ความเสี่ยงของ $OPTX ที่นักลงทุนควรระวัง “โครงสร้าง” มากกว่ามองแค่ตัวธุรกิจ

Image
สรุปเชิงวิจารณ์ด้านลบ สำหรับหุ้น $OPTX ที่นักลงทุนควรเข้าใจ “โครงสร้าง” มากกว่ามองแค่ตัวธุรกิจ จาก https://www.fugaziresearch.com/p/optx-zooming-in-on-a-capone-style 1) ภาพใหญ่: ดีล De-SPAC ที่คนคนเดียวถือไพ่เกือบทั้งหมด Syntec Optics เข้าตลาดผ่านการควบรวมกับ SPAC (OmniLit) ปลายปี 2023 ประเด็นสำคัญคือ Al Kapoor เป็นทั้งผู้บริหารบริษัทเดิม และควบคุมฝั่ง SPAC ก่อนจะกลายมาเป็น CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทใหม่ (OPTX) ผลลัพธ์คือ: - เขาถือหุ้นมากกว่า 80% ของหุ้นทั้งหมด - บริษัทเข้าข่าย “Controlled Company” ตามกฎ Nasdaq - อำนาจควบคุมไม่ได้กระจายไปยังผู้ถือหุ้นรายอื่น นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านจากเอกชนสู่มหาชนแบบที่อำนาจถูกกระจาย แต่มันคือ “โครงสร้างมหาชนที่ยังรวมศูนย์” อยู่ที่คนคนเดียว สำหรับนักเทรด สิ่งที่ต้องถามคือ เมื่ออำนาจและผลประโยชน์กระจุกตัวมากขนาดนี้ แรงจูงใจของคนคุมเกมคืออะไร? 2) โครงสร้างหุ้น: Float น้อย แต่มีระเบิดเวลาการเพิ่มทุน แม้จะมีหุ้นประมาณ 37 ล้านหุ้น แต่หุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจริงมีไม่มาก เพราะอินไซเดอร์ถือไว้ส่วนใหญ่ ด้านหลังมี “เงื่อนไขเพิ่มทุนแฝง” หลายชั้น เช่น: - Ea...

ขาดทุนหนัก ซ้ำ ๆ ซากๆ เข้าทีไรโดนทุกที ทำยังไงให้ยังมีไฟ มีกำลังใจเทรดต่อครับ?

การฟื้นฟูจิตใจหลังจากการขาดทุนหนักในการเทรดเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทำให้คุณสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองและการตัดสินใจในอนาคต นี่คือแนวทางบางอย่างที่อาจช่วยฟื้นฟูจิตใจและเชื่อมั่นในตัวเองในการเทรดอีกครั้ง:

1. ยอมรับความจริง: การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด ไม่มีใครสามารถทำกำไรได้ทุกครั้ง การยอมรับว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา จะช่วยให้คุณไม่ยึดติดกับความล้มเหลวที่ผ่านมา

2. ทบทวนและเรียนรู้จากความผิดพลาด: พิจารณาว่ามีสิ่งใดบ้างที่คุณสามารถปรับปรุงได้จากการขาดทุนนี้ ทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ และพยายามหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดพลาด ใช้ประสบการณ์นี้เป็นบทเรียนในการพัฒนาแผนการเทรดของคุณให้ดีขึ้น

3. ตั้งเป้าหมายใหม่: การตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่สามารถบรรลุได้ในระยะสั้นจะช่วยฟื้นฟูความมั่นใจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายเพื่อฝึกฝนเทคนิคใหม่ ๆ หรือการพัฒนากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสไตล์การเทรดของคุณ

4. จัดการความเสี่ยงให้ดีขึ้น: การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องทุนและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การกำหนดขนาดการเทรดและการตั้งจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ที่เหมาะสม จะช่วยลดแรงกดดันและความกังวลใจ

5. พักผ่อนและฟื้นฟูพลังใจ: บางครั้งการถอยออกมาจากการเทรดชั่วคราวเพื่อให้จิตใจได้พักผ่อนและฟื้นฟูเป็นสิ่งสำคัญ ลองทำกิจกรรมที่คุณชอบหรือใช้เวลากับครอบครัวเพื่อผ่อนคลาย และทำให้คุณกลับมาเทรดด้วยความสดชื่น

