วิธีเทรดให้รวย ด้วยสไตล์นักธุรกิจ

แปลและเรียบเรียงโดย เซียว จับอิดนึ้ง facebook.com/zyoit

Out of Hobby into Business Mode
เลิกเทรดแบบงานอดิเรก แล้วทำมันเป็นธุรกิจกันเถอะ
Establish a Trading Business for the Right Reasons

สิ่่งที่ทำให้ Successful Traders ตื่นเต้น (ไม่เกี่ยวกับเงินทั้งหมดหรอกนะ)

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมีความชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุที่พวกเขาต้องเข้ามาทำอาชีพนี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานน้อยชั่วโมงแต่มีรายได้สูงเป็นอันดับหนึ่งของแรงผลักดัน แต่ก็ไม่เพียงแค่นี้หรอก นักเทรดที่ประสบความสำเร็จ ยังมีแรงบันดาลใจจากพวกนี้อีก:

- ความท้าทายทางสติปัญญาที่การเทรดมีให้
- ความเป็นไปได้ของการทำเงินจากตลาดโดยใช้เงินก้อนหนึ่งและออกไปด้วยกำไรเท่าตัว
- เสรีภาพที่จะทำงานที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร ก็ได้
- มุมมองอาชีพที่น่าตื่นเต้นและสถานะทางสังคมระดับสูง ที่มาพร้อมกับเสน่ห์ของการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

เทรดเดอร์คนอื่นอาจจะมีสิ่งตื่นเต้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน แล้วคุณล่ะ? คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมคุณเข้ามาทำธุรกิจเทรด? คุณมีเหตุผลอันแข็งแรงในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ในตอนนี้หรือไม่?

เหตุผลหลัก ทำไมเทรดเดอร์ยังเป็นคงเทรดเดอร์อยู่

รูปที่ 4.1 แสดงให้คุณเห็น 6 เหตุผลหลัก ทำไมเทรดเดอร์เข้ามาทำธุรกิจเทรด
คุณอาจจะเป็นเทรดเดอร์รายใหม่ที่ยังไม่ได้พบสไตล์การซื้อขายของตัวเอง ในระยะนี้,เงินอาจจะเป็นปัจจัยที่สร้างแรงจูงใจเดียว หรือคุณอาจจะยังไม่แน่ใจว่าทำไมคุณเข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้ ลองดูที่เหตุผลเหล่านี้ มันอาจจะเปลี่ยนการรับรู้ของคุณเกี่ยวกับ
การเทรดก็ได้

ในทางตรงกันข้าม, ถ้าคุณรู้เหตุผลของตัวเอง ควรเปรียบเทียบมันกับ 6 เหตุผลนี้ การทดสอบนี้จะให้ระลึกถึงแรงบันดาลใจในอดีต (หรือยังคงยึดจนถึงตอนนี้) รวมถึงฟื้นฟูแรงจูงใจอันทำให้คุณมีมุมมองที่ลึกขึ้นต่อเหตุผลที่คุณยังคงอยู่ในธุรกิจนี้
อิสระทางการเงิน

ในฐานะที่เป็นเทรดเดอร์, รายได้ของคุณจะไม่คงที่ ซึ่งมันหมายความดังต่อไปนี้:
- คุณจ่ายเงินให้ตัวเอง ข่าวร้ายก็คือคณจะต้องได้รับทุกบาททุกสตางค์ให้ตัวเอง และจะไม่รับเงินในตอนที่คุณใช้ Facebook หรือ Twitter ในเวลาทำงาน
ข่าวดีก็คือถ้าคุณอุทิศเวลาและความพยายามในการดำเนินธุรกิจการเทรดของคุณและมันเปลี่ยนเป็นชั่วโมงที่ทำเงินคุณจะมีรายได้อย่างสมเหตุสมผล

การดูแลจัดการตนเอง
การเป็นเทรดเดอร์นั้น, คุณจะเป็นเจ้านายตัวเองและยังเป็นพนักงานไปพร้อม ๆกัน เธอไม่ต้อรับคำสั่งจากใครไม่มีใครมาคอยสอดส่องการทำงาน, วัดผลการทำงาน ไม่มีใคมาด่าเวลาทำผิดพลาด พอทำดีก็ไม่มีใครมาคอยเสนอหน้าแย่งผลงาน  เลือกทำงานกับคนที่ชอบได้ สามารถทำงานตามสไตล์ที่เหมาะสมกับตัวเองได้โดยไม่ต้องแคร์นโยบายบริษัท อีกทั้งยังสามารถเลือกช่วงเวลาได้ว่าจะทำจะหยุดได้ตามใจปรารถนา

เพื่อให้การทำงานไปได้สวย, เทรดเดอร์ควรมีการจัดการตัวเองอย่างฉลาด (เช่นการเงิน, พลังงาน และเวลา) มีการกำหนดเป้าหมายของผลงานที่จะต้องทำให้ได้ พากภูมิใจเมื่อการเทรดไปได้สวยและยอมรับการขาดทุน(และจิตตก)เมื่อผิดพลาด ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของตัวเองล้วนๆ
ถ้าเหล่านี้บ่งบอกความเป็นคุณ, การจัดการตัวเองนั้นจะเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่จะทำให้คุณเป็นเทรดเดอร์ได้

มีความหลงใหลในการเทรด
ไม่มีสิ่งไหนที่คุ้มค่ามากกว่าการตื่นขึ้นมาทำงานในสิ่งที่เรารัก เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จส่วนมากจะอุทิศเวลาทุกๆชั่วโมงเพื่อเสริมทักษะให้เข้าไกล้ความสมบูรณ์แบบ, ตรึงสายตาให้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆเพื่อการศึกษาชาร์ตทุกวัน รวมทั้งอ่านวารสารการเงินและบทความออนไลน์จนดึกได้โดยไม่ถูกบังคับ เนื่องเพราะพวกเขาสนุกกับการทำมัน เพราะความรักในการเทรด, เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จจึงเป็นผู้ครอบครองในธุรกิจนี้ เทรดเดอร์ผู้หลงใหลจะสามารถยืนระยะยาวในเส้นทางของการเทรด สำหรับพวกเขาบางคนนั้น, เงินเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากการทำสิ่งที่เขาหลงไหล

ทำงานได้จากทุกที่
ถ้าคุณทำงานออฟฟิส,ไม่มีใครยอมให้คุณแบกเป้เทียวหยุดยาวได้หรอก คุณต้องอยู่หน้าจอและทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

