ก้าวแรกสู่สังเวียน : โลกของมืออาชีพ

ก้าวแรกสู่สังเวียน เป็นหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ผมเคยอ่านตอนเป็นวัยรุ่นมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนั้นชอบเพราะมันส์ดี อ่านแล้วอารมณ์พลุ่งพล่าน เหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์ดิบ โดยเฉพาะตอนชกมวย ยอมรับว่าผู้เขียนเขาวาดได้สื่ออารมณ์ดีมากๆ โดยเฉพาะภาพแบบนี้


ผ่านมานับสิบปี ผมมีโอกาสได้อ่านและดูเรื่องนี้อีกครั้ง อาจจะด้วยวัย หรือการทำงาน ทำให้เห็น sub plot ในเรื่องนี้ที่น่าสนใจ คือโลกของมือสมัครเล่น กับมืออาชีพ ทำให้อดเอามาเปรียบเทียบกับเราผู้อยู่ในโลกของการเป็นเทรดเดอร์ไม่ได้

มือสมัครเล่น กับมืออาชีพ
มือสมัครเล่นมีความมักง่าย คิดน้อย อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่เคยเจอของจริง สิ่งที่พวกเขามองเห็นจึงเป็นแค่ผลลัพธ์ ภาพตัดจบ ที่เป็นยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น
มืออาชีพละเอียดทุกขั้นตอน เพราะกว่าที่เขาจะมาถึงเฟรมที่มือสมัครเล่นเห็นนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยซ่อนอยู่มากมาย มืออาชีพกว่าจะขึ้นชก กว่าร่างกายจะพร้อมต่อการชก ต้องฝึกหนัก ต้องซ้อม ต้องวิ่งวันละหลายสิบกิโล บ่อยครั้งต้องทรมานอดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักให้ผ่านเกณฑ์ ซึ่งพวกนี้ล้วนเป็นการต่อสู้กับตัวเอง เพื่อให้อยู่ในเส้นทางแห่งความฝัน

มืออาชีพต้องแบกรับความเจ็บปวดและอดทน
ทาคามูระ เป็นตัวแทนของความเป็นมืออาชีพ แม้ในเล่มส่วนใหญ่ภาพของเขาจะมีแต่ตลกโปกฮา ระห่ำหาเรื่องกวนชาวบ้าน แต่ก็มีบางช็อตที่เขาต้องต่อสู้ อดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่ต้องลดน้ำหนัก เพื่อให้ผ่านการชั่งครั้งสุดท้าย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่นักชกมืออาชีพต้องผ่านให้ได้
นอกจากนี้ เขายังเป็นคนที่มีฝันใหญ่ คือจะไม่หยุดแค่แชมป์ญี่ปุ่น แต่จะต้องเป็นแชมป์โลกให้ได้
ทั้งหมดนี้คือต้นแบบของความเป็นมืออาชีพที่แท้จริงครับ เล่นเป็นเล่น งานคืองาน รับผิดชอบตัวเอง


รุ่นพี่อีกสองคนของอิปโป เป็นนักฝันเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ไม่มีความสามารถที่โดดเด่น จึงต้องดิ้นรนหารายได้เสริมเพื่อให้ตัวเองอยู่ในเส้นทางของความฝันได้
แม้จะชอบชกมวย แต่รายได้จากมวยไม่สามารถเลี้ยงตัวได้ เพราะยังอยู่ในช่วงเทิร์นโปร ไม่ได้แชมป์ คุณต้องหาอาชีพอื่นเพื่อเลี้ยงตัวไปก่อน นี่คือความเป็นมืออาชีพ ยึดความฝันไว้



ความฝัน
ความฝัน จุดเริ่มต้นของ การก้าวไปข้างหน้าไกลๆ คือความฝัน
อิปโป ไม่เคยคิดที่จะเป็นนักมวยมาก่อน แม้จะโดนรังแกตลอด แต่ก็ไม่คิดสู้ แต่บังเอิญไปเจอทาคามูระ และได้ดูวิดีโอการชกมวยของไมค์ ไทสัน แล้วเกิดสงสัยว่าถ้าตัวเองแข็งแกร่ง จะรู้สึกยังไง และคำถามนี้เองที่ชักนำให้เข้าสู่วงการมวย
อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องชวนฝันไปพอสมควรสำหรับบางคน แต่ก็จริงอย่างยิ่งครับ เพราะบางทีความฝันไม่ได้เกิดจากความอยากเสมอไป แต่มาจากความคับข้องใจ ความสงสัย มันผลักดันทำให้เราอยากก้าวไปข้างหน้าเพื่อลองให้รู้ ยิ่งเรารู้สึกอยากจะไปให้ถึงด้วยความต้องการของเราจริงๆ ก็ยิ่งทรงพลัง


ความฝันทำให้คนมีชีวิต
คนมีความฝัน และมุ่งมั่น นอกจากจะมีชีวิตชีวา ก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นด้วย
อีกข้อดีของการมีความฝันและมุ่งมั่นจริงจังกับมันก็คือ คุณจะเป็นต้นแบบให้คนรอบข้างนึกถึงและอยากจะทำตามความฝันนั้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ล้วนมีความฝัน แต่ไม่กล้าทำ
เมื่อมีความฝัน ชีวิตชีวาบังเกิด คุณจะรู้ว่าทุกเช้าตัวเองต้องตื่นขึ้นมาเพื่อทำอะไร
เมื่อนั้นโลกใหม่จะทำให้คุณมีชีวิตชีวา เป็นหนุ่ม/สาวขึ้นกว่าเดิมแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว


เมื่อผู้ชนะมีได้แค่คนเดียว คุณต้องยืนระยะให้ได้
ทุกคนในเรื่องนี้ต่างมี passion ที่ผลักให้อยากชนะ แต่ด้วยในโลกของการแข่งขัน ผู้ชนะมีแค่คนเดียว คนนั้นอาจไม่ต้องเก่งมาก แต่ต้องอึด การจะอึดได้ นอกจากจะต้องมี paasion ที่จริงจังกว่าคนอื่น สภาพร่างกายต้องได้ด้วย ไม่มีใครช่วยเขาได้ นอกจากตัวเอง ชีวิตรับผิดชอบเอง
ในเรื่องนี้ เขาปูพื้นที่มาของนักชกแต่ละคน ล้วนมีแรงผลักให้มาเป็นนักชก เป็น passion ที่คอยทิ่มแทงให้เขาต้องการชนะกันทุกคน แต่ในเมื่อผู้ชนะมีได้แค่คนเดียว ดังนั้นคนที่ไม่ละทิ้ง passion นั้น และยืนหยัดอยู่ในเกม ลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งที่ล้ม และมีไม้ตายพลิกเกมส์ได้ คนนั้นก็จะได้ชัยในที่สุด



มีเกมส์ของตัวเอง
ในภาคแรกมีตัวละครชื่อ โคบายาชิ เคนตะ เป็นนักชกที่ไม่มีหมัดหนัก ไม่มีสไตล์การชกเท่ห์ๆ แต่มุ่งเน้นที่การชกเพื่อเพื่อเอาคะแนน อาจจะไม่เป็นที่ถูกใจของคนรอบข้าง แต่ชนะ
เขาเป็นตัวแทนของ ความน่าเบื่อ เพราะวิธีการที่ผิดวิถีทางนักสู้ เจ้าเล่ห์ แกมโกง
เขาก็รู้ว่าตัวเองไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนดู จึงพยายามเปลี่ยนตัวเองให้คนอื่นชอบ
จึงทำให้หลุดเกมส์ของตนเอง ไปเข้าทางคู่แข่ง(คืออิปโป)ที่ป้อแป้จะแพ้อยู่แล้ว ให้พลิกกลับมาชนะได้

ความจริงแล้ว แผนของ โคบายาชิ ถือว่าเวิร์คเอามากๆ เพราะทำการบ้านหาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้มาอย่างละเอียด แล้ววางแผนชกเพื่อมุ่งเน้นคะแนน และได้ชัยในบั้นปลาย
แต่ปัญหาของเขาคือใจไม่นิ่งพอ ถ้านิ่งมากกว่านี้ ก็คงชนะอิปโปได้
เขาลืมไปว่าเมื่อเราชนะเดี๋ยวคนดูกลุ่มหนึ่งก็จะชอบในที่สุด เพราะคนเรานิยมคนชนะอยู่แล้ว
แต่ถ้าหากคุณหลุดวินัย คุณก็แพ้ เมื่อคุณแพ้ โอกาสที่จะเป็นที่นิยมก็ยาก
ดังนั้นอย่าแคร์กองเชียร์มาก เราเน้นชนะไว้ก่อน เดี๋ยวถ้าผลลัทธ์ดี คนก็จะมาชอบเอง
ยิ่งคุณมีเกมส์ที่คุณแพ้ยากอยู่แล้ว ยิ่งได้เปรียบคนอื่น


Overconfidence 
ไม่มีเหตุผลที่เราจะแพ้ ทุกคนพูดคำนี้เหมือนกัน แต่เพราะผู้ชนะมีหนึ่งเดียว คนมุ่งมั่นเท่านั้นที่ได้ชัย
ในเรื่องนี้เหมือนผู้เขียนจะเน้นต่อเนื่องในประเด็น overconfidence เพราะคู่แข่งของอิปโปมักจะแพ้ภัยตัวเองด้วยสาเหตุนี้กันมากมาย การชนะมาโดยตลอด อย่างสวยงาม กลายเป็นดูถูกคู่แข่ง ไม่ยอมทำการบ้าน ไม่ศึกษาคู่แข่งเพื่อหาทางหนีทีไล่ ในที่สุดก็โดนของจริงเล่นงานจนได้
คุณคือศัตรูที่กล้าแข็งของตัวเอง คำนี้ไม่เคยผิดเลย
เมื่คุณมั่นใจเกินเหตุ เมื่อนั้นคุณก็ได้ยื่นคางให้คู่ต่อสู้สอยเอาได้ง่ายๆ


ทุกคนเกิดมามีศักยภาพที่จะยิ่งใหญ่ได้ทุกคน
แค่อยากยังไม่พอ ต้องเป็นมืออาชีพด้วย
สิ่งที่แยกมือสมัครเล่นกับมืออาชีพก็คือ ความฝัน เป้าหมาย และการลงมือทำ
ก่อนจะมีเป้าหมายต้องมีความฝัน
เมื่อมีฝันแล้วต้องลงมือทำ
เมื่อลงมือทำแล้ว อย่าล้มเลิกกลางคัน
เมื่อใดที่ท้อ ให้บอกตัวเองว่า ลองพยายามอีกสักนิด 
พยายามอีกสักครั้ง

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

หุ้นจ่อเบรค 14/12/2018

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง