Posts

Showing posts from October, 2022

The Space Economy คืออะไร? ทำไมจึงเป็นธีมเด่นของปี 2026

Image
  The Space Economy คืออะไร (สั้น ๆ ก่อน) ถ้าเปรียบโลกการลงทุนเป็นเมืองหนึ่ง Space Economy คือ “ย่านใหม่ของเมือง” ที่ยังสร้างไม่เสร็จ แต่คนที่เข้าไปก่อน มีโอกาสได้ที่ดินราคาถูก และโตไปพร้อมเมือง ธุรกิจอวกาศไม่ได้มีแค่ “ยิงจรวด” แต่มันคือระบบเศรษฐกิจทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ส่งของขึ้นฟ้า → ใช้งาน → เอาข้อมูลกลับมาหาเงินบนโลก ต่อไปมาดูทีละกลุ่ม แบบเข้าใจง่าย ๆ 1) Launch Services Providers คนเปิดประตูสู่อวกาศ ตัวอย่าง: $RKLB Rocket Lab นี่คือบริษัทที่ทำหน้าที่เหมือน “สายการบินของอวกาศ” ใครอยากเอาดาวเทียมขึ้นฟ้า ต้องใช้บริการกลุ่มนี้ก่อนเสมอ 🔹 จุดเด่น ยิ่งดาวเทียมเยอะ → ความต้องการยิงจรวดยิ่งสูง เป็นด่านแรกของทั้งระบบ 🔹 มุมมองนักเทรด ถ้า Space Economy โตจริง กลุ่มนี้คือคนเก็บค่าผ่านทาง 2) Space Infrastructure and Services ช่างก่อสร้างและผู้ดูแลเมืองบนวงโคจร ตัวอย่าง: $RDW, $LUNR, $MNTS, $LLAP, $SIDU บริษัทกลุ่มนี้ไม่ใช่ยิงจรวด แต่คือ สร้างโครงสร้าง ดูแลดาวเทียม ระบบพลังงาน / การเคลื่อนย้ายในอวกาศ 🔹 เปรียบง่าย ๆ เหมือนบริษัทรับเหมาก่อสร้าง + ซ่อมบำรุง ถ้าไม่มีพวกเขา เมืองอวกาศอยู่ไม่ได้ 🔹...

วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ "จิตวิทยาการเทรด" คือ สร้างความเชื่อมั่นในระบบเทรด

Image
วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับ "จิตวิทยาการเทรด" คือ สร้างความเชื่อมั่นในระบบเทรด 1. ระบบเทรดที่ให้ positive expectancy ซึ่งเป็นระบบที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เป็นระบบที่มี win rate 40-50% ก็ทำเงินได้แล้ว หมายความว่า ใน 10 ครั้ง ต้องตัดขาดทุน 5-6 ครั้งเลยทีเดียว 2. คุณต้องมีศรัทธาในระบบว่าทำเงินแน่ แม้จะต้องเจอการขาดทุนติดต่อกัน 3. การขาดทุนและตัดขาดทุนจะไม่ทำให้จิตใจของคุณหวั่นไหวถ้าคุณมีศรัทธาในระบบ 4. และเมื่อคุณรู้ชัดและเชื่อว่ายังไงซะการเทรดของคุณจะต้องเจอการตัดขาดทุน มันจะทำให้คุณเปิดใจรับกับมันและมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างดีที่สุด 5. มันจะทำให้คุณให้ความสำคัญกับ position sizing มากขึ้น เพื่อลดขนาดของความเสียหายเมื่อคุณคิดผิด 6. เมื่อคุณจำกัดขนาดความเสียหายให้อยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ "สภาพจิตใจ" ของคุณก็จะมีความเป็นกลาง ไม่หวั่นไหวต่อการขาดทุน ส่งผลให้คุณมีความมั่นใจในการทำตามแผนมากขึ้น (เพิ่มเติมจากหนังสือ "จิตวิทยาการเทรด")