หากคุณอยากมีอิสระ, นี่คือเหตุผลที่คุณเลือกที่จะหาเลี้ยงชีพโดยการเป็นเทรดเดอร์, อาชีพที่ช่วยให้คุณทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการซื้อขายให้คุณมีอิสระในการเลือกสถานที่ทำงานและเวลาของคุณ สิ่งที่คุณต้องการก็คือชั่วโมงการทำงานในระหว่างวันหรือสัปดาห์, ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ (หรือเพียงแค่สมาร์ทโฟน), การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ และนอกเหนือจากนั้นคือแผนธุรกิจที่แข็งแกร่ง, แรงจูงใจที่มากพอ, และวินัยของตัวเองที่แข็งแกร่ง

ความสามารถในการทำงานได้จากทุกที่ยังหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงาน สำหรับเทรดเดอร์จำนวนมากแล้ว, ที่ทำงานจะอยู่ไม่ไกลจากครัวของพวกเขาหรอก, โต๊ะทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ที่คุณสะดวกไม่ว่าจะเป็นโต็ะกินข้าว, ร้านกาแฟหรือแม้กระทั่งบนเตียงของคุณ ขี้เกียจมากก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตัว เทรดทั้งที่ใส่ชุดนอนก็ยังได้


ขั้นตอนในการกลายเป็นเทรดเดอร์สไตล์นักธุรกิจ
Becoming an Entrepreneurial Trader — The Process

คุณอาจมีคำถามว่า "ถ้าฉันยังติดอยู่ใน Technical Trader’s Trap มีวิธีออกไปบ้างมั้ย? และทำยังไงถึงจะเปลี่ยนตัวเองไปเป็น Entrepreneurial Trader?"

หรือพูดอีกอย่างว่า "ฉันจะเปลี่ยนจากเฟรด เทคนิคอลเทรดเดอร์ขอทานผู้สับสน ไปเป็นสเตซี่ Entrepreneurial Trader? ที่ประสบความสำเร็จได้ยังไง"

ขั้นตอนการเปลี่ยนจาก ‘‘Technical Junkie’’ ไปเป็น Entrepreneurial Trader
เพื่อให้เริ่มต้นได้ถูกทาง ต้องทำ 3 สิ่งนี้

#1-วางแผน
ครั้งแรกของทั้งหมดให้แน่ใจว่าคุณได้เข้ามาทำธุรกิจการเทรดด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง มันเป็นความจริงที่การซื้อขายที่ประสบความสำเร็จสามารถให้ผลตอบแทนมากขึ้นโดยการทำงานน้อยลง แถมยังมีวิถีการดำเนินชีวิตที่อิสระ แต่คุณต้องเข้าใจว่าการเทรดไม่ได้อยู่ในหลักสูตรรวยเร็ว มันต้องใช้เวลา, ทำงานหนัก และทุ่มเทที่จะได้มัน

การจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ คุณจะต้องใช้การเทรดของคุณให้เหมือนกับคุณทำธุรกิจอย่างจริงจัง
กำหนดแผนธุรกิจของคุณรวมทั้งเป้าหมายส่วนบุคคลและเป้าหมายธุรกิจ
นี่จะช่วยให้คุณเห็นขั้นตอนที่คุณจำเป็นต้องเติมเต็มความคาดหวังของคุณ
และทำให้มันเป็นไปได้ที่จะมองเห็นรางวัลจากการซื้อขายของคุณ
นอกจากนี้ยังจะได้รู้ว่าวิธีการตอบสนองในกรณีที่เกิดภาระผูกพันใด ๆ

#2-ลงมือทำ
ในฐานะที่เป็นEntrepreneurial Trader, คุณจะต้องผ่านกระบวนหา
รูปแบบการเทรดที่เหมาะกับคุณที่สุด มันไม่สำคัญว่าคุณชอบการเทรดแบบ momentum trading, day trading, swing trading, หรือ position trading ตราบใดที่สไตล์นั้นเหมาะกับบุคลิกและความชอบของคุณ
นอกจากนี้คุณควรตั้งแผนการเทรดที่อยู่บนพื้นฐานของ trading system ที่พิสูจน์ได้ว่าสามารถทำกำไรได้ใน cycle ที่แตกต่างกันและให้คำแนะนำการตัดสินใจให้คุณได้ ทำให้คุณไม่ต้องเทรดตามอารมณ์ ยึดติดกับแผนและระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และกระบวนการที่ถูกต้องในการปรับแต่งสิ่งเหล่านั้นหากคุณพบข้อบกพร่องบางอย่าง

#3-ติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
มันเป็นไปไม่ได้ที่ความพยายามครั้งแรกจะทำทุกอย่างได้ถูกต้อง การซื้อขายต้องมีติดขัด แต่เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นคุณต้องให้แน่ใจว่าคุณรู้วิธีการติดตามเพื่อจะรับรู้เป็นบทเรียน ในทำนองเดียวกันคุณจะต้องการที่จะติดตาม
การเทรดที่ให้ประสิทธิผลที่ดีด้วย เพื่อคุณจะเรียนรู้วิธีที่ทำให้สำเร็จซ้ำๆ
นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักเกาะติดโค้ชหรือพี่เลี้ยงในหลายๆจุดเพื่อพัฒนาธุรกิจของพวกเขา อันยังช่วยให้มันเติบโตขึ้นด้วย
และในฐานะที่เป็น Entrepreneurial Trader คุณควรจะทำเช่นเดียวกัน แบบง่ายที่สุดคือสังเกตว่าเทรดเดอร์ระดับท็อป เทรดยังไง และจำลองนิสัยที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ


The Trader’s Quadrants: Where Are You Now, and Where Do You Want to Be?
ตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนและจะไปที่ใดกันแน่?


คุณอยู่ในตาราง 3.1 นี่แหละ แต่จะอยู่ในช่องไหนนั้น-ขึ้นอยู่กับระดับของประสบการณ์และพฤติกรรมการซื้อขายของคุณ
คำถามที่ต้องถามตัวเองก็คือ: '' ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนและที่ฉันมีจุดมุ่งหมาย
ไปที่ใดกันแน่?''

ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นเทรด, งานของคุณอาจจะง่ายเพราะคุณไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไร หากคุณทำตามคำแนะนำจากหนังสือเล่มนี้ ได้รับความรับการดูแลและคำแนะนำจากภายนอก, ถ้าคุณต้องการ จากนั้นจะเห็นตัวเองสร้างนิสัยในเชิงบวกและการสร้างแบบจำลองเพื่อการเป็น Entrepreneurial Traders ที่ประสบความสำเร็จการดำเนินธุรกิจการเทรด

การเริ่มต้นที่แข็งแกร่งและทิศทางที่ถูกต้องและคุณจะทำได้ดีดีในแบบของคุณเองเพื่อความสำเร็จ.
หากคุณเทรดมาสักระยะ, ก็ไม่ควรหงุดหงิดถ้าคุณพบว่าเกิดนิสัยเชิงลบในการซื้อขายไม่ว่ามันได้รับการฝึกมาเป็นเวลานานแค่ไหนก็ตาม
ทุกๆนิสัยสามารถเปลี่ยนได้ และมันจะไม่สายเกินไปที่จะปรับปรุง

คำเตือนบางอย่าง: การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นกระบวนการทางเดียว; มันเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะเข้าไปสู่ quadrants ที่ ประสบความสำเร็จ II และ IV, นอกจากพบว่าตัวเองตกกลับลงไปอยู่ใน unsuccessful quadrants I และ III ถ้าคุณไม่ระวังหรือไม่มีกระบวนการควบคุมตัวเอง นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผู้เขียนขอแนะนำให้คุณเรียนรู้นิสัยเหล่านี้


การเพาะปลูกนิสัยพ่อค้า
การจัดระเบียบและพร้อมที่จะเทรดมีความสำคัญเท่าการซื้อขายจริงๆ
ในส่วนนี้,ให้เราตรวจสอบการตั้งค่าขึ้นด้านหน้าเจ็ดส่วนร่วมในการได้รับพร้อมสำหรับคุณ

1. The Business Model
ดูว่าความคิดดังต่อไปนี้ดูคล้ายๆกับคุณ:
- ซื้อทรัพย์สินทรุดโทรมที่สุดถูก-บูรณะมันและขายทำกำไร และใช้กำไรเหล่านั้นซื้อทรัพย์สินอันใหม่
- ซื้อม้วนกระดาษขนาดใหญ่ ตัดแบ่งให้มีขนาดเล็กลง และขายเป็นแพ็คสำหรับใช้กับเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์
- ซื้อรถและทำให้มันพร้อมที่จะโดยสารคน คิดราคา ให้บริการขนส่ง
แต่ละความคิดเหล่านี้เป็นรูปแบบธุรกิจที่นักธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการทำกำไรจากธุรกิจของพวกเขา ธุรกิจทั้งหมดเป็นไปตามรูปแบบและการซื้อขายจะไม่มีข้อยกเว้น

ตัวอย่างเช่นรูปแบบธุรกิจของผู้ประกอบการค้าอาจจะมีนี้-เรียนรู้พฤติกรรมของคู่สกุลเงินหรือหลักทรัพย์และเฝ้าดูมันเป็นเวลาสามชั่วโมงในแต่ละวัน ทำการซื้อขายเมื่อคุณเชื่อว่ามีโอกาสสูงในการทำกำไร; ค่อยๆเพิ่มขนาดการเทรดเมื่อยอดเงินในบัญชีของคุณเติบโตขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากการทบต้น

นี้เป็นหนึ่งในรูปแบบธุรกิจที่เป็นไปได้ที่ธุรกิจเทรดสามารถใช้เป็นหลักการพื้นฐานได้
แต่ละแนวจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของนักเทรดของแต่ละบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับ เวลาสำหรับการเฝ้าจอ, ขนาดของบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และสภาพแวดล้อมที่การเทรด

หากคุณไม่แน่ใจว่าวิธีการไหนที่จะระบุรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของคุณ,โค้ชของคุณจะสามารถช่วยได้

2. แผนธุรกิจ
ทุกธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต้องมีแผนธุรกิจ, และคุณก็ต้องทำเพื่อธุรกิจการเทรดของคุณ
เค้าโครงแผนธุรกิจของเทรดเดอร์มีการวางขั้นตอนที่ผู้ประกอบการจะต้องเดินตามแนวทางเพื่อให้ไปถึงความความสำเร็จ
แต่ละขั้นมักจะประกอบด้วยชุดของขั้นตอนการดำเนินการที่ทำได้จริง
เช่นเดียวกับเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและสามารถวัดผลได้ บางส่วนของขั้นตอนการเตรียมการมีต่อไปนี้:

- มีคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม
- ทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือการซื้อขายได้รับการแต่งตั้ง
- มีโบรกเกอร์ที่เหมาะสม
- ได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสม
- มีโค้ช
- บัญชี demo มียอดเติบโต

ทั้งหมดเหล่านี้ต้องมีและเตรียมให้พร้อมก่อนที่จะเทรดจริง
เมื่อคุณเทรดจริง, คุณต้องการแผนอีกชุดหนึ่ง ที่นำพาคุณคุณไปสู่
- ชั่วโมงการซื้อขายอย่างเป็นทางการ
- ยอมรับความเสี่ยงที่วางแผนไว้
- เป้าหมายของ money management
และอื่น ๆ

ในความเป็นจริงแล้ว, money management เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญในของแผนธุรกิจของคุณ คุณต้องคิดวิธีการของการรวบรวม, เบิกถอนของเงินทุนเพื่อเป็นเงินเดือน, เพื่มบัญชีและอื่น ๆ ด้วย

3. สภาพแวดล้อมทางกายภาพเพื่อการเทรด
เมื่อจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (เช่นพื้นที่ทำงาน, โต๊ะเก้าอี้เพื่อการเทรด, และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น) พิจารณาต่อไปนี้:

3.1) สิ่งอำนวยความสะดวกสบายสำหรับตัวคุณ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ การอยู่ในที่อึดอัดสามารถส่งผลกระทบต่อสมาธิ คุณจะต้องหาโต๊ะ-เก้าอี้-คีย์บอร์ด-จอ-เมาส์ที่เหมาะสมกับสรีระคุณ หากคุณมีความสะดวกสบายและผ่อนคลาย คุณสามารถให้ความสนใจทั้งหมดของคุณไปงานการเทรดของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจสภาพแวดล้อมการทำงานของคุณช่วยให้คุณสามารถใช้เวลาปกติทางกายภาพ-การยืดและงอ เชื่อหรือไม่ว่าเหล่านี้จะช่วยให้มีจิตใจที่คมชัด
พิจารณาอุณหภูมิ, ระดับแสง ให้เหมาะสม คุณจะทำได้ไม่ดีนักถ้าคุณมีร้อนหรือเย็นเกินไป, แดดจ้าตามัว, กระหายน้ำหรือหิว

3.2) ระดับเสียง คุณต้องการเทรดในสถานที่ที่มีเสียงรบกวนจากคนอื่นๆ หรือเครื่องจักรให้รำคาญหรือไม่? มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าระดับเสียงสูงจะมีผลกระทบที่เป็นอันตรายกับกระบวนเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจของบุคคลและสมาธิ จึงเลือกสภาพแวดล้อมพื้นที่ทำงานของคุณในที่ที่มีระดับเสียงที่ต่ำ

