ดอกผลของการทำการบ้าน คือเงินล้านที่รอคุณอยู่

Image
“Tons of homework each night but it pays off with millions in gains when the best stocks setup. Method + homework + patience = huge success” - Dan Zanger พี่แดน แซงเจอร์ บอกว่า.. “การทำการบ้านอย่างหนักทุกคืน จะให้ผลตอบแทนเป็นผลกำไรมหาศาลเป็นล้านๆ เมื่อรวมวิธีการที่พิสูจน์ได้ การบ้าน และความอดทนเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่” . - ทำการบ้าน (Homework): หมายถึงการศึกษาวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลของหุ้นต่างๆ ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสาร การวิเคราะห์ทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐาน การสแกนหุ้นที่มีศักยภาพเป็นผู้ชนะในอนาคต การลงรายละเอียดในการวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจตลาดและรู้จักจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าเทรด . - วิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริงและทำซ้ำได้ตลอด (Method): การมีระบบหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเทรดเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หลงลืมแนวทางที่ได้ผลในอดีตและสามารถปรับใช้ได้เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง . - ความอดทน (Patience): การรอคอยและไม่รีบร้อนถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญในนักเทรด ความอดทนช่วยให้คุณสามารถทนต่อความผันผวนของตลาดและรอคอยจังหวะที่ดี...

สรุปหนังสือ "พฤติกรรมและจิตวิทยาการลงทุน"


พฤติกรรมและจิตวิทยาการลงทุน
ถือเป็นหนังสือที่เหมาะกับนักลทุนวีไอ-ที่มีวอร์เรน บัฟเฟต์ หรือเบนจามิน เกรแฮมเป็นไอดอล เพราะมีการอ้างถึงประโยคทองของสองคนนี้ทุกบท แต่กระนั้นก็พอมีประโยชน์กับนักเก็งกำไรสายรันเทรนด์อยู่พอสมควร เพราะเป็นพวกที่ซื้อแล้วถือเหมือนกัน

เนื่องจากมีเนื้อหาที่ปนเประหว่างผลงานวิจัย(90%-ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกันสักเท่าไหร่นะ)กับการลงทุน(10%) จึงทำให้ค่อนข้างเข้าใจยาก(สำหรับผม)พอสมควร เพื่อสามารถจับต้องอะไรพอเป็นชิ้นเป็นอันได้บ้าง-การคัดประโยคที่น่าสนใจในเล่มจึงน่าจะตอบโจทย์

ให้พยายามค้นหาความผิดพลาดแบบไหนที่คุณเผชิญบ่อยที่สุด คุณสามารถจะทำอะไรเพื่อป้องกันตัวเองจากการทำผิดเหล่านี้ซ้ำ การคิดถึงประเด็นเหล่านี้จะเป็นก้าวแรกในการชนะศัตรูที่ร้ายกาจในการลงทุน นั่นคือ "ตัวคุณเอง" เพราะความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากจิตใจหรืออารมณ์ของผู้ตัดสินใจที่ไม่หนักแน่นหรือไม่ปกติหรือมีปัจจัยอื่นๆมากระทบจิตใจ จนเกิดความลำเอียง


วิธีขจัดความกลัว
- วิธีการทำให้ตัวเองกล้าซื้อหุ้นในช่วงที่คนในตลาดมองโลกในแง่ร้ายที่สุด เมื่อทุกคนกำลังวุ่นวายกับการขายอย่างหมดหวัง(ให้นึกถึงช่วง panic sell หรือ selling climax) ก็คือให้ทำคำสั่งซื้อล่วงหน้าเอาไว้ก่อน อันเป็นวิธีการกำจัดอารมณ์ออกจากสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
- ช่วงที่เกิด panic selling อันเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน จึงเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ขายจะตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ดี เพราะคนส่วนใหญ่จะเกิดอาการช็อคจนทำอะไรไม่ถูก ความกลัวทำให้คนมองข้ามหรือไม่สนใจหุ้นราคาถูกที่มีอยู่เต็มตลาด โดยเฉพาะคนที่เคยขาดทุนมาก่อนยิ่งตัดสินใจได้แย่ลง
วิธีการแก้คือ ต้องมีแผนรองรับไว้ก่อนและต้องยึดมั่นในแผนนั้น ผู้เขียนแนะนำคือลงทุนน้อยครั้งแต่ลงเงินครั้งละมากๆ


เลิกคิดกะเก็งอนาคต ให้อยู่กับปัจจุบันเท่านั้น
- หัวใจในการจัดการอนาคตอยู่ตรงที่ "รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน" แม้จะไม่รู้อย่างชัดเจนว่ากำลังจะไปไหน แต่การรู้ตัวว่าอยู่ตรงส่วนใหนของวงจรและสามารถบอกอนาคตได้เป็นนัยๆนั้นย่อมแตกต่างจากการทำนายจังหวะ เวลา ขอบเขต และรูปแบบการเคลื่อนไหวของวงจร
- โฮเวิร์ด มาร์ค

บันทึกการลงทุนคือพาหนะขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ
- บันทึกการลงทุนจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน เพราะมันช่วยให้เราซื้อตรงต่อความคิดของเราในเวลานั้นแทนที่จะประเมินเหตุการณ์ใหม่ภายหลังจากที่เรารู้ผลลัพธ์แล้ว แม้บันทึกการลงทุนอาจเป็นของธรรมดาแต่มันก็เป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้จากความผิดพลาดและควรเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแนวทางการลงทุนของคุณ


ยิ่งขยันยิ่งพลาด(ชอบมาก)
- จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้รักษาประตุเมื่อต้องป้องกันจุดโทษ พวกเขาเลือกที่พุ่งตัวออกไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อแสดงออกถึงความพยายามในการป้องกัน ทั้งๆที่หากเขายืนอยู่ตรงกลางจะมีเปอร์เซ็นต์ป้องกันการเสียประตูได้ถึง 60% ซึ่งสูงกว่าการพุ่งออกข้างอย่างมาก แต่พวกเขายังเลือกที่จะพุ่ง
"เนื่องจากต้องการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวได้พยายามแล้ว"

ในโลกที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจที่จะค้นหาวิธีทำกำไรทุกนาทีและไขว่คว้าหาความคิดใหม่ๆ มันก็ควรจะยอมรับได้ที่จะไม่มำอะไรและนั่งรอจนกว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้น และบ่อยครั้งที่จะรู้สึกโดดเดี่ยวและขัดแย้ง แต่พยายามเตือนตัวเองว่า "การอยู่เฉยๆคือสิ่งที่มีประโยชน์มาก"

นักลงทุนควรรอจังหวะที่ดี เมื่อไม่มีโอกาสที่ดีที่สุด ก็ควรจะถือเงินสด นักลงทุนที่ดีก็ควรใช้ประโยชน์จากการอยู่เฉยๆบ้าง เพราะการลงทุนควรจะน่าเบื่อ มันไม่ควรจะน่าตื่นเต้น มันควรจะเหมือนการเฝ้าดูการแห้งของภาพวาดหรือการเฝ้าดูการเติบโตของต้นหญ้า


คิดให้ต่างจาก Mass(น่าสนใจ)
แม้การคิดขัดแย้งจากฝูงชนจะกระตุ้นให้เกิดความกลัวและเจ็บปวด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม หากเรายังคิดเหมือนๆกับคนส่วนใหญ่ หลักการสำคัญของลงทุนคือการขัดแย้งกับความคิดของคนส่วนใหญ่

วิธีการเอาชนะความชั่วร้ายจากการคล้อยตาม Mass
1. มีความกล้าที่จะมีความคิดแตกต่างจากความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในขณะนั้นและเดิมพันกับความคิดเห็นนั้น
2. การเป็นนักคิดเชิงวิจารณ์  ต้องมีความคิดที่เป็นอิสระในการประเมินมูลค่า แม้ในตอนนี้ตลาดจะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องเข้าใจเหตุผลที่ตลาดยังมองไม่เห็นมูลค่า
3. คุณต้องมีความเพียรและกล้าที่จะยึดมั่นในหลักการของคุณ หากคุณเชื่อมั่นในวิธีการประเมินมูลค่าที่คุณใช้ถูกต้อง คุณก็ต้องทุ่มเทให้กับหลักการนั้น อย่าโดยทิ้งเพราะความนิยมของคนส่วนมาก ภาพลวงตา และการเก็งกำไรระยะสั้น


ยึดมั่นในกระบวนการให้มากกว่าผลลัพธ์(อันนี้ดี)
- ความจำเป็นที่จะต้องยึดมั่นในกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์เป็นสิ่งสำคัญมากในการลงทุน มันทำให้เราไม่วอกแวก ไร้อคติที่เกิดจากผลลัพธ์  เพราะการมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์สามารถทำให้เกิดการแสดงออกที่ไม่ต้องการได้-เช่นการแสวงหาข่าวลือและคล้อยตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่
การมุ่งเน้นที่กระบวนการทำให้เราไม่ต้องกังวลกับประเด็นต่างๆที่เราควบคุมไม่ได้ มันเป็นหลักเกณฑ์ที่ควบคุมแนวทางของเราที่ใช้ในการลงทุน มันยังทำให้เราสามารถใช้ศักยภาพเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในระยะยาวได้เต็มที่

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

วิธีทำลายพอร์ต : เปลี่ยนแนวทางจาก Trader เป็น Invester (วีไอจำเป็น)

เบสิก Swing Trade แบบ Buy on Dip สไตล์ Gil Morales

รวมบทความที่เกี่ยวกับ Gap หุ้น & ทฤษฎี Gap หุ้น

สรุป 8 Keys to Superperformance with Mark Minervini and David Ryan

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

Oliver Kell: วงจรของการเคลื่อนไหวของราคา (Cycle of Price Action)

Mark Ritchie II มองหุ้นราคาถูก (Low-priced stocks) อย่างไร?