นี่คือต้นตอของการ Overtrade ถ้ารู้ทันก็แก้ได้ แล้วจะไม่ขาดทุนซ้ำซาก

ลักษณาการ overtrade
ถ้าไม่ใช่การพยายามเอาคืน(REVENGE TRADING)
ก็มีพื้นฐานมาจากอคติในการดำเนินการเทรด

ซึ่งนักเทรดเป็นคนทำมันให้เกิดขึ้นเอง
มันเป็นพฤติกรรมที่นักเทรดต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองมีความกระหายที่จะประสบความสำเร็จ
เขามองการเทรดของเขาในตอนนั้นว่ามันมีโอกาสถูกมากกว่าที่จะเสียหาย
แต่สุดท้ายแล้วมันก็จบลงด้วยการขาดทุน

แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีนักเทรดน้อยคนนักที่จะสังเกตเห็นการกระทำเช่นนี้
ทั้งๆที่มันเป็นกลยุทธ์การเทรดที่ไม่สมบูรณ์แท้ๆ

นี่คือต้นตอของการ Overtrade ถ้ารู้ทันก็แก้ได้

1) ต้องทำให้ยุ่งเข้าไว้ ต้องเทรดตลอดเวลา
คือมองว่าอาชีพการเทรดก็คือการซื้อซื้อขายขายถ้าคุณมาเสร็จแล้วคุณไม่ได้ขายไม่ได้ซื้อเลยอยู่ที่เฉยๆมันก็ไม่ใช่อาชีพนี้ดังนั้นพวกเขาเลยมีความเชื่อผิดผิดว่าเป็นเทรดเดอร์ก็ต้องซื้อซื้อใครขายทุกวัน

2) กระบวนการเทรดมันทำให้เกิดความตื่นเต้น ลุ้นสนุกดี อะดรีนาลีนหลั่งไหล
ถูกกระตุ้นจากสาร dopamine ทำให้มีความสุขในเวลาที่ได้ทำเรื่องตื่นเต้นโดยเฉพาะได้ลุ้นในขณะที่ทำการเทรด ซึ่งมันก็เป็นอารมณ์เดียวกับพวกเสพติดการพนันเขาก็ได้รับการล่อลวงจากสารเคมีนี้เช่นกัน ทำให้พวกเขาอยู่เฉยๆไม่ได้หยุดไม่ได้ต้องทำต่อเนื่องและมากขึ้นเพื่อที่จะได้รับสารนี้ให้เขามีความสุขต่อไปอีก แต่ในทางตรงกันข้ามข้อเสียของมันก็คือว่ามันจะทำให้คุณสูญเสียความรอบคอบในการเทรดขาดความยั้งคิดและไม่ได้สนใจในเรื่องของการจัดการเงินทุนอีกเลยคุณแค่อยากเทรดอยากสนุกไม่อยากพลาดเท่านั้นเองที่เหลือจะเป็นอะไรคุณก็ไม่สนใจแล้ว

3) ต้องเทรดเพราะอยากได้ผลงาน
คิดว่าการเทรดเป็นประจำตลอดเวลามันจะทำให้เขาได้งานมากขึ้นแต่ความจริงแล้วกำไรที่สวยๆก็มักจะมาจากการอยู่ที่เฉยๆซะมากกว่า มันมาจากความเชื่อของประสบการณ์เก่าด้วยแหละถ้าหากเขาเคยทำงานประจำมาก่อนก็จะรู้ว่าถ้าตอกบัตรเข้าไปแล้วก็ต้องหาอะไรทำอ่ะถ้าไม่ทำอะไรอยู่ที่เฉยๆมีโอกาสจะโดนไล่ออกสูงเพราะไม่มีงานออกมาดังนั้นเขาเรียกเอาความเชื่อนี้มาใช้กับการเทรดด้วยซึ่งมันคนละเรื่องกันเลยการเทรดถ้าไม่ละเอียดไม่รอบคอบพอยิ่งทำเยอะก็ยิ่งเสียหายเยอะ