3.3) การรบกวนและทำให้หยุดชะงัก ถ้าคุณกำลังทำงานจากสำนักงานที่บ้าน ให้แน่ใจว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ของครอบครัวใส่ใจเวลาการเทรดของคุณเป็นอย่างจริงจัง
จัดหน้าที่ให้มีคนอื่นรับโทรศัพท์และเปิดประตูขณะที่คุณเทรด

- อินเตอร์เน็ทความเร็วสูง มันจำเป็นมาก หากคุณอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าถึง Video conferencing หรือ webinar
- หน้าจอคอมที่ใหญ่เพียงพอ เทรดเดอร์บางคนก็ใช้จอมากกว่าหนึ่ง
- สมรรถภาพของคอมพิวเตอร์ ความเร็วของการประมวลผล, RAM, ความจุของฮาร์ดิสก์ ต้องมีเพียงพอ พวกนี้เหลือดีกว่าขาดแน่นอน

3.4) Broker เลือกโบรกให้เหมาะกับตลาดที่คุณเล่น ที่สำคัญคือต้องมีความน่าเชื่อถือ

3.5) Trading System and Strategies แผนการเทรดของคุณเป็นยังไง ต้องคิดก่อนเทรดจริง

3.6) The Money Management Strategy เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นที่สุดของแผนธุรกิจคุณ มันควรครอบคลุมสิ่งเหล่านี้
- เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูงสุดที่คุณยอมรับสำหรับการเทรดทั้งหมด
- เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงสูงสุดที่คุณยอมรับสำหรับการเทรดครั้งเดียว
- กฎของการขยับ stop loss เมื่อหุ้นทำกำไรให้
- กฎของการแหกกฎ(สำหรับเซียนเท่านั้น แต่ปกติแล้วเซียนจริงๆก็ไม่ทำกันหรอก)

3.7) จิตวิทยาการเทรด คุณต้องทำตามแผนการเทรดของตัวเอง มันรวมถึงความอดทนและก่อสร้างอุปนิสัยที่แข็งแรง คุณต้องเลี่ยงการตัดสินใจที่มาจากอารมณ์ ถ้ารู้ตัวว่าการตัดสินใจนั้นไม่ได้มาจากการวิเคราะห์ที่รอบคอบแล้ว-ต้องไม่ลงมือ
การเทรดเป็นเกมส์ของการรอคอย การลงมือของคุณจะต้องเกิดเมื่อสถานการณ์สุกงอมที่สุด
ถ้าคุณไม่มีความอดทนมากพอ คุณไม่ทำตามแผน คุณจะเป็นนักพนัน ไม่ใช่เทรดเดอร์




สร้างแผนธุรกิจเพื่อการเทรด
ทำไมเราต้องการแผนธุรกิจ?
1) เพื่อใช้เวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับมุมมองของคุณว่าถูกหรือผิดเกี่ยวกับการเทรดและธุรกิจการเทรด
2) เพื่อตรวจสอบคาดหวังของคุณ: มันทำได้จริงหรือเป็นแค่อุดมการณ์
3) เพื่อชี้แจงเหตุผลที่คุณอยู่ในธุรกิจนี้ เหตุผลที่ดีจะทำให้คุณทนต่อแรงกดดันจากตลาดได้ไม่ว่าจะผันผวนเพียงใดก็ตาม
4) เพื่อสร้างพันธกิจและวิสัยทัศน์ของคุณ
5) เพื่อประเมินบุคลิกภาพของคุณ, จุดแข็งและจุดอ่อน, อย่างสุจริต
6) เพื่อจะผ่าสถานะทางการเงินในปัจจุบันของคุณและเพื่อวางแผนสำหรับการเจริญเติบโตเมื่อคุณเริ่มต้นธุรกิจการเทรดของคุณ
7) ตัดสินใจกลยุทธ์การซื้อขายและระบบที่คุณจะใช้
8) ล่วงรู้อุปสรรคทางการเงิน, ทางเทคนิคและทางอารมณ์ที่คุณจะต้องเผชิญเมื่อธุรกิจการเทรดของคุณอยู่ในการดำเนินการ
9) ในการกำหนดตัวชี้วัดที่คุณจะใช้ในการทดสอบระบบเทรดของคุณและวัดประสิทธิภาพของมัน


ถ้าคุณไม่มีแผนธุรกิจ มันจะเป็นยังไง?
1) คุณจะยังอยู่ในโหมดของการทดลอง(Trial-and-error)ตลอดกาล คุณจะยังคงสงสัยกระบวนการวิเคราะห์ของตัวเอง วุ่นวายอยู่กับการเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดจากแบบหนึ่งไปสู่อีกแบบหนึ่ง ทดลองแล้วทดลองอีกอย่างหาที่ลงไม่ได้
2) คุณจะยังไม่สามารถจัดการเงินทุนของตัวเองได้ เพราะคุณไม่มีการเตรียมแผนที่เหมาะสมเพื่อการปกป้องเงินทุนหากเกิดหายนะ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงต่อเงินต้นของคุณเอง
3) คุณจะเทรดด้วยการใช้อารมณ์เป็นตัวนำ ไม่มีระบบที่จะช่วยควบคุมอัตรา win/loss เมื่อคุณแพ้-ธุรกิจคุณก็ล่ม
4) คุณจะไม่มีแนวทางที่เหมาะสมในการติดตามผลงานของตัวเอง นั่นหมายถึงคุณจะไม่มีโอกาสรู้จักจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองเลย

แผนธุรกิจที่ใช่...ต้องมีอะไรบ้าง?
มันต้องตอบโจทย์ของคุณได้ครอบคลุม ทุกประเด็นไม่ว่า อะไร, อย่างไร, ทำไม และ เมื่อไหร่ ดังรูปที่ 5.1

What (อะไร) : เพื่อสร้างเป้าหมายและจุดประสงค์ของการเทรด ที่สามารถทำได้จริง
How(อย่างไร) : ระบุแนวทางการลงมือทำ เพื่อจะไปถึงเป้าหมาย ระบุแท็คติกและกลยุทธ์นั้นให้ชัด
Why(ทำไม) : เหตุผลของการทำธุรกิจของคุณคืออะไร ทำไมปีนี้คุณต้องเทรด?
When(เมื่อไหร่) : เป้าหมายระยะสั้นๆต่อเนื่องที่คุณตั้งไว้ มีอะไรบ้าง จะสำเร็จเมื่อไหร่
สร้างแผนธุรกิจแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งการเทรดและการใช้ชีวิต ปรับให้มันสมดุลกัน และทำได้จริง



