(สรุปหนังสือหุ้น) Moving Averages Simplified


หนังสือ Moving Averages Simplified เป็นงานเขียนเล่มบางๆของ Clif Droke ที่ผมมีโอกาสเปิดอ่านผ่านๆหลายรอบ เห็นว่ามีบางตอนน่าสนใจเลยสรุปมาให้ท่านได้ดูกัน

ซึ่งต้องออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่ได้ใช้เส้นค่าเฉลี่ยที่ลงลึกขนาดนี้
ส่วนใหญ่มักจะใช้แค่ดูแนวโน้มเท่านั้น ว่าแข็งแรง หรืออ่อนแอ และหาจุดเปลี่ยนแนวโน้มเท่านั้น
ก็ได้เขียนไว้ในหนังสือ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" และ "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" แค่นั้นแหละครับที่ใช้

ก็จะไม่ลงละเอียดนะครับ ขอนำเสนอภาพรวมแบบสรุปที่อ่านแล้วเข้าใจ
หากท่านชอบก็สั่งซื้อที่เว็บ amazon.com ได้

เขาเริ่มต้นด้วยคำคมที่น่าคิด ว่า...

ไม่มีอะไรที่กลั่นกรองสาระสำคัญของ demand และ supply ได้ดีเท่ากราฟ
และไม่มีอะไรที่กลั่นกรองสาระสำคัญของกราฟให้ท่านได้ดีเท่าเส้นค่าเฉลี่ย
- Clif Droke

เนื้อหาในเล่มมี 7 บทครับ
โดยหลักการเขียนของเขาคือ ยกเอาข้อเขียนบางส่วนของหนังสือเทคนิคอลหลายๆเล่มที่อ้างถึงเส้นค่าเฉลี่ย เอามาอธิบายต่อยอด พร้อมยกเคสให้ดูครับ


บทที่ 1 สาระสำคัญของเส้นค่าเฉลี่ย
เป็นการเขียนถึงที่มาและชนิดของเส้นค่าเฉลี่ย

Moving Average Time Frames สำหรับนักเทรด
ระยะสั้นมากๆ : ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 5-13 วัน
ระยะสั้น : ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 14-25 วัน
ระยะสั้น-กลาง  : ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 25-49 วัน
ระยะกลาง : ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 -100 วัน
ระยะยาว : ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 100 - 200 วัน



บทที่ 2 : ประโยชน์ของเส้นค่าเฉลี่ย : ระบุจุดเปลี่ยนแนวโน้ม
เขาอ้างใจความจากหนังสือหลายเล่ม สรุปได้ใจความประมาณว่า
- เส้นค่าเฉลี่ย ช่วยลดความผันผวนของการแกว่งของราคาได้
- เมื่อเอาเส้นไปใช้ร่วมกับแท่งราคา มันช่วยให้ตีความตลาดได้
- การตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย เป็นการส่งสัญญาณพิเศษ ว่าใครชนะระหว่าง demand กับ supply



บทที่ 3 :การเทรดด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเส้นเดียว
- Stan Weinstein ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์เพื่อช่วยแบ่งแยกและระบุแนวโน้มระยะยาว
- และเขาใช้เส้น 50 วัน เพื่อช่วยแบ่งแยกและระบุแนวโน้มระยะกลาง
- ผู้เขียน ชอบใช้เส้น 30 วันสำหรับแบ่งแยกและระบุแนวโน้มระยะสั้น


จากกราฟนี้ เขาบอกว่าจุดซื้อ (buy signal) คือตอนที่ราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ยขึ้น
ส่วนจุดขายออก(sell signal) คือตอนที่ราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ยลง


แต่บ่อยครั้งเขาบอกว่า ถ้ารอให้ราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ยแล้วค่อยขาย มักจะสายไป
ดังนั้นให้พิจารณาขายหุ้นออกเมื่อราคาวิ่งห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยมากๆ
ยิ่งถ้าเห็นราคาวิ่งแรงห่างเส้น + มีวอลุ่มออกสูงมาก ก็ถือเป็นสัญญาณขายเช่นกัน
เช่นเดียวกับการเปิด gap ในตอนที่ราคาวิ่งห่างเส้นค่าเฉลี่ยมากๆ ก็เป็นสัญญาณขาย

การที่ราคาลงไปเด้งที่เส้นค่าเฉลี่ยที่วิ่งเฉียงขึ้น สื่อว่าแนวโน้มนั้นมีความแข็งแกร่ง

ถ้าไม่อยากให้ตัวเองต้องวุ่นวายกับการแกว่งตัดเส้นค่าเฉลี่ย ให้ซื้อๆ ขายๆ ควรเล่นด้วยกราฟวีค



บทที่ 4 : เทรดด้วยเส้นค่าเฉลี่ย ๒ เส้น
ให้ใช้เส้นระยะสั้น กับระยะยาว แล้วแต่ชอบและใช้ดี เช่น
- เส้นค่าเฉลี่ย 12 กับ 14 วัน
- เส้นค่าเฉลี่ย 10 กับ 30 วัน
- เส้นค่าเฉลี่ย 30 กับ 60 วัน
ฯลฯ

