ไม่เชื่อว่าฉันจะเป็นคน 89% นั้น เพราะข้อมูลที่ได้มานั้น มันทำให้เชื่อว่าฉันสามารถชนะได้ มันไม่ยาก ฉันไม่โง่เหมือนคนพวกนั้นหรอก ๓. 80% ล้มเลิก ถอนตัวไปภายใน 2 ปีแรกแล้ว ฉะนั้น ถ้าคุณรอดได้ คุณจะมีโอกาสเป็นคน 11% ที่สำเร็จได้ โดย 89% ที่ล้มเหลวนั้น เป็นเพราะเขาไม่ดีพอเอง คิดว่าการเทรดนั้นมันง่าย ไม่ต้องพยายาม จึงเทรดแบบงานอดิเรก มักง่าย เทรดแบบผีพนัน เมื่ออ่อนแอก็ต้องแพ้ไป ฉะนั้น ถ้าคุณอยากชนะ คุณต้องพัฒนาตนเองให้ดีพอ ต้องตั้งใจให้จริงจัง ให้เชี่ยวชาญเท่านั้น ๔. เซียนนักเทรด ก็เคยเป็น 89% นั้นมาก่อน แต่เขาไม่ยอมแพ้ และพัฒนาตนเอง กลับไปสู้ใหม่  ๕. ความเชี่ยวชาญ มีรางวัลที่สูงและคุ้มค่าเสมอ ถ้าคุณเก่งพอ คุณก็จะร่ำรวยพลิกฐานะ หาก

16 ประเด็นน่าสนใจจากหนังสือ Skill before Passion


๑) จงเก่ง จนใครๆ ก็ไม่กล้าเมิน

ทำไมคนอื่นถึงไม่กล้าเมิน?

เพราะถ้าคุณเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากพอ คนอื่นก็จะมาหาคุณเอง

ยิ่งเชี่ยวชาญ รายได้ มูลค่าของคุณก็ยิ่งสูงตามเท่านั้น

ยิ่งเชี่ยวชาญ ยิ่งทำแล้วได้ คุณก็จะหลงใหลในงานนั้นไปเอง


ความเชี่ยวชาญ = ต้นทุนทางอาชีพ

ยิ่งอาชีพไหนที่หายากและมีคุณค่า ตลาดต้องการมาก ๆ = ต้นทุนยิ่งสูงตาม

ไอเดียง่าย ๆ คือ งานที่คุณจะให้อะไรแก่โลกนี้ ไม่ใช่โลกจะให้อะไรแก่คุณ

ยิ่งให้โลกให้สังคมได้มากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะสูงตามเท่านั้น

มุ่งมั่นสร้างความเชี่ยวชาญ สร้างต้นทุนทางอาชีพให้ได้ก่อน

เมื่อคุณมีต้นทุน เมื่อนั้นคุณจะมีอำนาจในการเลือก การทำ และอิสระในการใช้ชีวิต


ปล. หนังสือเล่มนี้ มีส่วนผสมระหว่างหนังสือ

เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี กับ Talent is Overrated


๒) ศาสตร์แห่งความหลงใหล

- ความหลงใหลในอาชีพเป็นสิ่งที่หายาก

- ความหลงใหลต้องอาศัยเวลา

- ความหลงใหลเป็นผลพลอยได้จากความเชี่ยวชาญ


๓) แรงจูงใจ มาจากความรู้สึกถึงอิสระ+อำนาจในการควบคุม, รู้สึกว่าตนเองเก่ง,  รู้สึกเชื่อมโยงกับคนอื่น


๔) สมมติฐานเรื่องความหลงใหลทำให้ผู้คนเชื่อว่างานที่ใช่กำลังรออยู่ที่ไหนสักแห่งและเมื่อค้นพบงานนั้นพวกเขาก็จะรู้ทันทีว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้แต่ปัญหาคือเมื่อพวกเขารู้สึกว่าตัวเองยังไม่พบงานที่ใช่เรื่องแย่ๆก็จะตามมาเช่นการเปลี่ยนงานบ่อยครั้งหรือการสงสัยในตัวเองอย่างรุนแรง


๕) ถ้าใครสักคนครุ่นคิดว่าฉันต้องทำอย่างไรจึงจะเก่งจริงในเรื่องนี้แล้วทุ่มเทความพยายามเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องสุดท้ายผู้คนก็จะหลั่งไหลมาหาเขาเอง