9 ขั้นตอน ในการสร้างแผนธุรกิจ
ขั้นแรก ตั้งเป้าหมายของคุณ
คุณต้องรู้ให้ชัดว่าทำไมคุณเข้ามาอยู่ในธุรกิจการเทรดรวมถึงสิ่งต้องการจากมัน ถ้าอยากเป็นเทรดเดอร์ผู้ประกอบการ, คุณะต้องตั้งเป้าระยะสั้นและยาวที่ชัดเจนและเป็นไปได้ สิ่งนี้จะพาให้คุณโฟกัสต่อความตั้งใจ, เวลา, และกำลัง ต่อสิ่งที่คุณต้องการไปให้ถึง นอกจากการกำหนดเป้าหมายทางการเงินแล้ว, มันยังช่วยคุณสร้างเป้าหมายทางธุรกิจ, เป้าหมายส่วนบุคคล, และพัฒนาเป้าหมายของการเป็นเทรดเดอร์ด้วย

ขั้นที่สอง ระบุสไตล์การเทรดส่วนตัวและวิธีการเทรดที่คุณชอบ
ในการเริ่มต้นของกระบวนการนี้คุณต้องถามตัวเองหลายข้อ เพื่อที่จะช่วยให้คุณเข้าใจสไตล์การเทรดเฉพาะตัว ให้เขียนแยกแยะจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเองลงไป
- คุณต้องการเห็นตัวเองเป็นเทรดเดอร์แบบไหน?
- คุณจะวางแผนแนวทางการเทรดแบบไหนที่จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
- คุณสามารถจัดการกับความเครียดและอารมณ์ได้ดีแค่ไหน?
- กิจวัตรประจำวันแบบไหนบ้างที่จะช่วยส่งเสริมให้การเทรดของคุณดีขึ้น?

คุณต้องถามใจตัวเองอีกเรื่องว่า วิธีการเทรดแบบไหนที่คุณชอบ เช่น เดย์เทรด, โมเมนตัม, สวิงเทรด หรือซื้อแล้วถือเพื่อเล่นรอบใหญ่ อีกทั้งต้องตอบให้ได้ว่าทำไมถึงชอบสไตล์นั้น
ยังรวมไปถึงระบุให้ได้ว่าคุณชอบเล่นตลาดไหน FOREX, ETFs, สินค้าโภคภัณฑ์ ฯลฯ
อีกข้อคือ คุณต้องวางแผนการเทรดนานแค่ไหน จะทำทุกวันหรือไม่?

ข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้จะช่วยให้คุณหาสไตล์การเทรดที่เหมาะกับตัวเองได้มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดเป้าหมายแผนการเทรดของคุณ
ให้สานต่อขั้นตอนที่แล้ว ว่าคุณต้องการจะเป็นเทรดเดอร์แบบไหน แนวทางที่ถนัด และเป้าหมายของตัวเอง เมื่อคุณเวิร์คมันทั้งหมดจนได้ข้อมูลครบ มันจะช่วยให้คุณกำหนดกลยุทธ์การเทรดและแท็คติก ตัวกรองเพื่อยืนยันจุดเข้าซื้อและขาย รวมถึง stop loss ด้วย
เมื่อคุณได้ข้อสรุปที่ว่านี้แล้ว ก็จะสร้าง Pro forma หรือตารางแจงรายได้ที่คุณควรจะมีสำหรับรายสัปดาห์ รายเดือน รายปี หรือแม้กระทั่งตลอดช่วงเวลาการเทรด

ขั้นตอนที่ 4 ระบุกิจวัตรประจำวันของคุณ
ขั้นนี้จะเป็นการวาดฝันการงานในจินตนาการของคุณ นึกให้ออกว่าตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนเข้านอน คุณจะทำอะไรบ้าง โดยแต่ละสเต็ปที่ว่านั้นต้องทำได้จริง หากคุณอยากได้ผลตอบแทนรายวันตามเป้าที่ตั้งไว้ ก็ต้องทำตามแผนที่วางไว้
พยายามหาขั้นตอนใหม่ๆที่มันจะช่วยปิดจุดอ่อนของคุณด้วยนะ เพราะมันจะช่วยกรองหรือดึงสติคุณให้นึกถึงมันก่อนที่จะลงมือเข้าซื้อหรือขาย

ขั้นตอนที่ 5 กำหนดระบบติดตามผลงานของคุณ
ทุกๆสัปดาห์ และเดือน คุณต้องมีการตรวจสอบและวิเคราะห์ผลงานของตัวเอง นอกจากมันจะช่วยพัฒนาระบบ-มันยังช่วยควบคุมตัวคุณเอง หรือแม้กระทั่งโค้ชตัวเองได้ด้วย
ควรทำมันให้ออกมาเป็นตัวเลขให้ได้ ตัววัดพวกนี้ควรจะได้แก่ win/loss ratio, เป้าหมายของรายได้, ROI และ  risk/reward per trade.

ขั้นตอนที่ 6 ออกแบบระบบให้รางวัลและการหาความรู้เพิ่ม
เทรดเดอร์ที่มีความมุ่งมั่น มักจะโฟกัสที่การตรวจสอบความผิดพลาดของตัวเอง จนลืมเรื่องสำคัญคือการให้รางวัลตัวเองเมื่อทุกอย่างมันเป๊ะ เทรดเดอร์อย่างเรานั้น เมื่อตัดสินใจที่จะเป็นเจ้านายตัวเองแล้ว คุณก็มีสิทธิ์ที่จะปลุกเร้า และเติมพลัง เสริมกำลังใจตัวเองให้เดินหน้าต่อไป
อย่างไรก็ตาม, คุณก็ไม่ควรหยุดพัฒนาตัวเอง ให้กระบวนการนี้อยู่ในแผนธุรกิจของคุณด้วย ควรติดต่อกับโค้ชเพื่อให้เขาชี้แนะจุดอ่อน อันจะช่วยปรับปรุงธุรกิจการเทรดของคุณให้ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 7 สร้างกลยุทธ์ Money Management ของตัวคุณเอง
ไม่ว่าเงินทุนคุณจะมากจะน้อยแค่ไหนก็ตาม คุณก็มีสิทธิ์ที่หมดตัวได้ถ้าหากไม่มีกลยุทธ์ของ Money management ดังนั้น แต่ละการเทรดควรตอบคำตามให้ได้อย่างน้อย 5 ข้อนี้
- คุณจะซื้อตัวละเท่าไหร่ จัดสรรยังไง
- จะขายทำกำไรเมื่อไหร่
- แผนการ stop loss ล่ะ
- และคุณจะเก็บรักษาเงินทุนเอาไว้อย่างไร

ขั้นตอนที่ 8 มีแผนที่จะรักษาพลังใจและพลังกายให้คึกอยู่เสมอ
คุณจะประสบความสำเร็จตามเป้าเมื่อคุณอยู่ในสภาวะที่พร้อมรบ ซึ่งสภาวะนี้จะเกิดเมื่อสมองคุณโล่ง, ร่างกายแข็งแรง และจิตมีสมาธิ
สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณจัดสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับการงานได้ดี
ให้วาแผนเพื่อสมดุลนั้น สร้างความเชื่อทางบวก, ดูแลอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพ, ออกกำลังกาย, พักผ่อนให้เพียงพอ, ทำตัวให้ผ่อนคลาย และหมั่นทำสมาธิ

ขั้นตอนที่ 9 สร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานและจัดหาอุปกรณ์ไอทีให้พร้อม
คุณจะต้องนั่งติดเก้าอี้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงเพื่อทำธุรกิจเทรด ไม่เฉพาะตอนตลาดเปิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงช่วงหาข้อมูล หาความรู้เพิ่มเติม และวางแผน ตระเตรียมและสร้างพื้นที่ทำงานให้สนับสนุนการทำธุรกิจเพื่อประสิทธิภาพที่สูงสุด คุณต้องมั่นใจว่าตัวเองได้รับความสะดวกสบาย, ปลอดภัย และไม่มีอะไรมารบกวน
คุณยังจะต้องลงทุนจัดหาอุปกรณ์ไอทีให้พร้อม คอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วเหมาะสม แหล่งข้อมูล, กระบวนการจัดเก็บข้อมูล และอื่นๆ




A Day in the life of a Successful Trader
ชีวิตประจำวันของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ


ตี 5.50 ในวันทำงาน ก่อนที่ทุกคนในครอบครัวจะตื่น ก่อนที่คนเมืองจะฟื้นจากหลับไหล "ชาร์ลส์ ทอมป์สัน" ลุกขึ้นจากที่นอนและชงกาแฟกินแล้ว นี่เป็นเวลา 15 ปีแล้วที่ชาร์ลส์เริ่มต้นชีวิตประจำวันก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เขาเชื่อมั่นว่าใครเริ่มต้นก่อนคนอื่นย่อมได้เปรียบ

6.10 โมงเช้า ชาร์ลส์ เริ่มต้นนั่งสมาธิ เป็นที่ยอมรับว่าเขาต้องต่อสู้กับอาการง่วงเหงาหาวนอน แต่เขาก็ต้องทำให้สำเร็จจนได้ เขาได้เพิ่มนิสัยนี้เข้าไปอยู่ในกิจวัตรยามเช้ามามากกว่าครึ่งปีแล้ว และก็มีพัฒนาการขึ้นทุกวัน การฝึกสมาธิเป็นมากกว่าการเคลียร์จิตใจ แต่มันยังเป็นวินัยของการโฟกัสและกำหนดจิต เหล่านี้มีความสำคัญต่อชีวิตและงานของเขา ดังนั้นเขาจึงนั่งสมาธิทุกเช้าโดยไม่ขาด

20 นาทีต่อมา เขาลุกจากเบาะนั่งสมาธิ ยืดตัวเล็กน้อย รู้สึกเลือดไหลไปทั่วร่าง และสดชื่นตื่นพร้อม เขาใส่รองเท้าวิ่งและออกไปวิ่งประมาณ 30 นาที ในสวนของเพื่อนบ้าน ถ้าฝนหรือหิมะตก ชาร์ลส์ก็จะใช้ลู่วิ่งที่บ้าน แต่เขาชอบวิ่งในสวนมากกว่าเพราะได้สูดอากาศบริสุทธิ์

กลับมาอาบน้ำและกินข้าว ชาร์ลส์เริ่มอ่านข่าวจาก iPad หาเหตุการณ์น่าสนใจที่เกิดเมื่อคืนจากทั่วโลก เขาเขียนโน๊ตทุกอย่างที่คิดว่าควรสนใจ การอ่านข่าวเป็นความพยายามของเขาที่จะเชื่อมต่อกับโลกที่กว้างใหญ่ นอกจากนี้ งานของเขาก็ต้องการให้เขาตามทันเหตุการณ์ใหญ่ๆที่มีผลต่อตลาดโลก

เวลา 7.30 ชาร์ลส์เริ่มทำงานในออฟฟิสของเขา เนื่องจากเขาไม่มีเจ้านายที่ต้องรายงานและไม่มีใครรู้หากเขาเกียจคร้าน มันเป็นนิสัยของเขาที่จะต้องมานั่งโต๊ะตรงต่อเวลาตอนเจ็ดโมงครึ่ง แล้วเขาก็ทบทวนบันทึกที่ทำไว้และเริ่มวางแผนการเทรดของเขาในวันนี้ ทุกเช้าเขาทำตามขั้นตอนที่วางเอาไว้เป็นอย่างดี จากแปดโมงถึงเที่ยง เขาให้ความสนใจในการเทรดตลอด ไม่มีใครถูกอนุญาติให้รบกวนชาร์ลส์จนถึงเวลาอาหารกลางวัน

นี่คือสิ่งที่ชาร์ลส์เริ่มต้นกิจวัตรยามเช้าเป็นเวลา 15 ปีมาแล้ว ชาร์ลส์เป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคนหนึ่ง เขาสุขใจกับอิสระ เงินตอบแทน และความรู้สึกสดใหม่จากอาชีพของเขา เขายกผลประโยชน์ให้กับกิจวัตรประจำวันที่เป็นการเตรียมพร้อมทั้งกายและใจสำหรับการทำงานยาวนาน เขายังคิดว่าต้องเข้มงวดกับกิจวัตรประจำวันที่ทำให้เขามีวินัยและความตั้งใจ ทั้งหมดเป็นส่วนประกอบที่มีความจำเป็นต่อการเทรดที่ประสบความสำเร็จ

แต่นี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไมเขาจึงประสบความสำเร็จ


#งานของเทรดเดอร์เริ่มก่อนที่จะเทรดเสียอีก
ทุกๆเช้าชาร์ลส์เริ่มทำงานตั้งแต่เวลาอาหาร
บนโต๊ะอาหารเขาอ่านข่าว,สแกนหาเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาเน้นเบาะแสที่อาจจะมีผลกระทบต่อค่าเงิน, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดหุ้น , ธุรกิจ และเศรษฐกิจโลก

ณ จุดนี้ เขาพยายามรวบรวมข้อมูลให้ปะติดต่อกัน เพราะชาร์ลส์ต้องการเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารแต่เขาก็บันทึกไว้ในใจเพื่อใช้สืบค้นต่อในตอนทำงาน ชาร์ลส์รู้ว่าข่าวเหล่านั้นมีผลกระทบกับตลาดโลกและเขาต้องการมั่นใจว่าได้คำนึงถึงโอกาส รวมทั้งความเสี่ยง ตลอดจนอารมณ์และจิตวิทยาที่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนในตลาด

เมื่อเขาวางแผนกลยุทธการเทรดทั้งวัน การเป็นเทรดเดอร์อิสระไร้เจ้านายควบคุม ชาร์ลส์รู้ว่าเขาตัองรับผิดชอบต่อการเทรดของตัวเอง ทุกเช้าเขาจะกำหนดกลุ่มของเป้าหมายทางการเงินที่เขาต้องการสำเร็จงานทั้งวัน แล้วเขาจะรู้ได้ไงว่าว่าเป้าหมายเหล่านี้จะเป็นจริงได้? เขาไม่ได้มีแนวทางวิทยาศาสตร์ในการกำหนดนี้ แต่เขาทำมันบนพื้นฐานของตัวเลข รวมทั้งความสามารถในอดีตของการเทรด, Performance ของตลาด, การประเมินความสามารถของตัวเอง

และเมื่อเจาะลึกเป้าหมายของรายได้ในระยะยาวของเขา (รายเดือนและรายปี) แต่เป้าหมายเหล่านี้เป็นเพียงความฝันโดยไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติการที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุได้ ชาร์ลส์รู้สิ่งนี้ดี เขามีนิสัยของการวางแผน ออกกฎการซื้อขายที่ชัดเจนก่อนที่เขาจะเริ่มต้นการเทรด และการสะกดรอยตามตลาดเพื่อให้ได้ Trade setup ที่มีความเป็นไปได้สูงของเขา

สำหรับชาร์ลส์, การเทรดเป็นเกมการอยู่รอดที่ต้องการให้เขาจับตาอย่างต่อเนื่อง และในปลายทางและต้องแผ้วถางเส้นทางให้มีความชัดเจนและวางกลยุทธ์ที่จะไปถึงให้ได้ นอกจากนี้เขาเป็นคนระมัดระวังเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎของตัวเองและการตรวจสอบการเคลื่อนไหวของราคาก่อนที่เขาจะเข้าเทรด นิสัยทั้งหมดเหล่านี้ได้ช่วยให้เขาอยู่รอดได้ในเกม—และเป้าหมายของเกมคือการอยู่รอดเป็นเวลานานที่สุด

ชาร์ลส์เข้าใจว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะมีกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมและร่างแผนออกมาถ้าเขาไม่ได้ปฏิบัติตามแผนนั้น


ส่วนหนึ่งของกิจวัตรตอนเช้า 
โดยปกติหลังจากที่เขาได้บันทึกลงในแพลตฟอร์มการซื้อขาย
และก่อนที่เขาจะดำเนินการซื้อ-ขายครั้งแรก
เขาจะทำสิ่งแปลกๆที่ดูเหมือนคนนอกรีต:

เขาจะลุกขึ้นยืนตัวตรง รวบรวมความแข็งแกร่งของตัวเอง และกำหมัดแน่น,
ท่องประโยคเหล่านี้สามครั้ง ถึงตัวเขาเอง:


"ฉันได้วางแผนการเทรดของฉันเอง
และตอนนี้ฉันจะเทรดตามแผนนั้น
เมื่อถึงเวลาลุยฉันก็จะลุย
ฉันจะไม่วิเคราะห์เข้าข้างตัวเอง
จะไม่รีรอและจะไม่ลังเล''

เขารับเอานิสัยนี้เมื่อเขาเริ่มต้นอาชีพเทรดเดอร์ของเขาตอนที่ยังอายุน้อย และยังคงทำมันจนถึงวันนี้ ซึ่งพิธีกรรมเล็ก ๆ ของเขาทำให้กระตุ้นแรงจูงใจที่จะเริ่มต้นการเทรด

อาจจะดูเหมือนโง่?. แต่มันเหมาะกับชาร์ลส์และเขานับถือสิ่งนี้นี้จนเป็นหนึ่งในนิสัยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ

นิสัยที่จะ '' วางแผนการเทรด และเทรดตามแผน '' ได้ช่วยควบคุมอารมณ์ของเขาให้อยู่ในร่องรอยเมื่อเขาอยู่ในระหว่างการเทรดและช่วยให้เขาตัดสินใจซื้อขายด้วยตรรกะ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เขาเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ คือการชนะเกม
ดังนั้นแม้ว่าท่องประโยคเหล่านั้นมันจะเป็นพิธีกรรมโง่ๆก็ตาม แต่มันเวิร์คสำหรับเขา

#แม้จะเทรดจบแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เลิกงาน
มันเป็นเวลาในช่วงบ่าย 4 โมง ตลาดหุ้นกำลังจะปิดและชาร์ลส์กำลังจะหยุดกิจกรรมการซื้อขาย
แต่ชั่วโมงการทำงานของเทรดเดอร์มืออาชีพไม่สิ้นสุดหลังจากที่จบกิจกรรมการซื้อขาย ชาร์ลส์จะใช้เวลาพัก 15 นาที เหยียดตัว คว้าถ้วยกาแฟที่ชงสดใหม่และเริ่มงานที่สำคัญอื่นในขณะที่หน่วยความจำเกี่ยวกับการซื้อขายตลอดวันยังคงสดใหม่

เพราะชาร์ลส์เป็นเทรดเดอร์ที่มุ่งมั่น เขาพยายามปรับปรุงการเทรดของเขาทุกวัน ไม่ว่าจะโพสิชั่นใหญ่หรือเล็กก็ตาม เขาทำบันทึกการเทรดเพื่อช่วยปรับปรุง เขาจะบันทึกการซื้อขาย, ผลการเทรด และข้อสังเกตของเขาเอง และไล่ตรวจสอบแผนแต่ละแผน, กลยุทธ์และเป้าหมายที่เขากำหนดไว้ก่อนหน้านี้

มันเป็นความพยายามที่จะสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตประจำวันของเขา ชาร์ลส์เขียนบันทึกเอาไว้ทั้งหมด
หลักในการบันทึกคือ เขาต้องตอบคำถามตัวเองต่อไปนี้ให้ได้ แล้วเขียน:
- วันนี้จิตใจของฉันอยู่ในกรอบที่ดีหรือไม่?
- ฉันอยู่ใน '' โซน ''? หรือเปล่า?
- ชีวิตส่วนตัวของฉันส่งผลกระทบต่อการซื้อขายของวันนี้หรือไม่?
- ฉันความรู้สึกของอยากจะทำทุกอย่างสมบูรณ์แบบ(perfectionism) และมั่นใจเกินไป(overconfidence) บ้างหรือปล่า?
- ฉันวางแผนการซื้อขายของฉันดีหรือไม่ หรือเป็นแผนอยู่บนพื้นฐานของการเก็งกำไรหรือเคล็ดลับที่มาจากเทรดเดอร์คนอื่น?
- ฉันได้เทรดตามแผนหรือไม่? ฉันคึกคักบ้างมั้ย? มีการใช้อีโก้เหนือการวิเคราะห์ด้วยตรรกะบ้างมั้ย
- โดยรวม, ฉันได้รับความพึงพอใจกับผลของการทำงานในวันนี้หรือไม่?