4) ต้องการควบคุมผลลัทธ์
อยากสร้างเป้าทำให้ได้ตามเป้าต้องการควบคุมทุกอย่างให้มันได้ตามความต้องการของตัวเอง มีความเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการเทรดเราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์มันได้เลยเพราะเราไม่ใช่ตลาดเราเป็นแค่ตัวจ้อยเท่านั้นเอง

5) เชื่อว่าถ้ามาทำอาชีพเทรดเดอร์แล้วก็ต้องซื้อขาย
ถ้ามาเป็นเทรดเดอร์แล้วไม่ซื้อไม่ขาย วันๆไม่ทำอะไรมันก็ไม่สมควรเป็นเทรดเดอร์สิ เดี๋ยวคนอื่นจะว่าเอาว่าเราว่างเกินไปหรือเปล่า เป็นอาชีพสบายเกินไปไหม แล้วจะมีอะไรกิน?
มันเลยบังคับให้เขาต้องพยายามหาหุ้นซื้อเข้าไปเข้ามาเพื่อให้ตัวเองดูไม่ว่าง 1 เกินไป

6) กลัวตกรถ (FOMO)
นี่สำคัญเลยส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบนี้กันเยอะก็คือว่าโดนล่อลวงด้วยแท่งเขียว โดนล่อลวงด้วยการงับซื้ออย่างต่อเนื่องและโดดเด่น มันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตาม เพราะอารมณ์ไม่เหมือนแฟชั่นนะครับอะไรก็ตามที่มีคนทำให้เยอะมันก็ดึงดูดทำให้เรานิอยากทำกับเขาบ้างก็เลยเป็นอาการอยู่ดีๆต้องทำอะไรที่มันไม่จำเป็นก็คือนั่นแหละวุทธเนตร
คุณจะเห็นอะไรเป็นโอกาสไปหมดเปิดกราฟ do any จังหวะตรงนี้ใช่แน่ๆมันเป็นพระที่ถูกต้องนะเนี่ยอะไรประมาณเนี้ย Volume เข้ามาตีตัดขึ้นหรือบานเบอะเลยเห็นโอกาสทำกำไเยอะไปหมด

7) อยากหารายได้เป็นค่ากับข้าว

8) มีความปรารถนาที่จะทำเงินอย่างรวดเร็ว
อยากรวยไวก็เลยต้องทำเยอะๆพยายามทำการบ้านและหาโอกาสเยอะๆเพื่อที่จะซื้อแล้วขายเอากำไรทบต้นสมมุติวันนี้ทำได้ 10000 บาทก็คุณไม่ได้เลยว่าถ้าเดือนหนึ่งมี 20 วันทำเงินได้เป็นแสนเลย 20,0001 ปีก็ได้หลายล้านนี่แหละคืออารมณ์ของการมีความปรารถนาที่จะรวยเร็วเมื่ออยากรวยมากๆก็ต้องพยายามหาหุ้นมาเล่นให้ได้ทุกวันพอเล่นไปมีตัวใหม่ดีกว่าก็ขายเอาเป็นตัวใหม่หรือไม่ก็ซื้อเพิ่มซื้ออะไรมากมายใครมันว่าเขาวุ่นวายมีหุ้นเยอะซึ่งไปครั้งมันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

9) อยากหาอะไรทําแก้เบื่อ
นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่นักเทรดทั่วโลกเป็นกันก็คืออยู่เฉยไม่ได้มันรู้สึกคันจะต้องหาหุ้นมาเล่นให้ได้คือมีเงินเหลือเยอะไงพอเยอรมันอยากจะซื้อเล่นๆขำๆเพื่อแก้เบื่อแต่ด้วยความที่บางทีก็แม่ทำการบ้านอะไรดีมากมายกลายเป็นเศษหุ้นไปซะงั้น

วิธีการแก้ไขก็คือคุณต้องรู้สึกตัวและถอยออกมาพิจารณาตัวเองและทบทวนสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ว่ามันเหมาะสมหรือไม่


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

Volume Analysis สไตล์ ปู่ William J O'Neil : CANSLIM

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

สรุป How to Trade in Stocks by Jesse Livermore

Money Management แบบ Jesse Livermore

รีวิวหนังสือ "กลยุทธ์เก็งกำไร อย่างเซียนหุ้น"