๖) กรอบคิดแบบยึดความหลงใหลให้ความสำคัญกับ #สิ่งที่โลกจะมอบให้กับเขา แต่กรอบคิดแบบช่างฝีมือให้ความสำคัญกับ #สิ่งที่เขาจะมอบให้กับโลกใบนี้


๗) การจดจ่อกับความสนใจอยู่กับความคิดว่างานจะมอบใครให้กับคุณจะทำให้คุณสังเกตเห็นสิ่งที่ไม่ชอบเกี่ยวกับงานนั้นได้ง่ายสุดๆส่งผลให้คุณไม่มีความสุขแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของงานในตำแหน่งระดับเริ่มต้น

และที่สำคัญก็คือมันมีแนวโน้มสูงที่ทำให้คุณทุกข์ใจและสับสนบ่อยครั้ง


๘) สิ่งที่ควรสนใจคือวิธีการในการนำกรอบคิดแบบช่างฝีมือไปใช้งาน ถ้าคุณทำตามกรอบความคิดแบบช่างฝีมือให้ได้ก่อนแล้วความหลงใหลจึงจะตามมาเอง


๘) ทฤษฎีต้นทุนทางอาชีพของงานที่ยอดเยี่ยม 

1 องค์ประกอบของงานที่ยอดเยี่ยมนั้นหายากและมีคุณค่า 

2 ทฤษฎีอุปสงค์-อุปทานกล่าวว่า ถ้าคุณอยากให้งานมีองค์ประกอบเหล่านี้ก็ต้องแลกมาด้วยทักษะที่หายากและมีคุณค่า พูดง่ายๆว่าทักษะที่หายากและมีคุณค่าก็คือ #ต้นทุนทางอาชีพ ของคุณ 

3 กรอบคิดแบบช่างฝีมือซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเองให้เก่งจนใครก็ไม่กล้าเมิน เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะอย่างยิ่งในการสั่งสมต้นทุนทางอาชีพ


๙) ขั้นตอนของช่างฝีมือ 

- คุณต้องเพลิดเพลินกับการฝึกที่ยากลำบากและเกินขีดความสามารถตนเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ รับฟีดแบ็กแบะแก้ไขทันที แม้จะเครียดก็ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่แค่เล่นแต่ต้องฝึกฝนให้จริงจัง

- แค่ฝึก 10,000 ชั่วโมงยังไม่พอ การฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นคือปัจจัยที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ

- ถ้าคุณทำงานหนักแต่ขาดการฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นในไม่ช้าคุณก็จะเข้าสู่ภาวะคงตัวและไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้


๑๐) ขั้นตอนทั้ง 5 ของช่างฝีมือ

1. ประเมินว่าสายงานของคุณอยู่ในตลาดต้นทุนประเภทใด : ตลาดแบบผู้ชนะกินรวบ กับ ตลาดแบบการประมูล

ตลาดแบบผู้ชนะกินรวบมีต้นทุนทางอาชีพเพียงหนึ่งเดียว

ตลาดแบบการประมูลต้องใช้ต้นทุนทางอาชีพหลายอย่าง

2. ระบุต้นทุนทางอาชีพที่ต้องมี: นั่นคือ การมองหาประตูที่เปิดอยู่ซึ่งหมายถึงโอกาสในการสั่งสมต้นทุนทางอาชีพที่เข้ามาหาคุณเองถึงที่ 

3. นิยาม "ความเก่ง": แบบไหนจึงเรียกว่าเก่งแล้วพัฒนาตัวเองให้มีทักษะความรู้จนถึงขั้นนั้น "ความเก่ง" นั้น-สูงกว่า "ระดับที่ยอมรับได้"

4. เพิ่มขีดความสามารถและทำลายสิ่งที่ดี: จงตั้งใจฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นด้วยการจดจ่อและมีสมาธิ แต่การฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นมักไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุก คุณต้องเปลี่ยนการให้คุณค่าของมันเช่นใช้คำว่าเพิ่มขีดความสามารถแทน คุณก็จะไม่ตึงเครียดกับการฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น - คุณควรรู้สึกอึดอัดใจระหว่างที่พยายามพัฒนาความเก่งเพราะถ้าคุณไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นก็หมายความว่าคุณอาจกำลังติดแหง็ดอยู่ในระดับที่ยอมรับได้เท่านั้น

5. จงอดทน: การสั่งสมต้นทุนทางอาชีพต้องใช้เวลา ถ้าคุณไม่เต็มใจที่จะอดทนและปฏิเสธเป้าหมายใหม่ที่เย้ายวนใจคุณอาจจะล้มเลิกความพยายามไปก่อนที่จะได้ต้นทุนทางอาชีพที่ต้องการ