หลักการคือ รอสัญญาณการตัดกัน เพื่อระบุจุดซื้อและขาย
- เส้นสั้นตัดเส้นยาวกว่าขึ้นไป โดยเส้นยาวกว่ายกเฉียงขึ้น เป็นสัญญาณซื้อ
- เส้นสั้นตัดเส้นยาวกว่าลงไป โดยเส้นยาวกว่าปักเฉียงลง เป็นสัญญาณซื้อ


โดยถ้าจะให้ได้กำไร ท่านต้องดูความห่างของเส้นค่าเฉลี่ยด้วย
ยิ่งทั้งสองเส้นฉีกถ่างห่างจากกัน แสดงว่าแนวโน้มมีความแข็งแรง โอกาสได้กำไรมีมากกว่าแบบที่ทั้งสองเส้นวิ่งไกล้ๆกัน

ทั้งนี้ ท่านอาจพิจารณาแบ่งขายเมื่อราคาร่วงลงไปตัดเส้นค่าเฉลี่ยลงไปไม้หนึ่ง แล้วค่อยปล่อยที่เหลือเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยตัดกันก็เป็นเรื่องที่ควรทำไม่น้อย



บทที่ 5 : ใช้เส้นค่าเฉลี่ยช่วยระบุแนวโน้ม
ออกตัวก่อนเลยว่า บทนี้อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
จึงขอตีความจากกราฟและใจเศษความบางส่วนที่พอเข้าใจได้
เขาบอกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสามารถช่วยให้นักเทรดเลี่ยงช่วงราคาเป็นขาลงได้
ในที่นี้เขาโฟกัสไปที่วงรอบ 3 เดือน กับ 6 เดือน (3 months cycle กับ 6 months cycle)
ระบุไปเพื่ออะไร?
เพื่อหาจุดเข้าซื้อ เมื่อราคากลับตัวจากการพักฐาน


ดูกราฟนะครับ นี่เป็น วงรอบ 3-4 เดือน
หมายความว่า ทุกๆ 3-4 เดือน ราคาหุ้นจะแกว่งขึ้นจากจุดต่ำสุดและลงไปเป็นจุดต่ำสุดก่อนกลับตัวขึ้นใหม่ นับเป็นวงรอบหนึ่ง
แต่ก็ไม่เสมอไป ถ้า 4 เดือนก็แล้ว ราคาไม่ร่วง หรือไม่กลับตัว ก็ให้รอดูจนครบ 6 เดือน


ออกไปทางกฎธรรมชาติหรือเปล่านะ ผมไม่แน่ใจ
ฟังหูไว้หูหน่อยก็แล้วกัน


โดยจุดสังเกต คือหลังจากที่ราคาหยุดลง เมื่อมันฟื้นตัวขึ้นได้ แล้วย่อ มันจะไปเด้งที่เส้นค่าเฉลี่ย
ถ้าจะให้แนะนำจุดซื้อตามสไตล์ตัวเองคือ ซื้อตอนยืนยันขาขึ้น
ใครเทพกว่าก็ซื้อที่จุดต่ำสุดได้เลยครับ เห็นเซียนอีเลียตเวฟเขาโม้กันแบบนี้ทุกคน ไปขอวิชาเขาได้



Chapter 6 : Principle of Threeness and Fourness
บทนี้ใช้ศัพท์ยาก คือ Threeness กับ Fourness ผมแปลไม่ออก
เท่าที่อ่านเนื้อหาก็อนุมานได้ว่า เขาอ้างถึง cycleซึ่งมันต่อจากบทที่แล้ว

โดยเคสที่เขายกมาให้ดูมักจะเป็นการกลับตัวเป็นตัว V คือทรงกรวยเมื่อกลับตัวจากด้านล่าง และเป็นทรงโดมเมื่อกลับตัวจากด้านบน

โดย cycle ที่เขาภูมิใจนำเสนอมากก็คือ 3-4 สัปดาห์ และ 3-4 ปี
ใครอยากเป็นเจ้าสำนักสามารถเอาชุดความคิดนี้ไปหาสาวกได้นะครับ
ยกเคสสวยๆไปให้เขาดู รับรองมีคนหลงเข้ามากราบกรานเป็นศิษย์มากมายแน่นอน
เคล็ดง่ายๆคือ ทุกๆ 3 - 4 ช่วง เช่น สัปดาห์, เดือน หรือ ปี มันต้องมีการเปลี่ยนวงรอบ


ตัวอย่างหุ้น GM ที่กลับตัวเป็นทรง V ทุกๆ cycle ที่เขาว่ามา

เสริมประเด็นตัวเลขให้ท่านสักนิด ผมไปค้นมา
รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ บอกว่า
....โชคดีบังเกิดหนที่ 3 หรือสำนวน Third Time’s a Charm เป็นคำกล่าวให้กำลังใจที่หากทำครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ไม่สำเร็จให้ลองใหม่ครั้งที่ 3 จะประสบผล ต้นกำเนิดของคำกล่าวยังไม่ชัดเจน บางแหล่งบอกว่า 3 เป็นตัวแทนของพระตรีเอกภาพ คือ พระบิดา พระบุตรและพระจิต ดังนั้น เลข 3 จึงเป็นเลขที่ดีของชาวตะวันตก...