6. โฟกัสที่กระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์: ความสำเร็จในระยะยาวขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามแผนการเทรดที่มีวินัย ไม่ใช่การเน้นแต่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว การเทรดอย่างเป็นระบบจะช่วยให้คุณมั่นใจในกระบวนการและลดความวิตกกังวลจากการขาดทุน

7. เรียนรู้จากนักเทรดมืออาชีพ: อ่านหนังสือหรือบทความจากนักเทรดที่ประสบความสำเร็จ เช่น Mark Minervini, Peter Brandt, หรือ Tom Basso เพื่อรับแรงบันดาลใจและเรียนรู้แนวคิดในการฟื้นฟูจิตใจหลังการขาดทุน

การฟื้นฟูจิตใจเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากคุณสามารถปรับปรุงทัศนคติและการตัดสินใจในการเทรดได้ คุณจะสามารถกลับมาเทรดด้วยความมั่นใจและมีโอกาสทำกำไรได้ในระยะยาวครับ

โทนี่ ชาลิบา Market Wizards ที่เคยหมดไฟเพราะขาดทุนหนักมาก่อน

เริ่มเทรดจากเงิน 50,000 ดอลลาร์ และเพิ่มมันไปเป็น 75,000 ดอลลาร์ได้ภายใน 2 สัปดาห์แรก

เขารู้สึกว่าตัวเองคืออัจฉริยะ

แต่จากนั้นภายใน 6 สัปดาห์เขาก็ขาดทุนไปจนเกือบหมดตัว


เงินตั้งต้น 50,000 ดอลลาร์ได้ลดลงมาเหลือเพียง 15,000 ดอลลาร์

จนรู้สึกแทบอยากจะฆ่าตัวตายไปเลย ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดของอาชีพ


รู้สึกเหมือนเป็นคนล้มเหลว เพราะตอนแรกที่เข้ามามีความมั่นใจสูงมาก

เนื่องจากได้ฝึกงานและเก็บเกี่ยวความรู้คำแนะนำต่างๆจากอาจารย์


ที่เขาจิตตกอย่างหนักก็เพราะว่าเงิน 50,000 ดอลลาร์

นั้นมันเป็นเงินที่เขารวบรวมมาจากเพื่อน 4 คน

ดังนั้นเมื่อขาดทุนจึงรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก

แถมหลังจากที่ขาดทุนก็มีเพื่อนโทรมาทวงเงินด้วย เกิดการโวยวายกันใหญ่


ตอนแรกคิดอยากจะไปเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น

แต่เมื่อคิดอีกทีก็มองว่าเรายังเหลือเงินอยู่อีกตั้ง 15,000 ดอลลาร์นี่นา

จึงขอลองสู้ใหม่


โดยครั้งนี้เขาไปขอคำแนะนำจากโบรกเกอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า

เขาบอกว่า "นายจำเป็นจะต้องมีวินัย และนายจะต้องทำการบ้านของนาย

ถ้านายทำทั้ง 2 อย่างนี้ให้ได้ นายก็จะสามารถทำเงินได้ที่นี่

นายอาจไม่ได้ร่ำรวยทันที แต่นายจะสามารถทำเงินได้ 300 ดอลลาร์ต่อวัน

และเมื่อสิ้นปีนั่นจะเป็นเงิน 75,000 ดอลลาร์นายจะต้องมองมันแบบนี้"


คำพูดนั้นเองมันเป็นเหมือนเป็นตัวจุดไฟให้ติดขึ้นมาทันที

เขารู้ว่าวิธีที่ค่อยๆเพิ่มเงินขึ้นมาทีละน้อยแบบนี้ก็คือสิ่งที่คุณควรทำ

ไม่ใช่การเอาตัวเองไปเสี่ยงมากมายเพื่อพยายามทำให้ได้กำไรมากๆในครั้งเดียว


และเขาก็ยึดมั่นอย่างเคร่งครัดในเป้าหมาย

ที่จะพยายามทำเงินให้ได้เฉลี่ย 300 ดอลลาร์ต่อวัน

และมันก็ได้ผล โดยกระบวนการนี้มันก็ได้สอนให้เขารู้จัก

การจัดระเบียบ การมีวินัย การทำงานหนัก การทำการบ้าน และใช้มันจนถึงวันนี้


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

One Stop Systems ($OSS) — หุ้นเล็กที่อาจกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งยุค Edge AI

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

ย้อนรอยหุ้น PTT ตั้งแต่ IPO ตามเสี่ยยักษ์

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