๑๑) ถ้าเป้าหมายของคุณคือการรักในสิ่งที่ทำก่อนอื่นคุณต้องสั่งสมต้นทุนทางอาชีพจากนั้นก็นำต้นทุนไปแลกกับองค์ประกอบของงานที่ยอดเยี่ยม หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดคืออำนาจในการควบคุม


๑๒) "ผมมีกฎเกี่ยวกับเงินอยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งสำคัญกว่าทุกกฎในชีวิต คือจงทำในสิ่งที่คนอื่นเต็มใจจะจ่ายเงินให้", "เงินคือตัวบ่งชี้ที่เป็นกลางเกี่ยวกับคุณค่าดังนั้นการตั้งเป้าหมายว่าจะหาเงินจริงหมายถึงการตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นคนที่มีคุณค่า", "ถ้าคุณไม่สามารถหาเงินได้จากการทำงาน 1 หรือคิดว่าจะทำงานอื่นเพื่อหาเงินมาสนับสนุนให้คุณสามารถทำงานนั้นต่อไปได้ก็หมายความว่าคุณต้องทบทวนเกี่ยวกับงานนั้นใหม่" - เดเรก ซิเวอร์ส


๑๓) คำว่า "เต็มใจจ่าย" ในกฎนี้มีหลายความหมายในบางกรณีก็หมายถึงการที่ลูกค้าจ่ายเงินค่าสินค้าหรือบริการให้คนจริงๆและในบางกรณีก็หมายถึงการอนุมัติเงินกู้หรือการได้รับเงินลงทุนจากภายนอกแต่ในกรณีที่พบได้บ่อยกว่านั้นคือการที่นายจ้างเลือกที่จ้างคนหรือยังคงจ้างคุณต่อไปเมื่อเข้าใจนิยามอันแสนยืดหยุ่นของคำว่าเต็มใจจ่ายแล้วคุณก็จะเริ่มสังเกตเห็นกฏข้อนี้ในทุกที่


๑๔) กฎแห่งความเป็นไปได้ทางการเงิน: เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะลงมือทำสิ่งน่าดึงดูดใจซึ่งจะช่วยเพิ่มอำนาจในการควบคุมชีวิตการทำงานของคุณหรือไม่ คุณต้องมองหาหลักฐานที่บ่งบอกว่าคนอื่นจะเต็มใจจ่ายเงินให้คุณเพื่อสิ่งนั้น ถ้าเจอหลักฐานดังกล่าวก็ลุยได้เลย ถ้าไม่เจอก็พับความคิดนี้เก็บไปก่อน


๑๕) ภารกิจ คือจุดรวมความสนใจด้านอาชีพการงานของคุณมันไม่ใช่แค่งานอย่างหนึ่งหรือตำแหน่งบางตำแหน่งภารกิจคือคำตอบของคำถามที่ว่าฉันควรทำอะไรกับชีวิตของตัวเองซึ่งยังเป็นสิ่งที่ทรงพลังเพราะมันทำให้คนทุ่มเทพลังงานให้กับเป้าหมายที่มีประโยชน์ส่งผลให้คนสามารถสร้างผลกระทบต่อโลกได้มากที่สุดซึ่งนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณรักในสิ่งที่ทำ


๑๖) ถ้าอยากสร้างงานที่คนรักคุณก็ต้องสั่งสมต้นทุนทางอาชีพ ด้วยการพัฒนาความเชี่ยวชาญในทักษะที่หายากและมีคุณค่า จากนั้นก็นำต้นทุนดังกล่าวไปแลกกับองค์ประกอบของงานที่ยอดเยี่ยม และภารกิจก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบดังกล่าว โดยภารกิจต้องอาศัยต้นทุนทางอาชีพเช่นเดียวกันกับองค์ประกอบอื่นๆของงานยอดเยี่ยมคนจึงไม่สามารถกำหนดภารกิจที่ยิ่งใหญ่ได้หากไม่มีความเชี่ยวชาญในแวดวงของตัวเอง


(((3 วันสุดท้าย)))


((ขอแจ้งข่าวนะครับ เผื่อบางท่านที่ยังไม่ทราบ))
#เฉพาะอีบุ๊คที่ขายในแอพ_MEB_เท่านั้น
มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับช่วงเทศกาล meb E-Book FAIR 2024

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

วิธีการอ่านสัญญาณแท่งเทียน (Candlesticks Reading) สำหรับมือใหม่

ดูยังไงว่าเป็น Cup with Handle pattern?