Posts

Showing posts from October, 2022

หุ้นอเมริกาที่ผ่านสูตรสแกนแบบ Peter Lynch

เคยสงสัยไหมว่า นักลงทุนระดับตำนานค้นหาหุ้นชนะตลาดกันอย่างไร? นี่คือหลักพื้นฐานที่ ปีเตอร์ ลินช์ ใช้ในการมองหาบริษัทที่มีศักยภาพสูง! $DBX, $FVRR, $COUR, $AI, $SOUN, $GLBE, $NU, $HIMS, $S, $DUOL, $ROKU, $IOT, $PYPL ที่มา https://x.com/commonsenseplay/status/1994082845305057662 เช็กลิสต์คัดเลือกหุ้นแบบ Peter Lynch 1. ค่า Trailing P/E < 25 2. ค่า Forward P/E < 15 3. การเติบโตของ EPS > 15% 4. อัตราหนี้ต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) < 35% 5. มาร์เก็ตแคป < 5 พันล้านดอลลาร์ 6. ค่า PEG Ratio < 1.2 ทำไมค่า P/E จึงสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงการ “ซื้อแพงเกินไป” P/E ต่ำ = ความปลอดภัยในการลงทุนสูงกว่า Forward P/E ต่ำกว่า 15 มักบ่งบอกถึงคาดการณ์กำไรที่แข็งแกร่งในอนาคต ตัวอย่างหุ้นที่มีมุมมองด้านมูลค่าที่น่าสนใจ $DBX (Dropbox) $FVRR (Fiverr) $COUR (Coursera) $PYPL (Paypal) EPS Growth > 15% - การเติบโตของกำไรคือเครื่องยนต์สำคัญของราคาหุ้นในระยะยาว - บริษัทที่แข็งแกร่งมักเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เป็นครั้งคราว ตัวอย่างกลุ่มหุ้นเติบโตสูง กลุ่ม AI: $AI (C3.ai), $SOUN (SoundHound) การชำระเงินดิจิทั...

วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ "จิตวิทยาการเทรด" คือ สร้างความเชื่อมั่นในระบบเทรด

Image
วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ "จิตวิทยาการเทรด" คือ สร้างความเชื่อมั่นในระบบเทรด 1. ระบบเทรดที่ให้ positive expectancy ซึ่งเป็นระบบที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เป็นระบบที่มี win rate 40-50% ก็ทำเงินได้แล้ว หมายความว่า ใน 10 ครั้ง ต้องตัดขาดทุน 5-6 ครั้งเลยทีเดียว 2. คุณต้องมีศรัทธาในระบบว่าทำเงินแน่ แม้จะต้องเจอการขาดทุนติดต่อกัน 3. การขาดทุนและตัดขาดทุนจะไม่ทำให้จิตใจของคุณหวั่นไหวถ้าคุณมีศรัทธาในระบบ 4. และเมื่อคุณรู้ชัดและเชื่อว่ายังไงซะการเทรดของคุณจะต้องเจอการตัดขาดทุน มันจะทำให้คุณเปิดใจรับกับมันและมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างดีที่สุด 5. มันจะทำให้คุณให้ความสำคัญกับ position sizing มากขึ้น เพื่อลดขนาดของความเสียหายเมื่อคุณคิดผิด 6. เมื่อคุณจำกัดขนาดความเสียหายให้อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ "สภาพจิตใจ" ของคุณก็จะมีความเป็นกลาง ไม่หวั่นไหวต่อการขาดทุน ส่งผลให้คุณมีความมั่นใจในการทำตามแผนมากขึ้น (เพิ่มเติมจากหนังสือ "จิตวิทยาการเทรด")

เคล็ดในการเอาความรู้การเทรดฝรั่งไปใช้งาน

Image
1. บอกตัวเองไว้ก่อนเลยว่า มันไม่ได้แม่นยำทุกครั้ง (แม้แต่เมืองฝรั่งเองก็ไม่แม่น) แม่นสัก 50% ก็ทำเงินได้แล้ว (ถ้าไม่เชื่อข้อนี้ เลิกไปเลยดีกว่า) 2. กราฟมันไม่เลือกตลาดหุ้น/ตลาดเก็งกำไรเฉพาะหรอก มันเกิดได้ทุกที่ เพราะมันสะท้อนอารมณ์ความโลภ/ความกลัวของมนุษย์ ที่ไม่ว่าชาติไหน/ประเทศไหนก็เป็นมนุษย์ มีโลภ มีกลัว มีความกลัวสูญเสียเหมือนกัน 3. เลือกเอาสัก 1-2 แบบไปใช้ก็พอ 4. เอาไปใช้ร่วมกับ - การบริหารความเสี่ยง ยอมเสี่ยงเท่าไหร่ก่อน - Risk Reward ที่เป็นธุรกิจ - Position sizing ที่เป็นธุรกิจ (การเทรดเป็นธุรกิจสุดซีเรียส ไม่ใช่ซื้อหวยที่กะเอาแม่นอย่างเดียว คุณต้องรู้จักบริหารการเทรดให้เป็นด้วย) 5. จำไว้เสมอว่าการเทรดด้วยกราฟ ไม่ใช่แค่การจำกราฟแล้วฝากความหวังกับมัน แต่ต้องมีการบริหารการเทรดด้วย นี่จึงเป็นการยืนยันว่า การเทรดที่สำเร็จนั้นต้องประกอบด้วย Psychology 60% Money management 30% Methods 10% 6. อย่าได้ฝากชีวิต/ความหวังไว้กับ 10% มองโลกให้กว้าง รู้จักบริหารความเสี่ยง ผ่านการเข้าใจชีวิตจริง แล้วคุณจะเทรดอย่างมีความสุขและรอดได้

อย่าได้เทรดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไปวันๆ อย่าให้การขาดทุนทำให้คุณดูโง่

Image
อย่าได้เทรดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไปวันๆ อย่าให้การขาดทุนทำให้คุณดูโง่ ๑. อย่าได้เทรดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไปวันๆ - อย่าเฝ้าจอ เฝ้าการสวิงของกราฟขึ้นลง เพราะมันจะทำให้คุณร้อนรน เทรดสั้นเพราะกลัว และหวั่นไหวตั้งคำถามกับกลยุทธ์ - หางานอดิเรกทำระหว่างเวลาเทรด ๒. จงมองการเทรดว่าเป็น "สงครามทางจิต" ไม่มีใครเอาปืนมาจี้คุณให้ซื้อขายหุ้นเลย คุณตัดสินใจเองทั้งสิ้น - คุณต้องวางแผน และทำตามมันเท่านั้น - บริหารความเสี่ยง เงินทุนให้ดีที่สุดก่อน ๓. อย่าให้เงินทำให้คุณดูโง่ - กลัวขาดทุน ไม่อยากเสียเงิน - เสี่ยงมากเกินเพราะหน้ามืด - ไม่รู้จุดออก - ไม่สนใจการปกป้องเงินทุน วิธีแก้คือ วางแผนให้ครอบคลุม

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

$BMNR ทำธุรกิจอะไร? จุดแข็ง/จุดอ่อน และตัวเร่ง

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

VCP (Volatility Contraction Pattern) และรูปแบบที่คล้ายกัน

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)