น่าจะสรุปได้เป็นภาษาชาวบ้านว่า อะไรที่มันเข้าสู่เลข 3 จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ใหม่ ประมาณนั้น
เขาก็เลยเอาความเชื่อประเภทนี้มาจับตลาดหุ้นด้วย
ส่วนในโซนตะวันออก, จีนกับญี่ปุ่น จะเชื่อเลข 4 คือความตาย ซึ่งมันก็คือส่วนหนึ่งจองวงจรชีวิต เมื่อดับสูญก็วนกลับไปเริ่มเกิดใหม่ จึงมีความสอดคล้องกันไม่น้อย
ทั้งนี้, หากใครสนใจเรื่องนี้ให้ไปตามงานของ William Delbert Gann มีงานเกี่ยวกับโหราศาสตร์มาใช้เก็งกำไรเพียบ คือคนที่ชอบคาดการณ์อนาคตว่ามันจะเป็นยังไง Gann คือบิดาของแนวทางนี้



บทที่ 7 : ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเป็นแนวรับแนวต้าน
เขาบอกเลยว่า โซนที่ราคาตัดเส้นค่าเฉลี่ย มันจะมีนัยยะ ต่อการเป็นแนวรับหรือแนวต้านในภายหน้า

Time frame ของเส้นค่าเฉลี่ยสำหรับตลาดต่างๆ
- สำหรับเทรดหุ้น ให้ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 30 วัน และ 30 สัปดาห์

- สำหรับตลาด commodity ให้ใช้กราฟรายวัน โดยยึดเส้นค่าเฉลี่ย 9 วัน กับ 18 วัน หรือ 9 สัปดาห์ กับ 18 สัปดาห์

- สำหรับดัชนี เช่น S&P 500 ให้ใช้เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน สำหรับเป็นแนวรับแนวต้านระยะสั้น โดยให้เส้น 200 วัน สำหรับระยะยาว เนื่องจากทั้งสองเส้นนี้มีพวก สถาบันการเงิน, นักเทรดรายใหญ่ใช้ มันจึงมีนัยยะในการเป็นแนวรับแนวต้าน

เท่าที่อ่านแล้วเข้าใจก็มีเท่านี้แหละครับ
ใครอยากอ่านเนื้อหาทั้งหมดก็ไปหาที่เว็บ amazon.com ได้นะ สนับสนุนเขาหน่อย

ปล. ถ้าหากท่านอยากเอาไอเดียเส้นค่าเฉลี่ยที่ใช้ง่ายๆ จากนักเทรดที่ใช้จริง และใช้มันมาตลอดก็ต้องเป็นเล่มเขียว "หุ้นซิ่ง สวิงเทรด" นี่แหละครับ เรียกว่าจัดเต็มตั้งแต่เส้นระยะสั้น 5 วัน ไปจนถึงเส้นระยะยาวคือ 200 วัน ด้วยเคสอธิบายแต่ละตัวที่ขนเอามานำเสนอให้ท่านเห็นอย่างจุใจ ไม่เอามาแค่ตัวเดียวแล้ววนเหมือนเล่มอื่นๆ แต่ผมยกมาให้ดูแบบไม่ซ้ำ เพราะบ้าพลังมาก

ส่วนเล่มดำ "หุ้นขาขึ้นรอบใหญ่" ก็ล้วนแต่มีเคสที่ผมยกเอาเส้นค่าเฉลี่ยมาประกอบ ตั้งแต่กราฟวีค กราฟรายวัน จุดสังเกตการปรับตัว รวมถึงเป็นจุด take profit ด้วยครับ

เรียกได้ว่า อ่านสองเล่มนี้ คุณจะมีควาามรู้ในการใช้เส้นค่าเฉลี่ยมากขึ้นกว่าเดิมแบบที่หนังสือเล่มอิ่นไม่เคยคิดจะให้มากเท่านี้มาก่อนเลย

ใครยังไม่มี หรือไม่เชื่อ ว่าจะมีงานบ้าพลังขนาดนี้ ก็ติดต่อไปที่เพจ facebook.com/zyobooks ครับ


7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

รีวิวหนังสือหุ้น "เทคนิคอล อนาไลซิส" Technical Analysis of the Financial Markets

สรุปหนังสือ The (almost) Complete Guide to Trading

เล่นรอบให้รวยแบบ "ทิวา ชินธาดาพงศ์"

วิธีเลือก, ดูแนวโน้ม, Volume และ Price Action ของหุ้น Growth Stocks ตามแนวคิด CANSLIM

เคล็ดการหาหุ้น Demand Passion แรง (วิธีสแกนหุ้นซิ่ง)

EMA20 กับการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นน้องใหม่ที่กลับตัวจากขาลง

แกะกราฟ 5 หุ้นซิ่งวิ่งแรง UREKA, OCEAN, SEAOIL, FOCUS, PIMO