เคล็ดในการเอาความรู้การเทรดฝรั่งไปใช้งาน

Image
1. บอกตัวเองไว้ก่อนเลยว่า มันไม่ได้แม่นยำทุกครั้ง (แม้แต่เมืองฝรั่งเองก็ไม่แม่น) แม่นสัก 50% ก็ทำเงินได้แล้ว (ถ้าไม่เชื่อข้อนี้ เลิกไปเลยดีกว่า) 2. กราฟมันไม่เลือกตลาดหุ้น/ตลาดเก็งกำไรเฉพาะหรอก มันเกิดได้ทุกที่ เพราะมันสะท้อนอารมณ์ความโลภ/ความกลัวของมนุษย์ ที่ไม่ว่าชาติไหน/ประเทศไหนก็เป็นมนุษย์ มีโลภ มีกลัว มีความกลัวสูญเสียเหมือนกัน 3. เลือกเอาสัก 1-2 แบบไปใช้ก็พอ 4. เอาไปใช้ร่วมกับ - การบริหารความเสี่ยง ยอมเสี่ยงเท่าไหร่ก่อน - Risk Reward ที่เป็นธุรกิจ - Position sizing ที่เป็นธุรกิจ (การเทรดเป็นธุรกิจสุดซีเรียส ไม่ใช่ซื้อหวยที่กะเอาแม่นอย่างเดียว คุณต้องรู้จักบริหารการเทรดให้เป็นด้วย) 5. จำไว้เสมอว่าการเทรดด้วยกราฟ ไม่ใช่แค่การจำกราฟแล้วฝากความหวังกับมัน แต่ต้องมีการบริหารการเทรดด้วย นี่จึงเป็นการยืนยันว่า การเทรดที่สำเร็จนั้นต้องประกอบด้วย Psychology 60% Money management 30% Methods 10% 6. อย่าได้ฝากชีวิต/ความหวังไว้กับ 10% มองโลกให้กว้าง รู้จักบริหารความเสี่ยง ผ่านการเข้าใจชีวิตจริง แล้วคุณจะเทรดอย่างมีความสุขและรอดได้

อย่าได้เทรดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไปวันๆ อย่าให้การขาดทุนทำให้คุณดูโง่

Image
อย่าได้เทรดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไปวันๆ อย่าให้การขาดทุนทำให้คุณดูโง่ ๑. อย่าได้เทรดเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพไปวันๆ - อย่าเฝ้าจอ เฝ้าการสวิงของกราฟขึ้นลง เพราะมันจะทำให้คุณร้อนรน เทรดสั้นเพราะกลัว และหวั่นไหวตั้งคำถามกับกลยุทธ์ - หางานอดิเรกทำระหว่างเวลาเทรด ๒. จงมองการเทรดว่าเป็น "สงครามทางจิต" ไม่มีใครเอาปืนมาจี้คุณให้ซื้อขายหุ้นเลย คุณตัดสินใจเองทั้งสิ้น - คุณต้องวางแผน และทำตามมันเท่านั้น - บริหารความเสี่ยง เงินทุนให้ดีที่สุดก่อน ๓. อย่าให้เงินทำให้คุณดูโง่ - กลัวขาดทุน ไม่อยากเสียเงิน - เสี่ยงมากเกินเพราะหน้ามืด - ไม่รู้จุดออก - ไม่สนใจการปกป้องเงินทุน วิธีแก้คือ วางแผนให้ครอบคลุม

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ชมฟรี! คอร์สหุ้น ออนไลน์ 170 คลิป จัดเต็ม ไม่มีกั๊ก Free Full Trading Course by Zyo

กราฟหุ้น GFPT ล่าสุด

อธิบาย Wyckoff Accumulation Phase แบบละเอียดยิบ

(มือใหม่เล่นหุ้น) Wyckoff Logic ของดีที่เม่ามือใหม่เอาไปใช้ได้ง่ายๆ

คำคมเกี่ยวกับเคล็ดวิชาจากหนังเรื่อง กังฟูแพนด้า

ทฤษฏีวัฏจักรตลาดหุ้น (Market Cycle)