มองการเทรดในรูปแบบของความน่าจะเป็น


มองการเทรดในรูปแบบของความน่าจะเป็น เขาต้องการจะสื่อว่านักเทรดที่แท้จริงเขาไม่รู้หรอกว่าผลลัพธ์ของการเทรดแต่ละครั้งมันจะออกมาในรูปแบบไหนเขามีโอกาสทั้งชนะและแพ้แต่ด้วยความที่เขารู้ว่าถ้าเขาเทรดในจำนวนที่มากพอและพยายามมุ่งเน้นไปที่รูปแบบการเทรดที่ทำให้เขาได้เปรียบและพยายามเล่นให้ได้อย่างไม่มีข้อบกพร่องมันก็อาจจะทำให้เขาผิดพลาดได้น้อยกว่าหรือคนง่ายๆว่าโอกาสชนะมีมากกว่าแพ้นั่นเอง

ซึ่งรูปแบบที่เขาคิดว่ามีโอกาสชนะมากกว่าแพ้ได้นั้นมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเพราะเขาทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วเมื่อทำดีที่สุดคือทำดีในภาวะหรือเกมที่เขามีโอกาสชนะเขาก็แค่รอว่าตลาดจะเฉลยอะไรออกมาซึ่งเขารู้ว่าถ้าความได้เปรียบของเขานั้นดีพอและจำนวนการเทรดของเขามากพอเขาก็จะได้รับผลลัพธ์ออกมาเป็นชัยชนะ

เหมือนสูตรของพี่มาร์คที่แกเทรดแบบ swing trade คือมุ่งเน้นที่กำไรระดับ 20% เท่านั้นเป็นพอแล้วพยายามทำกำไรให้ได้ต่อเนื่องเพื่อมีกำไรทบต้น เขามองว่ามันเป็นกระบวนการเทรดแบบทำธุรกิจคือทำยังไงก็ได้ให้มีกำไรมากกว่าขาดทุนและสะสมมันขึ้นไปในที่สุดแล้วถ้าการสะสมมีระยะเวลาที่ยาวนานมากพอจำนวนปีที่มากพอในที่สุดมันก็จะทบต้นจนกลายเป็นความมั่งคั่งเปลี่ยนสถานะจากชนชั้นระดับกลางเป็นคนร่ำรวยจนมีเงินเหลือใช้ได้

ซึ่งมันก็คล้ายกับวิธีคิดของพี่โจลูกอีสานเหมือนกันก็คือแกก็มองเหมือนกันว่าการทำกำไรในระดับ 30% ต่อตัวของเขาถ้ามีการทบต้นเป็นระยะเวลา 7 ปีขึ้นไปสมการการทบต้นจะทำงานไม่ได้ทำให้เงินของเขาเติบโตได้อย่างมหัศจรรย์

แน่นอนว่าในระหว่างการเทรดนั้น 10 ครั้งเขาอาจจะชนะแค่ 5 ครั้งแต่ถ้าหากการตัดขาดทุนอย่างมีวินัยและการปล่อยให้กำไรเติบโตอย่างสวยงามมันก็ทำให้เขามีผลรวมสุทธิเป็นบวกได้ เมื่อทุกปีมีผลกำไรที่เป็นสุทธิอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปีหากทำได้แบบนี้ทุกปีต่อเนื่องกำไรทบต้นภายในเวลา 7 ปีเงินต้นหลักไม่กี่แสนก็สามารถเติบโตเป็นหลักร้อยล้านได้เช่นกัน

ประโยชน์ของการมองเกมการเทรดเป็นรูปแบบของความน่าจะเป็น
มันช่วยได้อีกหลายอย่างที่สำคัญก็คือมันทำให้นักเทรดไม่มีความหลังจนเกินพอดี
เพราะเขารู้ว่าหลังจากที่เกมการเทรดครั้งนี้จบลงเกมหน้ามันก็ไม่สามารถคาดเดาได้อีกว่ามันจะไปทางไหนเขาอาจจะแพ้หรือชนะก็ได้

ดังนั้นเมื่อไม่รู้ว่าผลของมันจะเป็นยังไง สิ่งที่เขาทำได้ก็คือระมัดระวังและวางแผนรองรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากมันผิดพลาดในการเทรดครั้งต่อไปได้

นั่นหมายความว่าเขาได้ปิดโอกาสที่จะมีการทุ่มซื้อมากเกินไปเพราะว่าถ้าทุ่มซื้อมากเกินไปแล้วหากขาดทุนเขาก็จะกลับไปขาดทุนหนักเหมือนนักเทรดทั่วไปที่ผลประกอบการสวิงขึ้นเป็นบวกและลบผ่อนไม่เติบโตอย่างมีนัยยะเสียที

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

สรุปเนื้อหา สารบัญ คลิป ตัวอย่าง หนังสือ "นักเทรดฮีโร่"

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

หลักและกฎ 11 ข้อสำหรับการเทรดแบบ Marty Schwartz

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

คำผิด ในหนังสือ นักเทรดฮีโร่

ฟรีอีบุ๊ค รวมเคส Swing Trade ของ Zyo