SpaceX กำลังพุ่งทะยาน: มูลค่าพรี-IPO พุ่งเกือบ 300% ในเวลาไม่กี่เดือน เตรียม IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

Image
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTk5MjQzNSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQzNjg3NSI7fQ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 บัญชี The Kobeissi Letter ซึ่งเป็นผู้วิเคราะห์ตลาดการเงินชั้นนำ ได้โพสต์ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ SpaceX บริษัทเอกชนที่กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ IPO ที่น่าจับตามองที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก https://x.com/KobeissiLetter/status/2041592989274009802?s=20 มูลค่าหุ้นพรี-IPO พุ่งแรงจาก 185 ดอลลาร์ สู่ 733 ดอลลาร์ ในเดือนตุลาคม 2025 มูลค่าหุ้นพรี-IPO ของ SpaceX บนแพลตฟอร์ม Jupiter อยู่ที่ระดับต่ำสุดเพียง 185 ดอลลาร์ ต่อหุ้น หุ้นเหล่านี้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีโครงสร้างพิเศษ (structured instruments) โดยได้รับการสนับสนุน 1:1 จากการลงทุนผ่าน SPV (Special Purpose Vehicle) ทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าไปมี “ราคาเปิดเผย” ต่อ SpaceX ก่อนที่บริษัทจะเข้าตลาดหุ้นจริง ๆแต่เมื่อข่าวลือเรื่องการ IPO เริ่มหนาหูในช่วงปลายปี 2025 มูลค่าหุ้นพรี-IPO พุ่งขึ้นทันที +135% ในเดือนธันวาคม 2025 และล่าสุด ราคาหุ้นพรี-IPO เดียวกันน...

สรุปหนังสือ "พฤติกรรมและจิตวิทยาการลงทุน"


พฤติกรรมและจิตวิทยาการลงทุน
ถือเป็นหนังสือที่เหมาะกับนักลทุนวีไอ-ที่มีวอร์เรน บัฟเฟต์ หรือเบนจามิน เกรแฮมเป็นไอดอล เพราะมีการอ้างถึงประโยคทองของสองคนนี้ทุกบท แต่กระนั้นก็พอมีประโยชน์กับนักเก็งกำไรสายรันเทรนด์อยู่พอสมควร เพราะเป็นพวกที่ซื้อแล้วถือเหมือนกัน

เนื่องจากมีเนื้อหาที่ปนเประหว่างผลงานวิจัย(90%-ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกันสักเท่าไหร่นะ)กับการลงทุน(10%) จึงทำให้ค่อนข้างเข้าใจยาก(สำหรับผม)พอสมควร เพื่อสามารถจับต้องอะไรพอเป็นชิ้นเป็นอันได้บ้าง-การคัดประโยคที่น่าสนใจในเล่มจึงน่าจะตอบโจทย์

ให้พยายามค้นหาความผิดพลาดแบบไหนที่คุณเผชิญบ่อยที่สุด คุณสามารถจะทำอะไรเพื่อป้องกันตัวเองจากการทำผิดเหล่านี้ซ้ำ การคิดถึงประเด็นเหล่านี้จะเป็นก้าวแรกในการชนะศัตรูที่ร้ายกาจในการลงทุน นั่นคือ "ตัวคุณเอง" เพราะความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากจิตใจหรืออารมณ์ของผู้ตัดสินใจที่ไม่หนักแน่นหรือไม่ปกติหรือมีปัจจัยอื่นๆมากระทบจิตใจ จนเกิดความลำเอียง


วิธีขจัดความกลัว
- วิธีการทำให้ตัวเองกล้าซื้อหุ้นในช่วงที่คนในตลาดมองโลกในแง่ร้ายที่สุด เมื่อทุกคนกำลังวุ่นวายกับการขายอย่างหมดหวัง(ให้นึกถึงช่วง panic sell หรือ selling climax) ก็คือให้ทำคำสั่งซื้อล่วงหน้าเอาไว้ก่อน อันเป็นวิธีการกำจัดอารมณ์ออกจากสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
- ช่วงที่เกิด panic selling อันเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน จึงเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ขายจะตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ดี เพราะคนส่วนใหญ่จะเกิดอาการช็อคจนทำอะไรไม่ถูก ความกลัวทำให้คนมองข้ามหรือไม่สนใจหุ้นราคาถูกที่มีอยู่เต็มตลาด โดยเฉพาะคนที่เคยขาดทุนมาก่อนยิ่งตัดสินใจได้แย่ลง
วิธีการแก้คือ ต้องมีแผนรองรับไว้ก่อนและต้องยึดมั่นในแผนนั้น ผู้เขียนแนะนำคือลงทุนน้อยครั้งแต่ลงเงินครั้งละมากๆ


เลิกคิดกะเก็งอนาคต ให้อยู่กับปัจจุบันเท่านั้น
- หัวใจในการจัดการอนาคตอยู่ตรงที่ "รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน" แม้จะไม่รู้อย่างชัดเจนว่ากำลังจะไปไหน แต่การรู้ตัวว่าอยู่ตรงส่วนใหนของวงจรและสามารถบอกอนาคตได้เป็นนัยๆนั้นย่อมแตกต่างจากการทำนายจังหวะ เวลา ขอบเขต และรูปแบบการเคลื่อนไหวของวงจร
- โฮเวิร์ด มาร์ค

บันทึกการลงทุนคือพาหนะขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ
- บันทึกการลงทุนจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน เพราะมันช่วยให้เราซื้อตรงต่อความคิดของเราในเวลานั้นแทนที่จะประเมินเหตุการณ์ใหม่ภายหลังจากที่เรารู้ผลลัพธ์แล้ว แม้บันทึกการลงทุนอาจเป็นของธรรมดาแต่มันก็เป็นวิธีที่ดีในการเรียนรู้จากความผิดพลาดและควรเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแนวทางการลงทุนของคุณ


ยิ่งขยันยิ่งพลาด(ชอบมาก)
- จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้รักษาประตุเมื่อต้องป้องกันจุดโทษ พวกเขาเลือกที่พุ่งตัวออกไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อแสดงออกถึงความพยายามในการป้องกัน ทั้งๆที่หากเขายืนอยู่ตรงกลางจะมีเปอร์เซ็นต์ป้องกันการเสียประตูได้ถึง 60% ซึ่งสูงกว่าการพุ่งออกข้างอย่างมาก แต่พวกเขายังเลือกที่จะพุ่ง
"เนื่องจากต้องการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวได้พยายามแล้ว"

ในโลกที่นักลงทุนส่วนใหญ่สนใจที่จะค้นหาวิธีทำกำไรทุกนาทีและไขว่คว้าหาความคิดใหม่ๆ มันก็ควรจะยอมรับได้ที่จะไม่มำอะไรและนั่งรอจนกว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้น และบ่อยครั้งที่จะรู้สึกโดดเดี่ยวและขัดแย้ง แต่พยายามเตือนตัวเองว่า "การอยู่เฉยๆคือสิ่งที่มีประโยชน์มาก"

นักลงทุนควรรอจังหวะที่ดี เมื่อไม่มีโอกาสที่ดีที่สุด ก็ควรจะถือเงินสด นักลงทุนที่ดีก็ควรใช้ประโยชน์จากการอยู่เฉยๆบ้าง เพราะการลงทุนควรจะน่าเบื่อ มันไม่ควรจะน่าตื่นเต้น มันควรจะเหมือนการเฝ้าดูการแห้งของภาพวาดหรือการเฝ้าดูการเติบโตของต้นหญ้า


คิดให้ต่างจาก Mass(น่าสนใจ)
แม้การคิดขัดแย้งจากฝูงชนจะกระตุ้นให้เกิดความกลัวและเจ็บปวด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้ผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม หากเรายังคิดเหมือนๆกับคนส่วนใหญ่ หลักการสำคัญของลงทุนคือการขัดแย้งกับความคิดของคนส่วนใหญ่

วิธีการเอาชนะความชั่วร้ายจากการคล้อยตาม Mass
1. มีความกล้าที่จะมีความคิดแตกต่างจากความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในขณะนั้นและเดิมพันกับความคิดเห็นนั้น
2. การเป็นนักคิดเชิงวิจารณ์  ต้องมีความคิดที่เป็นอิสระในการประเมินมูลค่า แม้ในตอนนี้ตลาดจะยังไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องเข้าใจเหตุผลที่ตลาดยังมองไม่เห็นมูลค่า
3. คุณต้องมีความเพียรและกล้าที่จะยึดมั่นในหลักการของคุณ หากคุณเชื่อมั่นในวิธีการประเมินมูลค่าที่คุณใช้ถูกต้อง คุณก็ต้องทุ่มเทให้กับหลักการนั้น อย่าโดยทิ้งเพราะความนิยมของคนส่วนมาก ภาพลวงตา และการเก็งกำไรระยะสั้น


ยึดมั่นในกระบวนการให้มากกว่าผลลัพธ์(อันนี้ดี)
- ความจำเป็นที่จะต้องยึดมั่นในกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์เป็นสิ่งสำคัญมากในการลงทุน มันทำให้เราไม่วอกแวก ไร้อคติที่เกิดจากผลลัพธ์  เพราะการมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์สามารถทำให้เกิดการแสดงออกที่ไม่ต้องการได้-เช่นการแสวงหาข่าวลือและคล้อยตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่
การมุ่งเน้นที่กระบวนการทำให้เราไม่ต้องกังวลกับประเด็นต่างๆที่เราควบคุมไม่ได้ มันเป็นหลักเกณฑ์ที่ควบคุมแนวทางของเราที่ใช้ในการลงทุน มันยังทำให้เราสามารถใช้ศักยภาพเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในระยะยาวได้เต็มที่

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

เส้น EMA ที่เทรดเดอร์เทพนิยมใช้

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

4 เหตุผล ที่ หุ้นกลุ่ม Photonics: (อาจเป็น) ธีมสร้างเศรษฐีเงินล้าน

ใช้ EMA200 กับ EMA50 แยกหุ้นว่าช่วงไหนน่าเล่น ช่วงไหนไม่น่าแล

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