โดยการตอบคำถามเหล่านี้เขาได้เรียนรู้บทเรียนของเขาจากสิ่งที่เขาไม่ได้ทำอย่างถูกต้องและมุ่งมั่นที่จะไม่ทำความผิดพลาดซ้ำเหมือนเดิมอีกครั้ง นอกจากข้อผิดพลาดที่เขาต้องการที่จะค้นพบ เขายังต้องการที่จะจำการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อให้สามารถทำซ้ำได้เมื่อเจอสถานการณ์ที่คล้ายๆกัน

เมื่อไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน, การรีวิวสามารถทำได้ภายใน 30 นาที; แต่เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นชาร์ลส์อาจทำงานต่อไปอีกจนถึงมื้อค่ำเพื่อให้ทุกอย่างจบเรียบร้อย

สำหรับเขาแล้ว, ทุกประสบการณ์เป็นบทเรียนที่สำคัญ เขาต้องการที่จะให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำงานที่เลอะเทอะในการทบทวน และหลงลืมทุกๆบทเรียน
แต่หลังจากที่ชาร์ลส์พอใจว่าเขาได้เรียนรู้ทุกอย่างที่เขาควรจะได้จากการซื้อขายวันนี้ เขาจึงจะเรียกว่าจบสิ้นวันจริงๆ

นิสัยของตัวเองและความรับผิดชอบในการฝึกด้วยตัวเองนี้ได้มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ชาร์ลส์ไปถึงระดับของความสำเร็จของเขาในวันนี้


#เราสามารถเรียนรู้อะไรบ้างจากเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ?
ในขณะที่คุณอ่านเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันตอนเช้าของชาร์ลส์ ก็จะได้ keyword สำคัญ ที่คุณเจอบ่อยมาก คือคำว่า Habit
(อ้างจาก google translate; Habit แปลว่า นิสัย, ความเคยชิน
จากการดูสิ่งแวดล้อมก็คิดว่า "ความเคยชิน" น่าจะเหมาะสุด จึงขอใช้คำนี้)


Merriam-Webster พจนานุกรมบอกว่า Habit คือ ''พฤติกรรมที่ทำเป็นปกติ; สิ่งที่คนทำบ่อยๆจนเป็นปกติและทำซ้ำ''
พลังของความเคยชินทำให้เราต้องแปรงฟันในตอนเช้า มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราหิวข้าวในเวลาเดียวกันทุกวัน มันคือสิ่งที่เราจะต้องเข้านอนก่อนจะถึงเที่ยงคืน


ถ้าสิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเล็กน้อยเกินไป สิ่งที่เกี่ยวกับความเคยชินนี่แหละที่เราพัฒนาเพื่อให้ตัวเองออกกำลังกายสามครั้งต่อสัปดาห์อันจะทำให้เรามีรูปร่างสมส่วน? สิ่งที่ทำให้คนงานต้องมาถึงที่สำนักงานตรงเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการตำหนิจากผู้บังคับบัญชา และลิกทำงานของเขาที่ 17:00 เพื่อให้เขาสามารถสนุกกับชีวิตบางส่วนหลังจากที่ทำงาน
รวมถึงความเคยชินที่ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องตรวจสอบบัญชีและรับทราบความผิดปกติของทุกเย็น?


ในทางด้านลบ, ความเคยชินก็ไม่ได้มีดีไปเสมอ การกินมากเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคอ้วน คนตาดีที่เดินอย่างคนตาบอด (เพราะอยากอัพเดท Facebook หรือ Twitter จากมือถือตอนก้าวเดิน) อันจะทำให้กลายเป็นเหยื่อของอุบัติเหตุทางถนน ผู้ที่ชอบยอมแพ้ตั้งแต่เริ่มต้นคือคนที่มีโอกาสล้มเหลวมากที่สุดในชีวิต


เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีนิสัย และความเคยชินก็เป็นตัวกำหนดว่าเราเป็นใคร ผู้เขียนได้แสดงให้เห็น ว่าชาร์ลส์ปล่อยให้ความเคยชินที่ดีไปใช้การเทรดของเขา แต่สิ่งที่คุณได้อ่านเป็นเพียงสิ่งที่เขาทำในวันเดียว แต่คุณไม่ได้เห็นคือความเคยชินที่ก่อตัวมานานกว่า 15 ปี ซึ่งมันมีส่วนควบคุมการจัดการธุรกิจเทรดที่ทำให้เขามีสภาพจิตใจและร่างกายที่ดีเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด


ชาร์ลส์ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่มีความเคยชินที่ก่อตัวและรักษาเอาไว้อย่างจริงจัง ทั้งหมดของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จก็ทำนิสัยแบบนี้ ตลอดเวลาหลายปีของผู้เขียนที่เชื่อมโยงกับคนที่สำเร็จระดับท็อปของวงการนี้ เธอได้เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเทรดเดอร์ชั้นเซียนเหล่านั้นจะไม่หยุดยั้งในการปลูกฝังความเคยชินในเชิงบวกที่จะนำพวกเขาประสบความสำเร็จและพยายามเลี่ยงสิ่งที่เป็นลบให้พ้นทาง

#คำถามก่อนจบ
ถ้าต้องการเป็นเทรดเดอร์ควรตั้งคำถามเหล่านี้กับตัวเอง:
- อะไรคือความเคยชินที่เทรดเดอร์ประสบความสำเร็จเขามีกัน?
- ฉันสามารถเรียนรู้จากความเคยชินเหล่านี้หรือไม่?
- และ ฉันจะจำลองสิ่งเหล่านี้ ให้เกิดความสำเร็จกับตัวเองได้หรือไม่?



บทความนี้แปลจากบางส่วนของหนังสือ Trading Pendulum ครับ

7 บทความยอดนิยมในรอบ 30 วันที่ผ่านมา

แนะวิธีดูกราฟหุ้นเบื้องต้น

รวมแนวทางการนับคลื่นจากเซียน Elliott Wave

ประโยคทองที่ผมชอบ จากหนังสือ Trading in the Zone

RSI กับการ Breakout ของ Pivot Buy Point

จิตวิทยาเบื้องหลังการเคลื่อนไหวราคาและ Price Pattern

แท่งเทียนกลับตัว - Reversal Candlesticks

สูตรเทรด ด้วยเส้นค่าเฉลี่ย 01 - ตัดเส้นขึ้นซื้อ ตัดลงขาย